องค์สมเด็จองค์ปฐมบรมศาสดาพุทโธวาท

(พระพุทธเจ้าองค์แรกที่มาตรัสรู้บนโลก)

โดย ลูกพระบรมธรรมบิดา

ในเช้าวันที่ 5 ธันวาคม 2548 ผมสวดมนตร์ไหว้พระและอธิษฐานขอองค์สมเด็จพระผู้เป็นเจ้าวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา และองค์สมเด็จพระปฐม ว่า ถ้าพระองค์ทรงพระเมตตา ให้ลูกเขียนเรื่องพลังแสงทิพย์อริยธรรม ก็ขอโปรดเมตตาบอกลูกด้วยว่า จะให้ลูกเขียนอย่างไร ถ้าไม่ทรงอนุญาตลูกก็จะไม่เขียน สมเด็จองค์พระปฐม พระองค์ได้เมตตาอนุญาต และทรงตรัสว่า พลังแสงทิพย์อริยธรรมนั้น องค์สมเด็จพระผู้เป็นเจ้าวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา พระองค์ทรงได้ประทานส่งมายังโลกมนุษย์มานานแล้ว ตั้งแต่ครั้งพุทธกาลแม้แต่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ทรงรับพลังแสงทิพย์นี้เหมือนกัน ความจริงแล้วพลังแสงทิพย์นี้ ท่านได้ส่งมายังโลกมนุษย์ตลอดเวลา จุดประสงค์ก็คือให้ทุกดวงจิตในโลกมนุษย์ ได้มีปัญญารู้ความเป็นจริง ของแหล่ง หรือที่มาดั้งเดิมของทุกดวงจิต ว่ามาจากไหน และควรที่จะไปที่ไหน

พระอริยสงฆ์ที่เข้าพระนิพพานไปแล้ว ก็เคยรับพลังแสงทิพย์นี้ในอดีตทั้งนั้น ทุกดวงจิตในโลกมนุษย์ปัจจุบันนี้ ล้วนแล้วแต่เวียนว่ายตายเกิดมาไม่รู้จักกี่แสนชาติ เหมือนจิตถูกคุมขังในเรือนจำแห่งวัฏฏะทุกข์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะพ้นจากเรือนจำนี้ไปได้เมื่อใด ทุกดวงจิตล้วนแล้วแต่หลงกับความสุขในโลกมนุษย์ ที่แท้จริงแล้วเป็นความสุขที่ทุกดวงจิตสมมุติว่าเป็นความสุข หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ความสุขที่เกิดจากการสมมุติ สังเกตได้จากโลกปัจจุบัน เทคโนโลยี่ยิ่งมีความเจริญและถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทุกดวงจิตก็หลงกับตรงนี้มากขึ้น จนจิตมืดมิดสนิท มิอาจมองเห็นความสุขที่แท้จริงและไม่เข้าใจว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร และทำอย่างไรจึงจะพบกับความสุขที่แท้จจริง

เมื่อจิตมืดสนิทก็หลงอยู่ในความสุขแห่งสมมุติ หลงคิดว่าความสุขที่แท้จริงคือร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง อยู่สบายมีกินมีใช้ ก็คือความสุข การอยู่เฉยๆ สบายๆ คือความสุข แท้ที่จริงหาได้เข้าใจไม่ว่าเป็นความสุขที่เกิดจากการสมมุติทั้งสิ้น ความสุขที่เกิดจากการสมมุตินั้น ล้วนอนิจจังไม่เที่ยง มีเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เมื่อมีอนิจจังเกิดขึ้น ก็ย่อมเกิดทุกข์ตามมา ท้ายที่สุดก็ไม่มีอะไรเหลือ ความสุขจากสมมุติก็หายไป ไม่มีอะไรเหลือแม้แต่ขันธ์ 5 ว่าเป็นของเราก็ไม่มีอะไรเหลือ มีแต่ดวงจิตที่หลงในสมมุติอย่างเต็มที่ จิตก็มืดสนิทบดบังปัญญาเดิมแท้ โดยไม่เหลือรูหรือช่องว่างให้เปล่งประกายออกมาได้เลย จิตจึงต้องท่องเที่ยวอยู่ในเรือนจำแห่งวัฏฏะทุกข์ โดยไม่มีวันจบสิ้นเป็นที่เวทนายิ่งนัก ไม่มีโอกาสที่จะพบกับความสุขที่แท้จริง

ความสุขที่ไม่มีสมมุติมาปรุงแต่ง ความสุขที่สะอาดจากกิเลสสังโยชนน์ 10 ตัณหา อวิชชา ปราศจากสมมุติโดยสิ้นเชิง ความสุขแบบนี้แหละเป็นความสุขที่แท้จริง เป็นความสุขของพระอริยเจ้า เป็นความสุขแห่งนิพพาน เป็นบรมสุข เป็นความสุขนอกเรือนจำแห่งวัฏฏะทุกข์ องค์สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษี บรมธรรมบิดา ท่านจึงทรงมีพระมหาเมตตาส่งพลังแสงทิพย์นิพพานมาให้ทุกดวงจิต เพื่อที่จะเปิดปัญญาแห่งจิตเดิมแท้ปัญญาแห่งจิตพุทธะ ซึ่งทุกดวงจิตมีอยู่แล้วแต่แรกเริ่มเดิมที แต่ถูกบดบังด้วยกิเลสตัณหาจนมืดสนิทไม่สว่างไสว ออกมา และใช้ปัญญาแห่งพุทธะอันเดิมแท้นั้น ให้ลูกๆทุกคนพิจารณาธรรมอันเป็นคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพบกับธรรมะอันจริงแท้ จนจิต สว่างไสว ออกมาจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองที่มาบดบัง จิตจนมืดสนิท กลายเป็นจิตพุทธะโดยสมบูรณ์

 เป็นพระอริยเจ้าอันไม่มีสมมุติใดๆหลงเหลืออยู่ กลับคืนสู่บ้านพระนิพพานไม่ต้องมาวนเวียนอยู่ในเรือนจำแห่งวัฏฏะทุกข์ โดยไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อทราบความเมตตาขององค์สมเด็จพระผู้เป็นเจ้าวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดาแล้ว ก็จงรับพลังแสงทิพย์อริยธรรม เพื่อทุกดวงจิตจะได้กลับบ้านพระนิพพานกันง่ายขึ้น  แล้วกำหนดจิตตั้งมั่น ขออาราธนาบารมีพระศาสดา โปรดเมตตายกจิตทิพย์กายทิพย์ของเจ้า เข้าไปอยู่ในกายทิพย์นิพพานขององค์พระบรมธรรมบิดา สวดมนตร์ภาวนาแผ่เมตตาฝากไปกับพลังแสงทิพย์นิพพานให้สรรพสัตว์ทั้ง 3 โลก ได้โมทนาสาธุกับบุญบารมีของเจ้า ทำให้สัตว์นรกพ้นโทษพ้นทุกข์ หลายหมื่น วิญญาณผี ได้สัมผัสแสงฉัพพรรณรังสี ต่างปราบปลื้มยินดีได้รับผลบุญบารมีที่ทำไว้ตอนเป็นคน กายทิพย์เจ้าก็ใสสว่าง จิตแยกจากกายเต็มกำลัง เป็นมโนมยิทธิ ทำได้ง่ายตลอดเวลา ไม่ว่าหลับ หรือตื่น จิตเจ้าจะเป็นสุขสดชื่น คล้ายจิตพระอรหันต์ เพราะจิตเจ้าจะเบา ว่างจากขันธ์ 5 เป็นสังขารุเบกขาญาณ

ท้ายที่สุดนี้สิ่งที่เขียนมาทั้งหมด มิได้เป็นความรู้ของผมเลย แต่เป็นความรู้ขององค์สมเด็จพระพุทธปฐมบรมศาสดา จากเบื้องบนพระนิพพานที่ท่านทรงเมตตาให้เขียนอย่างนี้ ผมเป็นเพียงผู้ถ่ายทอดเท่านั้นและต้องขอขอบพระคุณ คุณแม่เกษร ที่เป็นผู้เปิดเผยเรื่องพลังแสงทิพย์อริยธรรมนี้ ให้ลูกๆหลานๆได้รับ จนเกิดปัญญาขึ้นในวันนี้ ขอให้ทุกท่านลองพิจารณาดูนะครับ ถ้าหากว่าทุกๆดวงจิตในโลกมนุษย์ได้รับพลังแสงทิพย์อริยธรรม แล้วต่อไปโลกมนุษย์นี้ ก็คือนิพพานบนดินนั่นเองใช่ไหมครับ?

 

พลังแสงทิพย์อริยธรรมนำทุกท่านเข้าพระนิพพานทันใจ

โดย เกษร สุทธจิต จันทร์ประภาพ

 

พลังแสงทิพย์อริยธรรมคือแสงทิพย์นิพพานที่วิเศษล้ำเลิศประเสริฐยิ่ง ส่งมาจากองค์สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา พระผู้เป็นใหญ่ของทุกๆศาสนา ผู้เป็นใหญ่สูงสุดเบื้องบนพระนิพพาน ผู้เป็นเจ้าแห่งมวลจักรวาลทั้ง 3 โลก มีพระมหาเมตตาทรงโปรดประทานส่องแสงทิพย์อริยทรัพย์ลงมา ให้แก่ชาวโลก และทั่วมหาอนันตจักรวาล ทั้งนรกโลก เทวโลก พรหมโลก เพื่อที่จะยกระดับจิตคนที่ดีมีบุญให้ได้อริยมรรค อริยผล ทั่วทั้งหมด ไม่มีการยกเว้นไม่ว่าจะเป็นชนชาติศาสนาใดขอให้มีจิตใจเมตตาปราณี มีศีล 5 ครบ เคารพองค์พระศาสดาของท่าน ตั้งจิตตั้งใจ อธิษฐานขอพลังแสงทิพย์นิพพานเข้าไปชำระล้างกิเลส อวิชชา ตัญหา อุปาทานในจิตใจ ท่านจะได้รับอริยฐานะทันที  เป็นการปิดกั้นป้องกันประตูอบายภูมิทั้ง 4 มี นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน เพราะเมื่อความตายใกล้เข้ามา ลืมนึกถึงคุณงามความดี มัวแต่ตกใจกลัวตาย พระเบื้องบนท่านจะมาปรากฏกายทิพย์ให้ผู้ที่ได้รับพลังแสงทิพย์เห็นด้วยตาเนื้อ คนใกล้ตายจะดีใจ จิตเป็นกุศลก็ไปสวรรค์ได้เป็นอย่างต่ำ ไปเป็นสุขชั้นพรหมเป็นอย่างกลาง จิตสะอาดเบิกบาน ไม่ติดใจในสมบัติของโลก สวรรค์ พรหมก็ไปเบื้องบนพระนิพพานได้แน่นอน แต่บุคคลได้รับพลังแสงทิพย์อริยทรัพย์ปิดกั้นประตูนรกแล้วรู้จักดีชั่วแล้ว ยังไม่เชื่อกฏของกรรมหรือกฏของธรรมชาติฝ่าฝืนกระทำความผิดศีล 5 ข้อ ก็จะได้รับการลงโทษเป็น 2 เท่า ตามบาปกรรมที่ทำไว้

  1. องค์สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา หรือองค์สมเด็จพระปฐมบรมบิดา พระอนุตรธรรมมาดา พระอัลเลาะห์ ท่านพ่อเกิดแม่เกิด พระบรมธรรมเจ้า ท่านทรงปราบมาร พระผู้เป็นเจ้าหรือ GOD เรียกพระองค์ท่านตามใจศรัทธา ได้หลายพระนาม ในทุกชาติทุกศาสนา แท้ที่จริงคือพระองค์เดียวกันซึ่งเป็นพระบรมธรรมบิดาของพระศาสดาของทุกๆศาสนา  พระองค์ท่านได้โปรดประทานพลังแสงทิพย์อริยธรรม เรียกว่า อภิญญาหกหรืออาสวักญาณ เป็นอภิญญาใหญ่ คือโลกุตระอภิญญา
  2. องค์สมเด็จพระจอมไตรโลกนาถศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า  โปรดเมตตาประทาน มโนมยิทธิอภิญญา เรียกว่า อภิญญาห้า หรืออภิญญาเล็กมีอิทธิฤทธิ์ทางใจ  เป็นโลกียอภิญญาให้ทุกคนมีความมั่นใจในพระนิพพาน เป็นจุดหมายปลายทางของจิตวิญญาณแห่งความสะอาดของจิตขั้นต้นได้ง่ายๆ
  3. องค์สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรย  โปรดเมตตาเปิดจุดสถิตของจิตธรรมญาณเดิม เรียกว่า อนุตตรธรรม เป็นงานของสายมหายาน สายพระโพธิสัตว์ ปรารถนาไปเกิดในยุคพระศรีอริยเมตไตรย เพื่อให้สรรพสัตว์พ้นจากอบายภูมิทั้ง 4

ในสมัยพุทธกาล สาธุชนที่ได้เข้าเฝ้ารับฟังพระธรรม ขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า  ได้เห็นแสงฉัพพรรณรังสีรัศมี 6 ประการของพระองค์ท่านเพียงครั้งเดียว ทำให้มีความเลื่อมใสศรัทธา ปิติยินดีฟังพระธรรมเทศนา จิตได้เข้าถึงพระโสดาบันทันที

ในสมัยปัจจุบันนี้ องค์สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา ได้ทรงโปรดเมตตาประทานพลังแสงทิพย์อริยธรรม หรือแสงทิพย์นิพพาน ส่งตรงมาให้ดวงจิตทั้ง 3 โลกได้รับสัมผัส  เปรียบประดุจดังแสงฉัพพรรณรังสีขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าในสมัยพุทธกาลนั่นเอง  ซึ่งพระองค์มีพระวิสุทธิพุทธบัญชาให้คนที่มีขันธ์ 5 เป็นสื่อกลาง เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการเวียนว่ายตายเกิด ภัยในวัฏฏะสงสาร

ความรู้ใหม่เป็นอาจินไตย ไม่สามารถคิดหรือจินตนาการเองได้

แรกเริ่มเดิมทียังไม่มีสุริยะจักรวาล มีแต่ความเวิ้งว้างว่างเปล่าของสุญญากาศ มีพลังจิตเป็นทิพย์มหัศจรรย์ขององค์สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดาอยู่ในอวกาศ  ซึ่งเป็นนิพพานอยู่ทั่วไป ไม่มีนรกโลก เปรต อสุรกาย สัตว์ คน ไม่มีสวรรค์ พรหม ไม่มีรูปลักษณ์

พลังจิตองค์สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดาซึ่งมีมาแต่กาลก่อน ไม่มีใครสร้างเป็นพลังจิตยิ่งใหญ่อยู่เหนือธรรมชาติ     เหนือกฏของจักรวาลพระองค์ท่านเนรมิตรูปลักษณ์เป็นกายแก้ว กายทิพย์ กายนิพพานแล้วพระองค์ท่านก็เปล่งแสงทิพย์ในพระวรกายพระองค์ท่านกระจายเป็น พลังจิต เล็กๆได้ 9,600 ล้านล้านดวง คือ ดวงจิตนิพพานทั้งหมดที่อยู่ใน 3 พิภพนี้

องค์สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดาจึงโปรดเมตตาสร้างสุริยะจักรวาล มีดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ จำลองนิพพานมาไว้ในโลกชมภู (โลกเรานี้) โลกสูตู โลกจามร ให้เป็นสถานที่น่าอยู่สบาย กลายเป็นรูปธรรม วัตถุธรรม หรือโลกธรรม  พระองค์ท่านวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดาจึงตรัสสั่งพลังจิตเล็กๆของลูก ที่เป็นทิพย์นิพพานทั้งหลายว่า "ลูกจงไปเรียนรู้สภาวะของโลกจักรวาล พ่อสร้างไว้ให้เป็นรูปธรรม ไปช่วยกันสร้างสวรรค์ให้โลกเป็น นิพพานบนดิน ทำงานเรียนรู้โลกธาตุจบ จิตใจจะได้มั่นคงไม่สงสัยในพระนิพพาน และรูปธรรม นามธรรมอีกต่อไป หมดอายุขัยจิตใจลูกให้กลับคืนนิพพาน เป็นการจบหลักสูตรเรียนรู้ในรูปธรรม วัตถุธรรมครบหมดแล้ว ลูกไม่ต้องลงไปเรียนทำงานโลกธรรมอีก แต่อย่าได้ไปลุ่มหลงในสิ่งมายาสมมุติ มันจะทุกข์หนัก แล้วลูกจะหลงทางลืมหาทางกลับคืนสู่นิพพานไม่ได้"

ลูกๆจิตนิพพานทั้งหลายต่างก็กระจายมาเที่ยวเล่นในโลก มีความเป็นทิพย์ สุขสบาย สมปรารถนาทุกอย่าง รุ่นแรกๆกลับคืนสู่นิพพานได้ไม่ยาก  เพราะจิตสะอาด ไม่ติดใจในของสมมุติ ส่วนรุ่นหลังๆอยู่ไปอยู่มาเริ่มมีอวิชชา เกิดติดใจหลงไหล ในรูป รส กลิ่น เสียง ในโลก เกิดตัญหาอยากอยู่ในโลก ร่างกายทิพย์นิพพานกลับกลายเป็นร่างพรหม ไม่สว่างเท่าร่างทิพย์นิพพาน เมื่อมองร่างทิพย์ของกันและกัน เกิดมีความผูกพันธ์หลงรักกันมากขึ้น (ราคะตัญหา) จึงเริ่มเกิดมีเพศเป็นเทวบุตร และเทพธิดา จากนั้นมีจิตหยาบหนา มีความโลภในสมบัติของโลก มีความโกรธ ความหลงในตนและผู้อื่นร่างเทวดาจึงตกต่ำกลับกลายเป็นคนมีขันธ์ 5 เรียกว่า ปฏิจจสมุปบาทคือสาเหตุของการเวียนว่ายตายเกิด มี กาย เวทนา มีสัญญา ความจำได้ หมายรู้ มีสังขาร ความคิดดีคิดชั่ว มีวิญญาณ คือมีระบบประสาท ความรู้สึกทางตา หู จมูก ลิ้น กาย อารมณ์ดีๆ ร้ายๆ รักผิดเพศ ผิดลูกสามีภรรยา ดื่มสุรายาเมา ทำความเดือดร้อนยุ่งยากแก่ผู้คนรอบข้าง องค์พระบรมธรรมบิดาผู้ทรงควบคุมดูแลดวงจิต ของลูกๆทุกคนอยู่จึงต้องจัดการสร้างนรกขึ้นมาทำโทษกักขัง สอนสั่ง ผู้มีจิตชั่วช้า ไม่มีเมตตาต่อผู้อื่น เมื่อพ้นจากขุมนรก ได้พัฒนาจิตดีขึ้น เป็นคนมีศีล 5 ครบ เคารพพระศาสดา ไม่หลงในโลกียสมบัติ เทวสมบัติ กลับคืนสู่นิพพานตลอดกาลนานไม่ต้องกลับมาเรียนรู้ในโลกมายาสมมุตินี้อีก

องค์พระบรมธรรมบิดาสร้างสวรรค์ 6 ชั้น ไว้แบ่งแยกดวงจิตของคนที่ตายไปแล้วตามความดีงาม รู้จักให้ทานมีศีล 5 ครบ เคารพพระศาสดา แต่ยังติดใจหลงไหลในสิ่งที่สวยสดงดงามในโลก

องค์พระบรมธรรมบิดาสร้างพรหมขึ้นมา 16ชั้น แยกดวงจิตที่มีเมตตามีศีล 5 ครบ มีจิตเป็นสมาธิเป็นหนึ่งกับคุณงามความดี มีศีล ทาน ภาวนา แผ่เมตตา และท่านที่ก่อนตาย จิตไปติดในรูปฌาน คือรูป อรูปฌาน คือรส กลิ่นเสียงและสัมผัส

องค์พระบรมธรรมบิดาทรงมีพระมหาเมตตา ส่งองค์พระศาสดาหลายศาสนา ให้มาสั่งสอน คน เทวดา พรหม ให้ทำคุณงามความดี กลับคืนสู่สวรรค์นิรันดร ทำความดีต่อไปพระนิพพาน เป็นการจบหลักสูตรเรียนรู้ รูปธรรมโลกธรรม เป็นนิพพานถาวรพระองค์ท่านดลจิตดลใจให้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ วิชาการใหม่ๆ ค้นคว้าหายาใหม่ๆ วิธีการง่ายๆทันสมัยมารักษาโรค ส่งพระโพธิสัตว์เจ้ามาเกิด ส่งนักวิศวกรรมมาพัฒนาโลกเทคโนโลยีหาวิธีการสื่อสารให้ดีและง่ายขึ้น เพื่อปวงมนุษย์จะได้อยู่เป็นสุขสบาย

จิตพุทธประภัสสรที่ไปลุ่มหลงอยู่ในกายคน สัตว์ ผี สัตว์นรกยังไม่ฉลาด ไม่สะอาดพอที่จะกลับคืนนิพพาน รอรวบรวมบุญบารมีทั้ง 10 ประการ มี ศีล ทาน เมตตา อธิษฐาน เนกขัมมะ การบวชจิตไม่มีกิเลสมารบกวนจิตใจ มีขันติ ความอดทน ไม่ติดใจในรูป รส กลิ่น เสียง วิริยะ ความเพียร พื่อพระนิพพานอย่างเดียว สัจจะ มีความจริงใจในศีล สมาธิ นิพพาน ปัญญาจิตให้รู้ว่าทั้ง 3 โลกเป็นรูปมายาของสมมุติกันขึ้นมาชั่วคราวเท่านั้น อุเบกขาบารมี มีจิตเฉยๆไม่ยินดียินร้ายกับความแปรปรวนยุ่งเหยิงเป็นทุกข์ และสูญสลายตายไปของร่างกายเพราะจิตใจไม่ได้ตายตามรูปวัตถุธรรม ที่เป็นของชั่วคราวทั้งสิ้น 

ท่านผู้ใดไม่เห็นดี คัดค้านว่าธรรมะอะไรจะง่ายเกินไป ก็ขอให้ปล่อยวางไม่สนใจเสีย อย่าเพิ่งเก็บไปวิพากษ์วิจารณ์ หรือตำหนิติเตียน เพราะดิฉันกลัวว่า ท่านจะทำความผิด ทำบาปใหญ่หลวง โดยไม่รู้ตัว เป็นการบังอาจ ไปปรามาสองค์สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา พระองค์ท่านโปรดเมตตาอนุญาตให้ลูกทุกคน ทุกท่าน ทำงานฉุดช่วยสรรพจิตวิญญาณทั้ง 3 โลก แบบทางลัดทางง่ายมาก เพราะความเป็นเลิศมหัศจรรย์ของพลังแสงทิพย์นี้ เป็นบุญบารมีที่ยิ่งใหญ่ ถ้าจะเอาแต่งานสอนพระกรรมฐาน ท่านตรัสว่าช้าไปไม่ทันกับเหตุการณ์ในยุควิกฤตกาลที่มีแต่ภัยอันตรายในเวลานี้ เพราะชาวโลกตกนรกกันถึง 90 %

ถ้าท่านผู้อ่านเชื่อ มีจิตศรัทธาและเห็นดี รีบขอรับพลังแสงทิพย์นิพพานได้ง่ายๆ ด้วยการอธิษฐานจิตขอรับพลังแสงทิพย์อริยทรัพย์เอาเอง ท่านก็จะพ้นจากนรก พ้นบาปกรรม ไปสวรรค์ได้อย่างสบาย แต่ถ้าท่านปรามาสงานบุญกุศล สูงส่งวิเศษยิ่งนี้ ท่านจะได้รับบาปกรรมโดยที่ท่านไม่ทันรู้ตัว แทนที่จะได้ไปพักสวรรค์ พรหม หรือ นิพพานง่ายๆ กลับกลายไปเสวยความทุกข์ร้อนทรมานในนรกเป็นเวลานานแสนนาน แม้กระทั่งถึงองค์พระศรีอริยเมตไตรย มาตรัสรู้ ก็ยังไม่พ้นจากนรก เปรต อสุรกาย หรือ สัตว์เดรัจฉาน

อ่านต่อ..