ดาวเรียงดวง 10+2

http://ainews1.com/article329.html

รายละเอียดต่อไปนี้จะเป็นข้อมูล ที่เทวดานำมาแจ้งให้หลวงพี่วณิชได้ทราบในกรรมฐาน และบอกให้หลวงพี่นำมาบอกแก่ชาวโลกให้ทราบด้วย ก็ลองฟังไว้เป็นข้อมูลในการสังเกตติดตามภาวะสิ่งแวดล้อมที่นำมาจากเวปขององค์การนาซ่า ที่จะเกิดสิ่งแปลกๆใหม่ๆที่รุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเก่าไปตามลำดับ ได้เข้าไปดูภาพการโคจรของระบบสุริยจักรวาลในอาณาจักรของกาแลกซี่ทางช้างเผือก ดวงอาทิตย์และดาวบริวารกำลังโคจรอยู่ในกลุ่มหมอกอนุภาค ในแดนของกาแลกซี่ทางช้างเผือก และคาดกันว่าจะมีผลกระทบต่างๆไม่ดีหลายเรื่องมาสู่สิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งเป็นดาวบริวารดวงหนึ่งในระบบสุริยจักรวาล ที่เข้าไปเผชิญชะตากรรมร่วมกัน

หรือเปลือกของดาวพระเคราะห์แต่ละดวง เช่น เกิดแผ่นดินไหว แผ่นดินแยก และภูเขาไฟระเบิภัยธรรมชาติลำดับที่ 3 ที่น่าจะเกิดขึ้นมากที่สุด ไม่มีดาวพระเคราะห์ดวงใดแตกสลายไป แต่ว่าจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และเสียหายมาก บนพื้นผิวทั่วไปหมดทั้งดวงดาว เท่าที่ทราบด้วยดวงจิต ขณะนั้นประเมินว่าจะเกิดในระดับที่ 3 นี้เป็นสิ่งที่อาจารย์หลวงพี่วาณิชกล่าวทิ้งท้าย

ในวันที่เกิดเหตุจะเกิดสุริยุปราคาขึ้นก่อน เมื่อดวงจันทร์โคจรเข้ามาในแนวเส้นตรงเดียวกับโลกและดวงอาทิตย์ในเวลาเดียวกัน ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของภัยธรรมชาติ ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และค่อย ๆ รุนแรงขึ้น แผ่นดินจะไหวทั่วโลกนานถึง 8-9 ชั่วโมง

ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นจะมีอยู่ 4 ระดับ คือ 

  1. ทำลายทั้งจักรวาล คือ ไม่มีอะไรเหลืออยู่ใน สุริยจักรวาลเลย แม้แต่ดวงอาทิตย์ก็แตกลลายไปด้วย
  2.  ดาวพระเคราะห์บางดวงในระบบสุริยจักรวาล แตกสลายไป ซึ่งจะทำให้ระบบสุริยจักรวาลเสียสมดุล วงโคจร ของดวงดาวอาจจะเปลี่ยนไป
  3. ไม่มีดาวพระเคราะห์ดวงใดแตกสลายไป แต่ว่า จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงและเสียหายมาก บนพื้นผิว หรือเปลือกของดาวพระเคราะห์แตละดวง เช่น เกิดแผ่นดินไหว แผ่นดินแยก และภูเขาไฟระเบิดทั่วไปหมดทั้งดวงดาว เท่าที่ ทราบด้วยดวงจิต ขณะนั้นประเมินว่าจะเกิดในระดับที่ 3 นี้
  4. เกิดควานเสียหายขึ้นกับพื้นผิวหรือเปลือกของ ดาวพระเคราะห์แต่ละดวง แต่ว่าระดับความรุนแรงน้อยกว่า ข้อ 3 คือเกิดความเสียหายเป็นบางจุดบางพื้นที่ ในกรณีนี้ ความเสียหายบนพี้นใลก เช่น เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเป็น บางประเทศ เกิดภูเขาไฟระเบิดเป็นบางจุด ฯลฯ

ระดับความรุนแรงที่ท่านเห็นนั้นโลกจะมืดเป็นเวลา 3 วัน ก่อนเกิดภัยอันนี้คงจะเป็นผลของระเบิดนิวเคลียร์ที่เป็นเมฆปกคลุม โลก ส่วนบางประโยคที่ไม่ได้นำมาลง คือการที่ดวงดาวต่าง ๆ ถูก ตรึงจากแรงโน้มถ่วง ทำให้การโคจรสะดุด

ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับโลกมนุษย์ สามารถแยก ออกเป็น ภัยที่เกิดขึ้นในรูปของธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ

  1. ดิน ภัยที่เกิดขึ้นในรูปของดิน คือ แผ่นดินแยก แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม แผ่นดินทลาย เกาะจม ฯลฯ
  2. น้ำ ภัยที่เกิดขึ้นจากน้ำ ได้แก่ ภาระฝนแล้ง ติดต่อกันยาวนานในบางประเทศ และเกิดภาวะน้ำท่วมใน บางประเทศ ในระหว่างที่เกิดการซ้อนกันของดวงดาวต่าง ๆ ทำมุม 180 องศาน้ำแข็งขั้วโลกละลาย น้ำทะเลจะหนุนเนืองท่วม สูงมาก เกิดคลื่นขนาดใหญ่ ความสูง 1 000 - 2,000 เมตร เนื่องจากคลื่นใต้น้ำซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาใ ต้ทะเล
  3. ลม  ภัยที่เกิดในรูปของลมก็มี ลมพายุชนิดต่าง ๆ เช่น ทอร์นาโด ลมไต้ฝุ่น เกิดขึ้นในท้องที่ต่าง ๆ ทั่วโลก เมื่อเกิดแผ่นดินไหวและแผ่นดินแยกนี้ก็จะมีอากาศบางชนิด  ที่เป็นพิษอย่างร้ายแรงขึ้นมาจากใต้พิภพ เรียกว่า    " ลมสลาตัน"
  4. ไฟ ภูเขาไฟระเบิดเกิดขึ้นทั่วไป อากาศจะร้อน อบอ้าวผิดปกติ แผ่นดินจะแยกมีไฟพุ่งขึ้นจากใต้พิภพ บาง ครั้งจะมีสัตว์นรกหลบหนีขึ้นมาเพ่นพ่านด้วย
    ข้อสังเกต ก่อนเกิดเหตุจะเกิดเหตุจะเกิดปรากฏการณ์ขึ้น คือ จะมีสงครามนิวเคลียร์เกิดขื้น ท้องฟ้าจะ มีเม็ดดำขนาดใหญ่แผ่ปกคลุมไปทั่ว มีฝนตก ตลอดเวลาผสมกับลมพายุ และฟ้าจะผ่าในพื้นที่ นั้นตลอดเวลาต่อเนื่องเป็นเวลาหลาย ๆ วัน      
    (ลมสลาตันที่ว่านี้ อาจจะเป็นก๊าซมีเทน ซึ่งมักพบในการเจาะน้ำมัน มีอันตราย ถ้าสูดดมประมาณ 100 พีจีเอ็ม จะเสียชีวิต ซึ่งจะย่อยสลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ลมพัดผ่านไป ให้กลายเป็นผุยผงไปหมด ลักษณะของลมนี้คล้ายกับหมอกลงในยามเช้า หนาทึบมาก ถ้าได้สัมผัสลมนี้แล้ว จะไม่รู้สึกร้อนหรือเย็น ขณะที่เกิดลมนี้  ก็ไม่มีการแกว่งไกวของใบไม้ มีความเงียบสงบหรือเสียงค่อยๆ  ลมนี้จะค่อย ๆ แผ่กระจายออกมาจากรอยแตกของเปลือกโลก ไม่ว่า จะเป็นบนบกหรือใต้ทะเล ปัจจุบันนี้ที่บริเวณขั้วโลกเมื่อน้ำแข็งบางลงกาซมีเทนที่เก็บอยู่ใต้เปลือกโลกเป็นหมื่นปีจำนวนมหาศาล หลายร้อยล้านลูกบาตร์เมตร กำลังฟุ้งกระจายขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เพิ่มปรากฏการณ์กาซเรือนกระจก ให้เลวร้ายกว่าที่ประมาณการณ์ไว้แต่แรก) 
  • ภาคใต้ โดยเฉพาะทางตอนล่างจะพบกับพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหวและคลื่นขนาดยักษ์พัดเข้ามา ทุกสิ่ง ทุกอย่างจะสูญสิ้นไปหมด แผ่นดินจะหายไปเหลือเพียงเกาะ เพียงไม่กี่เกาะ คนที่อาศัยอยู่เสียชีวิตเกือบหมด
  • ภาคกลาง จะพบกับพายุฝนอย่างหนัก แผ่นดินไหว แผ่นดินแยก กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียงจะจมลง ไปหมด เนื่องจากแผ่นดินไหวและทรุดตัวลงกลายเป็นทะเล
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะพบภัยพิบัติน้อยกว่า ภาคอื่น ๆ เพราะว่าภาคนี้ประสบเคราะห์กรรมอยู่เสมอ เป็น การใช้หนี้กรรมอยู่เป็นประจำแล้ว โดยภาคนี้จะพบลมพายุ และแผ่นดินไหวบ้างเล็กน้อย จังหวัดที่ปลอดภัยก็มี อุดรธานี ขอนแก่น และชัยภูมิ เป็นต้น แต่ปัญหาสำหรับภาคนี้ก็คือ ผู้คนที่รอดตายจะต้องพบกับโรคระบาด และอดอยาก เพราะ พืชพันธุ์ธัญญาหารถูกภัยธรรมชาติทำลายหมด
  •  ภาคเหนือ จะพบภัยธรรมชาติก็คือ แผ่นดินไหว และแผ่นดินแยก มีไฟพุ่งขื้นมาจากใต้พิภพ มีผู้คนล้มตาย จำนวนมากเช่นเดียวกับภาคใต้และภาคกลาง พื้นที่ริมทะเล จะถูกน้ำท่วมเข้ามา

สรุปว่าหลังจากเกิดภัยพิบัติแล้ว ประเทศไทยจะต้อง ทำแผนที่ใหม่ เพราะดินแดนบางส่วนจะจมลงใต้ทะเล สำหรับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เป็นดังนี้

ประเทศที่เป็นเกาะ เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ไต้หว้น ฯลฯ จะจมหายไปเกือบหมดประเทศที่เคยเป็นผู้ก่อสร้างสงครามในสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง หรือครั้งที่สอง ก็จะต้องใช้หนี้กรรมที่ตามมา เนื่องด้วยแรงคำสาปแช่งของผู้ได้รับเคราะห์ เนื่องจากสงครามทั้งสองคราว ทำให้ประเทศเหล่านั้นประสบภัยพิบัติที่เกิดจากแรงอาฆาตจนพังพินาศไปหมด

ประเทศที่เคยล่าอาณานิคม ประเทศที่เคยค้าทาส และใช้แรงงานทาสมาก่อน จะต้องประสบกับภัยพิบัติจากคำ สาปแช่งของผู้ที่ต้องทนทุกข์ทรมานในอดีต และกลุ่มประเทศ ที่เคยล่าอาณานิคมมาก่อนจะหันมาทำสงครามกันเอง อันที่จริงภัยพิบัติอันเนื่องมาจากแรงบาปกรรมและ แรงสาปแช่งเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ค. 2530 แล้ว

แต่ที่เกิดน้อย ทำให้สังเกตเห็นไม่ชัด เนื่องจากผู้มีฤทธิ์ ใช้ฤทธิ์ต้านแรงคำสาปแช่งเหล่านั้นไว้ แต่ในปี พ.ศ. 2538 - 2539 ผู้มีฤทธิ์ทั้งหลาย จะเริ่มอ่อนแอลงและต้านแรงคำสาปแช่งไว้ไม่อยู่ พอปี พ.ค. 2540 ภัยพิบัติจะเริ่มเกิดขึ้นต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ แต่ยังไม่รุนแรงมากนัก และจะรุนแรงที่สุดประมาณ พ.ศ. 2542

ภายหลังจากการเกิดภัยพิบัติ อันเนื่องมาจากแรง อาฆาตพยาบาทและสาปแช่งของเหล่ามนุษย์โลกที่ต้องทนทุกข์ ทรมาน เนื่องจากถูกเอารัดเอาเปรียบและข่มเหง ประชากรทั่วโลกจะมีชีวิตรอดเหลือเพียงไม่เกิน 100 ล้านคน จาก ปัจจุบันที่มีประชากรทั้งโลกมากกว่า 5,000 ล้านคน

คนที่รอดชีวิตภายหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ จำแนกได้เป็น 3 ประเภท คือ

  1.  พวกที่รอดชีวิตแต่สูญเสียตติสัมปชัญญะอย่าง สมบูรณ์ ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากมีจิตใจและสติที่ไม่เข้มแข็งพอ ไม่ได้ฝึกเจริญกรรมฐานมาก่อน ไม่สามารถทนเห็นสภาพของ เหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ เช่นคนตายจำนวนมาก แผ่นดินไหว แผ่นดินแยก ฯลฯ
  2. พวกที่รอดชีวิตแต่สูญเสียสติสัมปชัญญะไปชั่วขณะ หรือบางส่วน ที่เรียกว่า "กึ่งดี-กึ่งบ้า" พวกนี้ได้แก่ ผู้ที่ฝึกหัด กรรมฐานมาบ้างจนมีพื้นฐานพอสมควร แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอ
  3. พวกที่รอดชีวตและมีสติสัมปชัญญะอย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะมีจำนวนน้อยมาก ได้แก่ผู้ที่เจริญกรรมฐานมานานหลายปี จนมีจิตใจเข้มแข็งมองเห็นการเกิด แก่ เจ็บ และตายเป็น ธรรมดาของมนุษย์โลก หรืออาจกล่าวว่าได้แก่ผู้ที่เคยเจริญมรณานุสติมาเป็นประจำแล้ว จนไม่กลัวความตายและมองเห็นความตายเป็นเรื่องธรรมดานั่นเอง 

ตามที่หลวงพี่วาณิชท่านเห็นทางกรรมฐานมาท่าน กล่าวต่อไปอีกว่า ประเทศไทยจะมีผู้รอดชีวิตมากที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก คือประเทศไทยจะเสียหาย เพียง 70% ขณะที่ประเทศอื่น ๆ เสียหายเกินกว่า 90% ภายหลังภัยพิบัติใหญ่ครั้งนี้ มนุษย์โลกที่รอดชีวิตมาได้ ยังต้องประสบกับภัยโรคระบาดตายไปอีกไม่น้อยหลายปี

หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ผ่านพ้นไปแล้ว โลกมนุษย์คงเหลือแต่ผู้มีศีลธรรม คนชั่วทั้งหลายจะเสียชีวิตไปหมดหรือกลายเป็นคนบ้า สูญเสียสติสัมปชัญญะ เพชรนิล จินดาและทรัพย์สมบัติทั้งหลายจะผุดขื้นมาเกลื่อนพื้นโลก พรรณไม้ต่าง ๆ แปลก ๆ จะออกดอกออกผลเต็มไปหมด อาหารการกินจะอุดมสมบูรณ์มากแต่ใช้เวลาอีกหลายร้อยปี 

โลกมนุษย์จะค่อย ๆ วิวัฒนาการขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง ภายหลังจากที่ถาวรวัตถุทั้งหลายถูกทำลายลงไปหมด ทัศนคติและค่านิยมของคนในยุคนี้จะตรงกันข้ามกับในยุคก่อนเกิดภัยพิบัติ คือมีความเจริญทางจิตใจและมีคุณธรรม สูงขึ้น แต่ความเจริญทางวัตถุจะมีน้อยมาก เพราะจะต้องก่อสร้างกันใหม่หมด เพชรนิลจินดาทั้งหลายที่กองเกลื่อน พื้นดินจะไม่มีค่า อาหารการกินจะมีค่ามากกว่า ประเทศไทย ซึ่งมีคนรอดชีวิตมากกว่าประเทศอื่นๆ จะค่อยๆ เจริญขื้นมาจนภาษาไทยจะกลายเป็นภาษาหลักของโลกในที่สุด

เนื่องจากคนในประเทศอื่นๆ ถึงแม้ว่าจะรอดชีวิตก็จะมีสติวิปลาสไปหมด และการเจริญกรรมฐานนั้นก็มีปฏิบัติกันเฉพาะในเมืองพุทธเท่านั้นเป็นส่วนมาก เมืองนอกก็มีแต่น้อย และจิตสมาธิไม่สูงเหมือนคนไทย ชาวไทยผู้มีศีลธรรมซึ่งเหลือรอดจากภัยพิบิตนี้ จะได้ทำบันทึกเหตุการณ์ครั้งนี้เอาไว้ และหลังจากนี้ไปอีก 300 ปี ถึง 400 ปี วิชาการสิ่งก่อสร้าง ฯลฯ จะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งควบคู่กับจิตใจของมนุษย์โลก ซึ่งเจริญ เข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ คือมีชีวิตงดงาม หลวงพี่วาณิชท่านเล่าว่า ผู้ที่จะไปเกิดในยุคนี้ได้จะต้องเป็นผู้มีศีลธรรม รู้จักทำบุญทำทานมากพอสมควร

เมื่อท่านได้เล่าถึงภัยพิบัติต่างๆแล้ว ท่านได้เล่าต่อไปว่า ท่านได้เอ่ยถามเทวดาผู้มาแจ้งข่าวท่านในกรรมฐาน ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นจะสามารถแก้ไขหรือบรรเทาได้อย่างไร แค่ไหน เทวดาตอบว่าไม่สามารถจะระงับภัยพิบัติได้ ซึ่งกล่าวได้ แต่สามารถบรรเทาให้เบาบางลงไปได้ตามแต่การปฏิบัติดี ปฏิบัติชั่วของชาวโลกทั้งหมด

เพราะว่าสาเหตุของภัยพิบัตินั้น เกิดจากความชั่วร้ายต่างๆ ที่ละสมมาในจักรวาลนี้นับหมื่นๆ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการทำชั่วบนโลกมนุษย์นี้เองทุกครั้งที่ มีการทำชั่วเกิดขื้น คือ ผิดศีลขั้นพื้นฐานหรือศีลห้า จะต้องมีผู้เดือดร้อนหรือเจ้ากรรมนายเวรนั้นเอง (เทวดาน่าจะหมายถึงเมื่อโลกและสุริยจักรวาลเริ่มย้ายกลับมาสู่แรงดึงดูดของกาแลกซี่ทางช้างเผือก เมื่อเกือบ 13,000 ปีที่ผ่านมา จนเกือบจะครบวงรอบในปลายปี 2012 นี้นั่นเอง) เช่น

  1. ปาณาติปาต คือ การฆ่าสัตว์หรือมนุษย์ วิญญาณของสัตว์หรือมนุษย์ นั้นย่อมอาฆาต พยาบาท จองเวร และเกิดเป็นพลังงานแห่งความชั่วร้ายขึ้น
  2. อทินนาทาน คือ การลักทรัพย์ เจ้าของทรัพย์ ย่อมเสียหายและมีจิตผูกพยาบาทเช่นกัน
  3. กาเมสุมิจฉาจาร คือ การประพฤติผิดทางเพศ ผู้เป็นบิดามารดา หรือสามีภรรยาย่อมโกรธแค้นที่ผู้ที่รักถูก ล่วงเกินหรือถูกแย่งสิทธิ์
  4. มุสาวาทา คือ การกล่าวปดมดเท็จ ผรุสวาท หยาบคาย เพ้อเจ้อ ใส่ร้ายป้ายสี ผู้ที่ถูกกระทำย่อมได้รับ ความเสียหายและมีจิตใจผูกพยาบาทอาฆาต
  5. เสพสุรายาบ้า เมื่อจิตใจเป็นบ้าไปแล้ว ไม่มีการยับยั้งในสิ่งที่ทำลงไป เบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่น

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่มีการรังแกกันหรือล่วงเกินกัน ถ้าหากเจ้าทุกข์ยังไม่อโหสิกรรมให้ หรือยังไม่ให้อภัยแก่ผู้ ล่วงเกินแล้ว เจ้าทุกข์จะกลายเป็นเจ้าหนี้หรือเจ้ากรรมนายเวร คอยตามทวงหนี้แก่ผู้ล่วงเกินไปทุกภพทุกชาติจนกว่าจะสำเร็จ และยังมีพลังงานอีกล่วนหนึ่งซึ่งเป็นความอาฆาตพยาบาท หรือพลังงานความชั่วร้ายที่ล่องลอยไปสะสมกันในจักรวาล ซึ่งเมื่อละสมกันมาเป็นเวลานานๆ หลายหมื่นหลายแสนปี จึงกลายเป็นดาวสีดำขนาดใหญ่ มีพลังงานความชั่วร้ายที่มีเป้าหมาย เพื่อทำลายสุริยจักรวาล คงจำกันได้ดาวที่เรียงตัว ขาวสว่าง 7 ดำมืด 3+2  ภัยพิบัติโลกและจักรวาลคราวนี้จะหนักหนาเอาการขนาดไหน ก็ต้องรอดูกันต่อไป

สำหรับผู้ไม่หยุดการค้นหา ความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมโลก ว่าต้นเหตุแท้จริงมันมาจากที่ไหน ก็ลองแวะที่ ลิงค์นี้ ของผู้ที่มีอายุเป็นหมื่นๆปีมาราบงานให้ทราบ

เมื่อสิ่งนี้เกิด สิ่งนี้จึงเกิด
เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง เรื่องต่อไปก็จะจริงตามมา....
ติดตามเรื่องราวรายละเอียดที่ทุกคนควรได้ทราบไนตามรอยพระมหาชนก

เรื่องใกล้ตัวทุกคนที่พระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ เล่าให้บรรดาศิษย์ได้ฟัง "มันเป็นกรรมของพวกเขา เคยทำอย่างไรกับพวกเขาก็จะต้องโดนกลับคืนบ้าง อีกหน่อยพระทั้งหลายจะต้องถูกยึดเงินจนหมด และก็ไม่สามารถอยู่ในสภาพพระเช่นนี้ได้ เมื่อเรื่องพระหมดไป หลังจากนั้นอีกประมาณปีครึ่ง ก็จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3" อ่านต่อ...

คำเตือนจากท่านผู้เฒ่าปู่อินทร์ตาทิพย์เขาตำแย อายุ109ปี(2553)

ปู่บอกว่าภัยพิบัติจะเกิดตามหนังสือพุทธทำนายไว้จะแรงบ้าง หรือเบาบ้าง ขึ้นอยู่กับว่าครูบาอาจารย์ได้ช่วยไว้หรือไม่ แต่ปลายปี2555ต่อเนื่องปี2556เหตุการณ์จะรุนแรงมาก ด้วยเหตุ3อย่างหรืออย่างใดอย่างหนึ่ง

  1. บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ หาก..... ละสังขาร 
  2. พายุจะถล่มเมืองไทย และที่อื่นๆ
  3. น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในโลก หลายๆประเทศจะต้องเกิดเหมือนกัน

(ในข้อ 3 หากท่านลองติดตามข่าว ของประเทศอินโดนีเซีบ ฟิลิบปินส์ มาเลย์เซีย และภาคใต้ของไทย จะพบว่าเกิดน้ำท่วมพื้นที่รุนแรงขึ้นโดยลำดับ น้ำทะเลแทรกตัวเข้ามาบนแผ่นดินเพิ่มมากขึ้น จนต้องอพยพผู้คนหนับหมื่นออกจากพื้นที่)

จะรุนแรงไปเรื่อยๆ ผู้คนจะตายมากเป็นประวัติการณ์ ผู้คนจะเหลือแค่ 30% ของประชากรที่นั้นๆ ปัจจุบันนี้ผู้คนไม่มีศีลธรรม ไม่ละอายแก่บาป เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ไม่ใช่กรรมของใครๆ แต่นี่คือวัฎจักรของโลก

บ้านเมืองเจริญขึ้น แต่จิตใจมนุษย์เจริญลง ยิ่งการสมสู่มนุษย์ต่อกัน เดียวนี้ไม่มีเลือกผัวเลือกเมียหรือลูกหลาน นี่แหละกลียุคตามคำทำนายขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าพุทธโคดม เหตุดังกล่าวจะเบาลงและสิ้นสุดปี 2560 ผู้คนที่รอดพ้นจากภัยพิภัยคือผู้ที่ดำรงชีวิตอยู่ในศีลธรรม กตัญญูต่อบิดามารดา ละอายแก่บาป จงเป็นผู้รู้ในกิเลส และผู้ตื่นจากกิเลส สุดท้ายก็ไกลจากกิเลส

ภัยพิบัติที่จะเกิด เมืองไทยจะมีการเตือนภัยล่วงหน้า จากในหลวงของเรา และท่านสมิทธ ธรรมสโรช (พูดแบบภาษาธรรม พระองค์ท่านในหลวงและคุณสมิทธมีสื่อจากผู้ดูแลมนุษย์ในโลกนี้ จะบอกกล่าวล่วงหน้าให้ผู้คนเตรียมตัวหนีจากภัยที่จะเกิด)

ส่วนเส้นทางหลบหนีปู่บอกว่าผู้คนจะหนีมุ่งหน้าไปทางถนนมิตรภาพ และรถจะติดมากผู้คนต่างแย่งกันโกลาหนน่าดู และสุดท้ายหางแถวจะหนีไม่รอดนั้นเอง สระบุรีที่ตั้งองค์พระนั่งสูง ตรงนั้นแผ่นดินจะยุบตัวลง เพราะข้างล่างเป็นบ่อน้ำใต้บาดาล

ส่วนถนนที่พอจะรอดก็คือ กบินทร์-นครราชสีมา,นครนายก หรือเส้นทางอื่นๆที่ไม่ใช่มิตรภาพ แต่ส่วนมากผู้คนจะเลือกเส้นทางมิตรภาพมาก เพราะไปได้ทั้งเหนือและอีสาน

ขอเตือนไม่จำเป็นจะต้องไปอีสานอย่างเดียวนะครับ ภาคเหนือก็ไปได้ (ปู่บอกแล้วเตือนแล้ว จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่บุญของเขา แต่ผู้ที่ปฏิบัติธรรมส่วนมากจะรอด แม่บอกอย่างนี้) มนุษย์จากตัวใหญ่ลงมาถึงตัวเล็ก และกำลังเปลี่ยนแปลงจากเล็กไปหาใหญ่เรื่อยๆ สังเกตจากลูกหลานจะเริ่มสูงใหญ่กว่าพ่อแม่แล้ว และค่อยเป็นค่อยเปลี่ยนไปตลอด

สำหรับพื้นที่ปลอดภัยทั้งระยะต้น ระยะยาวนั้นคุณแนนซี่ รีเดอร์ ได้รวมรวมเอาไว้ ในลิงค์นี้

ขอแถมคาถาปู่ใหญ่ (ดินน้ำลมไฟ)ให้ท่องเป็นประจำและอย่าลืมถือศีลอย่างน้อยศีล5 นะครับ

หิตะ ทิราชัน มันกาโล อังคะสิรา กะระ สะสะสะติ>>
โหถะถิคะหะคะเน พุทธิทุกขัง อนิจจัง อนัตตา>>
นะสัพพะราชา ขันติโย อิติปะระมิตตาติงสา
อิติสัพพัญญูมาคะตา>>
อิติโพธิ มะนุป ปัตโต อิติปิโส จะเตนะโม>>
(สวด 7 จบ หรือ 9 จบ เสกใส่น้ำดื่ม ป้องกัน สรรพภัย สรรพโรคทั้งปวง จาก ดินน้ำลมไฟ)>เป็นอย่างไรครับคุณปู่น่ารักมากๆใช่ไหม  บอกไว้สั้นๆล้วนได้ใจความ

เหตุการณ์ต่างๆที่กล่าวมานั้น จะมีอยู่วันหนึ่งที่เหตุการณ์รุนแรงที่สุด คลื่นพลังมหาศาลจากจักรวาลจะกระแทกลงมายังโลก เป็นพลังงานที่เกิดจากลมพายุสุริยะอันเนื่องมาจากจุดดับบนดวงอาทิตย์จุดที่ 11 มนุษย์ทุกคนบนโลก จะได้พบกันเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัว บรรยากาศช่วงแรกๆจะรู้สึกหดหู่ เวิ้งว้าง ท้องฟ้าจะวังเวงพิกล หลังจากนั้นไม่นานนัก ลมจะแรงขึ้น แรงขึ้น เสียงฟ้าเสียงลมจะแผดเสียงกึกก้องดังที่สุด ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้ยินเสียงที่ดังขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เป็นเสียงของพญามัจจุราชที่พิพากษาโลกในด้านความเป็นมนุษย์คนชั่วทุกคนจะถูก ประหารชีวิตและจะตายอย่างทรมาน ไม่เว้นแม้แต่ผู้นำสังคม ผู้นำเศรษฐกิจ ผู้นำลัทธิ ฯลฯ ส่วนคนดีจะได้รับการยกเว้นเอาไว้ให้ได้ทำความดีโดยไม่มีอุปสรรคต่อไป

ท่านผู้ศึกษาข้อมูลลองไขปริศนาข้างบนนี้ นำไปถอดใจความจากความวิตกกังวลของนักวิทยาศาสตร์ขององค์การนาซ่า ที่นำเสนอเอาไว้ข้างต้น ว่าเหตุการณ์ภัยพิบัติจากพายุสุริยะ ครั้งที่ 11 ของดวงอาทิตย์หนักหนาเอาการ หนักกว่าพายุแคทรีน่า 20 เท่า แล้วก็จะเห็นภาพที่ข้อความข้างบนนี้ทำนายไว้ ก็ฟังหูไว้หู ทราบข่าวว่าองค์การนาซ่าถูกจับโกหก หลายครั้งทีเดียว

Near_future_version

การทำพิธีนี้จะต้องให้ผู้มีศีลธรรมอันบริสุทธิ์มานั่ง สวดมนต์กลางแจ้ง โดยเรียงตามลำดับ ดังนี้

1. พระผู้มีญาณระดับสูงหรือพระอรหันต์นั่งสวดมนต์ ณ จุดศูนย์กลางเป็นประธาน

2. พระภิกษุซึ่งมีศีลบริสุทธิ์มานั่งสวดมนต์ล้อมวง พระอรหันต์องค์ประธาน

3. สามเณรผู้มีศีลบริสุทธิ์มานั่งล้อมวงถัดจากผู้มีศีล บริสุทธิ์

4. แม่ชีผู้มีศีลบริสุทธิ์มานั่งสวดมนต์ล้อมวงถัดออก มาจากเหล่าสามเณร

5. อุบาสก อุบาลิกา ผู้ถือศีลแปดนั่งสวดมนต์อยู่วง นอกสุด  

ก. การเตรียมตัวในขณะนี้

1. ให้ชาวโลกทุกๆคนต้องเร่งรีบทำจิตใจให้สงบ และเข้มแข็ง คือ ให้บำเพ็ญภาวนานั่นเอง ให้ทุกคนพยายาม หาเวลาฝึกกรรมฐานอย่างเข้มแข็ง รวมทั้งพากเพียรเจริญ มรณานุสติไว้ว่าการตายเป็นธรรมดาของคนทุกคน ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงได้เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมไว้ หากแม้น ต้องเสียชีวิตในภัยพิบัติ จิตใจจะได้สงบ เวลาตายวิญญาณ จะได้ไปจุติในภพภูมิที่ดี

2. ให้ชาวใลกทุกคนรักษาศีล 5 ให้ได้ เพื่อลด การเบียดเบียนกัน ทำให้มีความสงบเย็นและสันติสุขเกิดขึ้น ในใลก อย่าได้ทำสงครามหรือแม้แต่ทะเลาะวิวาทกัน ซึ่งจะได้ ไม่ไปเพิ่มพลังแห่งความชั่วร้ายให้สูงขึ้น เพราะจะเร่งให้ภัยพิบัติเกิดเร็วขื้นและรุนแรงขึ้น นอกจากนี้เทวดายังกล่าวแก่ พระวาณิชว่า ถ้าแม้นผู้ใดสามารถรักษาคีล 5 ให้บริสุทธิ์ ได้จริงและไม่มีกรรมเก่าอันหนักหนาแล้ว ย่อมจะสามารถรอดชีวิตจากภัยครั้งนี้ได้ แต่จะสติวิปลาสหรือไม่ขึ้นอยู่กับ ระดับขั้นในการเจริญกรรมูฐาน

3. ให้ชาวโลกทุกคนมีความเมตตากรุณาแก่กัน ทำบุญทำทานช่วยเหลือกัน ผู้ที่มีเหลือช่วยเหลือแบ่งปันกัน ให้แก่ผู้ที่ขาดแคลน เพึ่อไม่ให้มีผู้ทุกข์ใจร้อนใจ ก่อให้เกิดความร่มเย็นขึ้นในโลกมนุษย์

ข. การเตรียมตัวในระยะที่ภัยพิบัติใกล้จะเกิด

จะต้องหาบทสวดมนต์บทหนึ่งซึ่งใช้ในการสวด เพื่อระงับหรือบรรเทาภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว แผ่นดินแยก ภูเขาไฟระเบิด ฯลฯ บทสวดมนต์นี้พระวาณิช ท่านเล่าว่าเคยพบในคัมภีร์เก่า ท่านจำชื่อของมนต์บทนี้ไม่ได้แล้ว เทวดาได้กล่าวแก่ท่านว่าให้ไปค้นหาบทสวดมนต์บทนี้ ซึ่งองค์สมเด็จพระลัมมาสัมพุทธเจ้าได้ให้ไว้ เพื่อใช้สวดบรรเทาภัยพิบัติ ซึ่งท่านได้เล็งเห็นด้วยทิพยจักษุว่าจะบังเกิดขึ้นใน ชมพูทวีป ภายหลังจากท่านเสด็จนิพพานแล้ว

6. ให้ประชาชนอื่น ๆ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย นุ่งขาว ห่มขาวรักษาศีลให้บริสุทธิ์

(เป็นสาเหตุที่เรียกประเทศไทยว่า ถิ่นกาขาว) และ ช่วยกันสวดมนต์บทนี้เพื่อบรรเทาภัยพิบัตินี้ ณ บ้านเรือน ของตนในวันที่เกิดสูรย์

ค. การปฏิบิตตัวในขณะที่เกิดภัยพิบัติ

1. เข้าญาณแล้วหนีไปอยู่พรหมโลก

2. ขึ้นยานอวกาศแล้วหนีไปอยู่นอกโลก

การหนีจากภัยพิบิตทั้ง 2 วิธีข้างต้นจะปลอดภัย ในกรณีที่ถึงขั้นโลกแตกทำลายเป็นจุณ แต่ถ้าหากว่ายัง ไม่รุนแรงถึงระดับที่กล่าวนี้ คือ เพียงแต่เปลือกโลกได้รับ ความบอบช้ำมากหรือน้อย แต่ไม่ถึงกับแตกทำลายก็อาจหลบหนีได้ใดย วิธีต่อไปนี้

3. หนีไปอยูในเขตพื้นที่ชึ่งไม่เกิดภัยพิบัติ ผู้ที่มีความสามารถจะหยั่งรู้ได้ด้วยญาณ

4. ผู้ที่รักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ก็อาจรอดชีวิตได้ ถ้าไม่มีกรรมเก่าอันหนักหนาจริง ๆ

5. ผู้ที่ฝึกกรรมฐานมาบ้างและสามารถทำจิตใจ สงบได้แต่ยังไม่ถึงขั้นฌานก็อาจจะรอดชีวิต แต่ถ้าหากตาย วิญญาณจะไปจุติในภพภูมิที่ดี

6. ในขณะที่เกิดสูรย์ คือ เกิดจันทรุปราคาหรือ สุริยุปราคาให้ทำพิธีสวดมนต์กลางแจ้งตามที่กล่าวแล้วนี้

7. ให้ทุก ๆ คนในโลกหยุดการใช้เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้า และหยุดการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ให้หมด

แม้แต่มีการเคลื่อนที่ของมนุษย์และสัตว์คือ ให้ทุกคน นั่งเฉย ๆ ถ้านั่งกรรมฐานได้ก็ให้นั่งกรรมูฐาน เนื่องจากว่า การเคลื่อนไหวและการใช้พลังงานไฟฟ้าหรือแม่เหล็กต่าง ๆ จะเป็นการซ้ำเติมให้เกิดความสับสนของสนามพลังงานใน ระบบสุริยจักรวาลมากขึ้น อาหารจะขาดแคลนตลอดจนถึง ปัจจัยสี่ด้วย ดังนั้นจึงควรมีการเตรียมตัวดังต่อไปนี้

อุปกรณ์การดำรงชีวิตในป่า (แล้วแต่จะคิดหาได้)

- เชือกอย่างเดียว 10 เมตรต่อคนตามปัญญาของ แต่ละคน

- จักรยานวิบาก 1 คันต่อคน พร้อมทั้งอะไหล่ เช่น ยางใน ลูกปืน ฯลฯ (ถนนหนทางจะพังพินาศหมดในเวลานั้น)

- ผ้าร่ม ผ้าปูที่นอน มุ้งธุดงค์ และกลด

- มีด หม้อสนาม กระติกน้ำ แก้วพลาสติก

- เรือไฟเบอร์กลาส 1 ลำต่อคน 30 คน

- ที่สำคัญมากคืออาหารและแหล่งเสบียงอาหาร

- ยารักษาโรค เช่น ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้อ้กเสบ ยาหม่อง ฯลฯ

- เชื้อเพลิงและอุปกรณ์ให้แสงสว่าง เช่น เทียน ไฟแช็ก น้ำมันก๊าซ ไฟฉาย ฯลฯ

นอกจากนั้นช่วงภัยพิบัตินั้น ขอให้ผู้ที่มีปัจจัยสี่ แบ่งปันช่วยเหลือผู้ที่อดอยากขาดแคลน ในเวลาเช่นนั้น ทรัพย์สมบัติและทองไม่มีค่าแล้ว หลวงพี่วาณิชท่านเล่าต่อไป ว่า ทางเบี้องบนสั่งต่อไปอีก ในลักษณะของคำกลอนซึ่งท่าน จำไม่ค่อยได้ว่า

กินครึ่งแบ่งครึ่งพึงอภัย ถ้าเป็นหนี้สินใครใช้ให้หมด สิ่งของที่จำเป็นต่าง ๆ ถ้ามีมากให้แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ ห้ามขายเด็ดขาด

(ผู้เขียน : ท้ายนี้เรื่องทั้งหมดที่เล่ามานี้มาจากคำบอกเล่าของพระ วาณิช ซึ่งท่านมีความประสงค์ดี ต้องการให้ชาวโลกได้รับรู้ การให้ ชาวโลกได้รับรู้ถึงภัยพิบัติ ซึ่งท่านเก็บมาจากเทวดาที่มากล่าวให้ ท่านทราบในขณะนั่งกรรมฐาน)

หมายเหตุ หลวงพี่วาณิชท่านยังบอกวิธีพิสูจน์ให้ด้วย คือ ให้นั่งกรรมฐานจนจิตสงบแล้วให้ภาวนาคำว่า "จิตต่อธาตุ ธาตุต่อธาตุ" ไปเรื่อย ๆ ผู้ที่ปฏิบัติ นี้อาจจะเห็นเหตุการณ์ตามแต่บุญวาสนาของ ตนเอง ซึ่งต้องอาจให้เวลาหลายชั่วโมง (ธาตุที่ ว่านี้ คือธาตุทั้ง 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ เมื่อ ภาวนาแล้วให้กำหนดจิตว่า แผ่ต่อธาตุทั้ง 4 คลุมไปทั่วทั้งพิภพ)

เรื่องที่เขียนมานี้หลวงพี่วาณิชท่านว่าเป็นเพียงหนึ่ง ในสาม ยังมีข้อมูลอื่นไม่ได้ลงเช่น ตำราสมุนไพร บทสวดมนต์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้บรรเทาภัย เรื่องราวที่เทวดาพาท่านชมสวรรค์ ระบบการทำงานของบัญชีบาปบุญของยมบาล ฯลฯ

(ผู้เขียน : ข้าพเจ้ารู้สึกลำบากใจที่ว่าดาวเคียงกัน 7 ดวง ในปี พ.ศ. 2540 นั้นก็มีจริงตามปฏิทินคราสของสมาคมโหราศาสตร์ แห่งประเทศไทย ออกขายเมื่อกลางปี 2536 หลวงพี่วาณิชท่านรู้ เรื่องนี้มาได้อย่างไร ท่านคงไม่มีปฏิทินนี้เพราะพิมพ์น้อยมาก อีกอย่างหนึ่งเรื่องแรงดึงดูดของดาวที่มีผลต่อน้ำขึ้นน้ำลงและแผ่นดินไหว นั้นในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์เชื่อแล้วว่าจริง จำนวนดาวที่เรียงกัน จำนวนมากแบบนี้ยังไม่เคยมีมาก่อน ยิ่งในปี 2542 นั้นก็มากขึ้นอีก ไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร ตรงส่วนนี้ถือว่าเป็นวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่อง เพ้อฝันที่จะมาหัวเราะหรือเหยียดหยามกัน แต่ในทางกลับกันการ ค้านแบบไม่คิดนั้นก็มีประโยชน์ เพราะเป็นการสร้างความสบายใจ)

back up data:  http://www.thaijinde.is.in.th/?md=content&ma=show&id=36 

สำหรับท่านที่ไม่ประมาท ต้องการสร้าง ตู้เอทีเอ็มส่วนตัวเคลื่อนที่  เอาไว้เบิกเงินในวงเงิน 2 ล้านบาท/เดือน/หน่วยการลงทุน กับบริษัทมหาชน แวะศึกษารายละเอียดได้ที่  http://www.ainews1.com/article36.html

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share