สึนามิ เมื่อ 26 ธ.ค. 2547 เกิดขึ้นเนื่องแต่เหตุใด

http://ainews1.com/article332.html

Bookmark and Share

ตามที่คนส่วนใหญ่ได้รับทราบจากบรรดานักวิทยาศาสตร์ธรณีฟิสิคส์ ได้ออกมาอธิบายต้นเหตุแห่งการเกิดสึนามิหลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงถึง 9.2 ริกเตอร์เสกล ที่ใกล้กับหมู่เกาะสุมาตรา เมื่อ 26 ธ.ค. 2547 นั้น มาจากโลกได้เก็บสะสมพลังงานเอาไว้นาน จึงทำให้แผ่นทวีป ออสเตรเลีย-แปซิฟิก เคลื่อนตัวมุดเข้าไปใต้แผ่นเปลือกโลกยูเรเชียน ที่ประเทศมาเลย์เชีย ไทย จีน ลาว ตั้งอยู่เป็นแผ่นใหญ่อีกแผ่นหนึ่ง แวะไปชมแผ่นเปลือกโลก ที่แสดงริงออฟไฟร์ในโซนต่างๆทั่วโลก ที่ลิงค์นี้ http://hisz.rsoe.hu/alertmap/index2.php  เมื่อ  2010-07-24  ที่อินโดนีเชีย เกิดแผ่นดินไหว 5.7 ริกเตอร์ เมื่อเวลา 2 นาฬิกาเศษ ภูเขาไฟอีบูของอินโดนีเซียตะวันออกกำลักคุกรุ่น และท่านจะสามารถตรวจสอบเหตุการณ์ต่างๆได้ทั่วโลกจากลิงค์ที่นำมาฝากนี้

เหตุการณ์ครั้งนี้ไปจุดประเด็นปัญหาว่าทำไมจึงได้เกิดผลเช่นนั้นขึ้น เหตุต่างๆเป็นเช่นเดียวกับนักวิทยาศาสตร์รุ่นเก่าได้ศึกษาเล่าเรียนมาหรือไม่  ผู้ที่ใช้ญาณทัสสนะ และสันตติ ติดตามสาวไปดูจากผลที่เกิดขึ้นไปสู่ต้นเหตุว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็พบว่าเปลือกโลกแผ่นยูเรเชียน โดยเฉพาะในพื้นที่ประเทศจีนได้สะสมน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากจากน้ำที่เก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนใหญ่ๆหลายแห่ง เริ่มเก็บน้ำเอาไว้เต็มอ่าง น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นในผิวโลกส่วนของประเทศจีนนี้ นอกจากก่อให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้นในประเทศจีนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่แล้ว ยังทำให้แผ่นเปลือกโลกชิ้นนี้กระดกตัวทำให้บริเวณปลายแผ่นทวีป ทางทิศใต้แถบหมู่เกาะสุมาตรา มหาสมุทรอันดามัน บริเวณเกาะนิโคบาร์  และลึกเข้ามาทางพม่าตอนใต้เคลื่อนตัวในแนวดิ่ง

การเคลื่อนตัวของแผ่นทวีปในแนวดิ่ง ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งยิ่งใหญ่ ปั๊มน้ำในทะเลทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่หรือสึนามิ ตามมา เมื่อ 26 ธ.ค. 2547 สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินพลโลก เป็นวงกว้างหลายประเทศ และต่อไปเมื่อสิ้นฤดูฝนปี 2553 ไปแล้ว น้ำในอ่างเก็บน้ำอีกหลายเขื่อนในประเทศจีน  ก็จะเก็บสะสมน้ำฝนที่หลากลงมาเพิ่มมากขึ้น ก็ต้องคอยดูกันต่อไปว่าสิ่งที่มนุษย์ได้ดัดแปลงธรรมชาติ ด้วยเทคโนโลยี่ที่ตนได้ศึกษามา จะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ตนเห็นว่าแก้ไขได้ หรือยิ่งจะสร้างปัญหาให้แก่ประเทศของตนให้เกิดปัญหาที่แก้ไขไม่รู้จบ และยังสร้างความเสียหายกระทบกระเทือนแก่ประเทศอื่นๆให้ได้รับความเสียหาย โดยไม่ต้องรับผิดชอบทางกฏหมาย โยนให้เป็นเรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติ

เขื่อนขนาดใหญ่ในประเทศจีน

เกิดอะไรขึ้นกับบริเวณริงออฟไฟร์ มาติดตามผลที่แผ่นเปลือกโลกบริเวณเกาะสุมาตรา และแนวริงออฟไฟร์เรื่อยขึ้นมายังหมู่เกาะนิโคบาร์ ในทะเลอันดามัน เรื่อยขึ้นมาถึงพม่าตอนใต้ ซึ่งอยู่ตามริมขอบริงออฟไฟร์ทั้งหมด  จะได้รับการเติมพลังความร้อนจากพลังเส้นแรงแม่เหล็กที่โลกสะสมไว้ทุกวัน มาตั้งแต ต.ค. 2544 นับแต่แกนพลังงานโลกได้เกิดการอุดตันด้วยฝีมือมนุษย์ผู้สร้างเหตุ แต่ไม่รู้วิธีกำจัดเหตุนั้น คือสร้างสาร  CFC หรือ  Chlorofluorocarbon จำนวนมหาสารแพร่กระจายไปทั่วโลก และแทรกซึมลงไปในแกนพลังงานโลก เกิดอุดตัน จึงทำให้พลังเส้นแรงแม่เหล็กที่หนักและร้อน ที่โลกรับมาทุกวันจากดวงอาทิตย์ และพระอาทิตย์ดวงแม่ของกาแลกซี่ทางช้างเผือก  ไหลทะลักลงสู่ช่องเปิดของเปลือกโลกในบริเวณที่เปลือกโลกกระดก ทุกวันเวลา จึงเกิดแผ่นดินไหวในบริเวณนั้นตามมาในขั้นรุนแรงมากกว่า 6 ริกเตอร์ตลอดมา และหากยังเป็นอย่างนี้อยู่ต่อไปก็เป็นที่หวังได้ว่า การเกิดแผ่นดินไหวในบริเวณนี้ พร้อมที่จะเกิดขึ้นต่อไปอีกหลายรอบ และมีแนวโน้มของสุริยะจักรวาลและโลก จะปรับตัวแผ่นเปลือกโลกครั้งใหญ่เมื่อโลกย้ายแกน จนกว่าเปลือกโลกจะเกิดความสมดุล

ผลที่ติดตามมาหลังแผ่นดินไหวรุนแรง ยิ่งกว่านั้นการเกิดแผ่นดินไหวใกล้หมู่เกาะสุมาตรายังทำให้แกนโลกเอียงน้อยกว่าเดิมประมาณ 1 องศา ทำให้โลกหมุนเร็วขึ้น และช่วยเร่งให้น้ำแข็งขั้วโลกรับพลังงานความร้อนได้มากขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกจึงมีอัตราการละลายสูงกว่าเก่า น้ำหนักของน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามไปด้วย ทำให้เปลือกโลกส่วนนี้ซึ่งกินบริเวณกว้าง 2 ใน 3 ของเปลือกโลกที่บนบก     เริ่มไม่สมดุลกับส่วนที่เป็นแผ่นดินมากขึ้น ที่สูญเสียน้ำแข็งลงไป และไปเพิ่มน้ำหนักให้กับท้องมหาสมุทรอีกฟากหนึ่ง คือเสียน้ำหนัก 2 ต่อ  ความไม่สมดุลจากการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ก็จะสะสมเหตุปัจจัยรอเอาไว้ให้โลกพลิกขั้วได้ง่ายยิ่งขึ้น เมื่อโลกเกิดแรงภายนอกมากระทำ เช่นในเวลาที่กำลังโคจรสวนทางกันในระยะใกล้กับดาวหางขนาดใหญ่พร้อมกับดาวบริวารอีก 5 ดวง ที่ใหญ่พอๆกับดาวโลกในปลายปี 2012 ต่อ ต้นปี 2013  โลกก็จะย้ายแกนได้ง่ายยิ่งขึ้น เมื่อถูกแรงโน้มมถ่วงของดาวหางขนาดใหญ่เหนี่ยวนำ

 เทคโนโลยี่ต่างๆที่มนุษย์ใช้อยู่ปัจจุบันดีจริงหรือ พอสรุปได้ว่าการพัฒนาการต่างๆของมนุษย์ยุคนี้และที่ผ่านมา 100 กว่าปีไม่ประสบผลดีแก่โลกและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติเลย จนใกล้เวลาที่โลกและสุริยะจักรวาลจะต้องปรับสมดุลทางธรรมชาติครั้งยิ่งใหญ่ และทางองค์การนาซ่ายังได้วิจัยค้นพบว่าสุริยะจักรวาลกำลังจะถึงรอบเวลา 26,500 ปี ที่สุริยะจักรวาลจะเคลื่อนย้ายออกจากแรงดึงดูดของกาแลกซี่ทางช้างเผือก เข้าไปสู่แรงดึงดูดของกาแลกซี่ไตรแองกุลัม ที่ให้สิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าเก่าแก่สรรพชีวิตที่ยังมีเหลือบนโลก ที่สามารถรอดชีวิตรอดไปสู่โลกยุคใหม่ได้สำเร็จ

เราควรเตรียมการณ์ล่วงหน้าอย่างไรบ้าง ผู้ที่ติดตามศึกษาสิ่งแวดล้อมปัจจุบันที่เลวร้ายลงโดยลำดับก็จริง หลายๆท่านคงยังพอมีความหวัง และตระเตรียมตนเองและครอบครัวให้พร้อมและดีที่สุด สรรหาถิ่นฐานที่หลบคุ้มภัยด้วยปัญญาญาณ เตรียมสำรองไว้ ระหว่างเกิดดาวเรียงดวงครั้งใหญ่ และโลกย้ายแกน และดำรงค์ชีวิตที่มีสันติสุขสืบต่อไป จนกว่าจะสิ้นอายุขัย หากท่านมีข้อติดขัดในเรื่องเงินงบประมาณในการอพยพเคลื่อนย้ายไปสู่สถานที่ปลอดภัย บริษัทมหาชนพร้อมและยินดี มีอุปกรณ์ต่างๆที่จะช่วยเหลือทุกท่านขจัดข้อขัดข้องดังกล่าวให้หมดไป ยังความปรารถนาของทุกท่านให้บรรลุผล ทันเวลาร่วมกันอย่างเร่งด่วน เชิญศึกษารายละเอียดที่ /article36.html

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html   Bookmark and Share