การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยและโลก

http://ainews1.com/article380.html     Bookmark and Share

เมื่อ วันที่ 9 ก.ย. 2553 หลายๆท่านคงได้ทราบข่าว น้ำทะเลบริเวณชายหาดหัวหินลดระดับลงมากผิดปกติ จนทางเทศบาลหัวหินต้องรีบเตรียมแผนอพยพประชาชน  เอาไว้รองรับอย่างเร่งด่วน และเมื่อสัปดาห์ก่อนก็มีน้ำทะเลสีเขียว กลิ่นเหม็นคาวและคันหากใครลงไปในน้ำตามชายหาดชะอำ ทั้งสองเรื่องกำลังบอกอะไรแก่เราบ้าง....สิ่งแวดล้อมกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

จะทะยอยบันทึกเผยแพร่ในเว็บเพจนี้ต่อไปเรื่อยๆ ต่อประเด็นที่กำลังเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2553 เป็นต้นมา พลังเส้นแรงแม่เหล็กที่โลกรับมาจากดวงอาทิตย์เป็นหลัก และกำลังท่วมผิวโลก มาประมาณ 10 ปี มีผลให้เกิดอากาศแปรปรวน แผ่นดินถล่ม ภูเขาถล่ม เกิดพายุขนาดใหญ่ถี่ขึ้น และภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว ในหลายๆแห่งบนโลก และมีแผ่นดินไหว 7.2 M ที่เมืองไครส์เชิร์ต ประเทศนิวซีแลนด์ และมีอาฟเตอร์ช๊อกตามมาอีกหลายระลอกในวันต่อๆมา ก้นทะเลที่ออสเตรเลียกำลังลอยตัวขึ้นวันละ 13 ฟุต มาร่วม 2 เดือนแล้ว

พลังเส้นแรงแม่เหล็กที่โลกรับมาจากดวงอาทิตย์  และดาวหลุมดำใจกลางของกาแลกซี่ทางช้างเผือก นอกจากมีรังสีอันตรายคือรังสีแกมม่าที่นักวิจัยเยอรมันค้นพบแล้ว พระอาจารย์รัตน์ ยังมองเห็นอีกว่า ยังอุดมด้วยความร้อนและความหนัก พ่วงมาด้วยเชื้อแบคทีเรียและไวรัส และยังเป็นตัวช่วยดาวน์เกรดคุณภาพจิตใจของมนุษย์ให้หลุดออกไปจากศีล 5 ลงไปใกล้กับสัตว์เดรัสฉานมากยิ่งขึ้นทุกๆวัน มีพฤติกรรมแย่งกันกิน แย่งกันใช้ทุกๆสิ่ง เกิดมิคสัญญีไปทั่วหนักข้อมากยิ่งขึ้นตลอดเวลา และสมองจะจำอะไรได้สั้นลง และไม่สนใจศีลธรรมการทำดี กลับมองเห็นว่าทำชั่วได้ดี ทำตรงกันข้ามกับคุณความดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เกิดสภาพมองเห็นกงจักรเป็นดอกบัวแทน

และหลัง 29 ส.ค. แกนโลกได้เอียงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ขั้วโลกเหนือย้ายมาทางประเทศมองโกเลีย และเกิดการเปลี่ยนแปลงพลังเส้นแรงแม่เหล็กที่กำลังท่วมโลก เปลี่ยนทิศการควงสว่านมาอยู่ในแนวตั้งเช่นเดียวกับล้อเกวียน ลงสู่ท้องทะเลทั่วโลก สะสมพลังงานใต้น้ำทะเลเตรียมพร้อมให้เกิดสตรอมเสริช ขึ้นทั่วโลกในอีกประมาณ 2-3 เดือนข้างหน้า ด้วยพลังการม้วนตัวของพลังเส้นแรงแม่เหล็ก ที่เป็นต้นพลังงานให้น้ำทะเลหมุนลอยตัวเข้าหาชายฝั่ง หากยิ่งมีลมพายุเข้ามาผสมด้วยก็จะยิ่งร้ายแรงหนักมากขึ้น

ตอนท้ายการฝึกอบรม 12 ก.ย. 53 ที่ เคยู โฮม พระอาจารย์บอกว่า ยังไม่ต้องตกใจสำหรับผู้ที่อาศัยในพื้นที่ กทม. ให้รอดูหนังตัวอย่างก่อน ทางภาคใต้ แล้วจะได้เห็นฤทธิ์ของสตรอมเซริจ ว่ามีฤทธิ์ทำลายล้างอย่างไร แผ่นดินจึงกลายเป็นแผ่นน้ำไปได้ ความรุนแรงจะค่อยๆปรากฏให้เห็นเอง

ในบริเวณก้นอ่าวไทยเป็นบริเวณที่น่าเป็นห่วง หาก....                                  next

ข่าวเพิ่มเติม...อากาศร้อนขึ้นที่ญี่ปุ่น

เอเอฟพี - รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศในวันอังคาร (14) มีชาวญี่ปุ่นอย่างน้อย 170 คน เป็นลมแดดเสียชีวิต และอีกกว่า 54,000 คน ต้องถูกนำส่งโรงพยาบาล เพราะอากาศที่ร้อนจัดเป็นประวัติการณ์....แล้วเมื่อ 40 กว่าคนจะตายเพิ่มอีกเท่าไร

เดือนที่แล้ว มอสโคว์ ขึ้นไป 40 กว่าองศา ของญี่ปุ่นยังตามห่างมาก....

  • วิธีแก้ไขเมื่ออากาศร้อน...สาเหตุมาจากพลังเส้นแรงแม่เหล็กทำงานร่วมกับแสงอาทิตย์จึงต้องตัดลดพลังเส้นแรงแม่เหล็กลงโดยใช้พีระมิดของพระอาจารย์รัตน์
  • ลดอุณหภูมภายในเซลล์ทั่วร่างกายลง 5-7 องศา ประเด็นนี้ต้องใช้ทฤษฎีโพเพทัสของหมอแกน
    • สำหรับผู้ไม่คุ้นเคยกับวิธีการปฏิบัติทั้ง 2 วิธี หากไม่ประมาทว่าคิวต่อๆไปคลื่นความร้อนอาจมาถึงประเทศไทยที่เป็นร้อนชื้นจะอึดอัดมากกว่าร้อนแห้ง เช่นแถบตะวันออกกลางมาก 45-47 ยังอยู่กันได้...ขญะนี้จึงยังพอมีเวลา ที่จะศึกษาและใช้อุปกรณ์หรือวิธีการให้คล่องแคล่วล่วงหน้า จะได้ยังพอมีอากาศหายใจ ให้รอดพ้นช่วงที่คลื่นความร้อมาต่อไปได้

      หากจะถามว่าทำไมเราควรอยู่รอดให้พ้นปี 2560 เนื่องจากโลกกำลังรอตั้งแกนพลังงานใหม่แทนของเก่าที่หมดสภาพไปนาน 10 ปี แกนโลกใหม่กำลังต้องการพลังมโนธาตุ จากมนุษย์ที่เสียชีวิตในระยะภัยพิบัติของโลก ซึ่งจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเกือบหมดโลกช่วงแกนโลกพลิก...คงถึงบางอ้อกันแล้ว วิญญาณธาตุหรือมโนธาตุ ที่เข้าไปเป็นส่วนประกอบของแกนพลังงานโลกใหม่ ผู้ที่ถูกเกณฑ์จะต้องรอไปอีก 13,000 ปีจึงจะหมดภารกิจ    

      ผู้เชี่ยวชาญเตือนธารน้ำแข็งแห่<wbr>งสุดท้ายละลายหมดปีนี้                              


      It's like something else is heating the atmoshpere besicde the sun. This covery is like finding it got hotter when the sun went down.'  said Larry Lyons,  UCLA Professor of atmospheric and ocienic scineces and a co-asuthor pof the research, which is in press in two companion papers in the Journal of Geographical Research.  

      http://www.newsroom.ucla.edu/portal/ucla/scientists-discover-surprise-in-101025.aspx

      Heejeong Kim and Larry Lyons


      North Magnetic Pole Moving Due to

      Core Flux

      Blue lines show Earth's northern magnetic field and the magnetic north pole in an artist's rendering.

      Blue lines show Earth's northern magnetic field and the magnetic north pole in an artist's rendering.

      Earth's north magnetic pole is racing toward

      Russia at almost 40 miles (64 kilometers) a

      year due to magnetic changes in the planet's

      core, new research says.

      The core is too deep for scientists to directly

      detect its magnetic field. But researchers can

      infer the field's movements by tracking how

      Earth's magnetic field has been changing at

      the surface and in space.

      Now, newly analyzed data suggest that

      there's a region of rapidly changing

      magnetism on the core's surface, possibly

      being created by a mysterious "plume" of

      magnetism arising from deeper in the core.

      (การที่ขั้วโลกเหนือค่อยๆเคลื่อนตัว และในที่สุดจะไปอยู่ที่สฟิงซ์ ตามญาณทัสนะของพระอาจารย์รัตน์ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างของคนสมัยแอตแลนตีส ที่อพยพลงเรือมาอาศัยทางลุ่มแม่น้ำไนล์ได้สร้างขึ้น เพื่อใช้งานทั้งในอดีต ปัจจุบันและในอนาคต และชาวดาวอังคารได้รับปากพระอาจารย์รัตน์ไว้ว่า จะค่อยๆหาทางให้การเคลื่อนย้ายขั้วโลกไปสู่ตำแหน่งใหม่ เกิดขึ้นอย่างนุ่มนวลที่สุด เพื่อช่วยสงวนชีวิตของพลโลกเอาไว้ให้ได้มากที่สุด...หากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และขั้วเหนือใหม่ค่อยๆย้ายไปที่สฟิงซ์ได้จริงหรือไม่ เราคงจะได้รู้เห็นในอีกไม่นานนัก)

      http://news.nationalgeographic.com/news/2009/12/091224-north-pole-magnetic-russia-earth-core.html

      ระหว่างการอบรมวิปัสนาเมื่อตอนกลางปี 2553 ที่ เค ยู โฮม พระอาจารย์รัตน์ ท่านเตอนว่า ผู้ที่มีธุรกิจต้องบินไปต่างประเทศให้รีบจัดการให้เสร็จเสียภายในปีนี้ ปีหน้าการเดินทางจะมีปัญหาอุปสรรค เดินทางได้ทางเดียว แต่ท่านไม่ได้ให้รายละเอียด บางที่ผลวิจัยข้างล่างนี้อาจเป็นคำตอบของสาเหตุดังกล่าวกระมัง

      Airline frequent flyers 'radiation poisoning risks' from space 'solar flare' storm activity
       
      Experts warned passengers could be subjected to increasing risk to cancer due to such radiation levels. Photo: CORBIS
       

      Airline frequent fliers 'radiation poisoning risks' from space 'solar flare' storm activity

      Airline frequent fliers are at greater risk of developing long term radiation poisoning from “solar space storms” or flare activity from the Sun, a new study warns.

      • Researchers found passengers faced the “hazard” of space radiation, which created unhealthy levels of exposure while flying at typical cruise altitudes’

      of 40,000 feet.

      • Nasa scientists believe the earth is facing danger from a once-ina-century “solar flare”, a disturbance on the Sun’s surface that could cause geomagnetic storms on this planet.

        • Researchers found passengers faced the “hazard” of space radiation, which created unhealthy levels of exposure while flying at typical cruise altitudes’ of 40,000 feet.

          • Nasa scientists believe the earth is facing danger from a once-ina-century “solar flare”, a disturbance on the Sun’s surface that could cause geomagnetic storms on this planet.

      Airline frequent flyers 'radiation poisoning risks' from space 'solar flare' storm activity
       
      The Sun's power is getting stronger and is expected to peak by 2013. Photo: NASA/REUTERS

      Airline frequent flyers 'radiation poisoning risks' from space 'solar flare' storm activity

       
      NASA satellites monitoring solar flares. Communications could be downed by such space activity. Photo: NASA

       เมื่อการเดินทางอากาศ หรือทางเรือ ไร้เครื่องนำทางเป็นทอดๆ กิจการบินก็นำเครื่องขึ้นบินไม่ได้ เนื่องจากดาวเทียมสื่อสารปิดการใช้งาน ลดความเสียหายจาก CME ชั่วคราว...ราวๆ มี.ค. 2554 ผู้โดยสารสายการบินต่างๆ คงจะเริ่มประสบปัญหาดังกล่าว...นั่นคือบินได้ขาเดียว

      http://www.telegraph.co.uk/science/space/8102629/Airline-frequent-fliers-radiationpoisoning-risks-from-space-solar-flare-storm-activity.html


      02 Jul 2010 02:44 AM PDT

      นายลอนนี ทอมป์สัน ผู้เชี่ยวชาญด้านธารน้ำแข็งชั้นนำของโลก เตือนว่า ธารน้ำแข็งแห่งสุดท้ายในอินโดนีเซีย และในมหาสมุทรแปซิฟิกจะละลายหมดไปภายในปีนี้ เนื่องจากมีการละลายอย่างต่อเนื่อง และรวดเร็วจนเข้าขั้นวิกฤต นายทอมสันใช้เวลาหลายปีรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน ที่ส่งผลต่อธารน้ำแข็ง ทางภาคตะวันออกของอินโดนีเซีย ซึ่งนายทอมสันถึงกับออกปากว่า เคยรู้สึกได้ถึงการละลายของธารน้ำแข็งในอินโดนีเซีย บริเวณที่เขาไปตั้งแคมป์ นอกจากนี้ ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ธารน้ำแข็งในอินโดนีเซียกำลังละลายลงอย่างรวดเร็ว
       
      สหรัฐฯ-วอลรัสบุกชายฝั่งอะแลสกา

      วอลรัสหลายหมื่นตัวมารวมตัวกัน ตลอดแนวชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ ของรัฐอะแลสกา เนื่องจากน้ำแข็งในทะเล ที่พวกมันเคยใช้เป็นที่อาศัย เกิดละลาย

      นักวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวว่า การอพยพเข้าฝั่งของวอลรัส จำนวนมากขนาดนี้ เป็นสิ่งผิดปกติในสหรัฐฯ แต่เป็นปรากฏการณ์ที่ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว อย่างน้อย 2 ครั้ง คือในปี 2550 และ 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำแข็งในทะเลลดปริมาณลงมากเป็นประวัติการณ์

      เจ้าหน้าที่สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ เปิดเผยว่า วอลรัสขึ้นมาอาศัย ตลอดแนวชายฝั่ง เป็นระยะทางอย่างน้อย 1.6 ก.ม.

      จากภาวะความกดอากาศต่ำอย่าง รุนแรงในรัฐทัสมาเนีย บนเกาะทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย ส่งผลให้เกิดหิมะตกหนัก และมีลมกระโชกแรง บ้านเรือนหลายพันหลังไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่หิมะที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ถนนหลายสายต้องถูกปิด โดยเฉพาะบริเวณทางขึ้นเขา "เครเดิล" มีนักท่องเที่ยวที่มาปีนเขา และเดินป่าติดอยู่เป็นจำนวนมาก โดยการเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก ซึ่งนับเป็นสภาพอากาศที่หนาวจัดที่สุดในรอบหลายสิบปีของ "ทัสมาเนีย" ขณะที่กรมอุตุรายงานว่า คาดว่า สภาพอากาศหนาวจัดจะเริ่มดีขึ้น ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้....อ่านต่อ

      โดย ช่องเจ็ดสี  16-09-2553

      ที่เมืองโคโรไมท์ อิตาลี เกิดแผ่นดินถล่ม ทำให้มีโคลนจำนวนมหาศาลไหลมาจากภูเขา วัดระดับความลึกของโคลนที่ถล่มลงมาลึกถึง 100 เมตร (ประมาณความสูงเท่ากับตึกสูง 30 ชั้นทีเดียว) ภาวะที่ภูเขาร้อนจากแสงแดด โดยพื้นดินมีอุณหภูมิต่ำกว่า หากมีฝนตกลงมา นักวิทยาศาสตร์ชี้แจงว่า ย่อมจะมีปรากฏการณ์เหตุการณ์โคลนถล่มเกิดขึ้นตามมาเสมอ

      ที่ฝรั่งเศส มีคลื่นความร้อนพัดเข้าสู่ปารีส มีคนตายมากกว่า 15,000 คนในปี 2546 ที่ผ่านมา

      อ.มงคล กริชติทายาวุธ ยกตัวอย่าง

      นักวิทยาศาสตร์เป็นงง แมวน้ำขั้วโลกโผล่ในอ่าวเวียดนาม
       
      17 กันยายน 2553
      ASTVผู้จัดการออนไลน์-- นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญพากันแปลกใจไม่หายว่า แมวน้ำขนปุย (Fur Seal) ซึ่งเป็นสัตว์ในทะเลเขตหนาวใกล้ขั้วโลกไปโผล่ในอ่าว ในจังหวัดภาคกลางเวียดนามได้อย่างไร หลายคนลงความเห็นว่าเป็นเพราะลมฟ้าอากาศวิปริตอันเกิดจากโลกร้อน จึงทำให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดนี้หลงทิศหลงทางรอนแรมมาไกลหลายพัน กิโลเมตร  ......หรือว่าแมวน้ตัวนี้รู้ดีว่าในอนาคต ที่อ่าวนี้ จะเป็นที่อยู่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์ และมีอุณหภูมิพอดี .....                                                                               

      02 Jul 2010 02:44 AM PDT

      นายลอนนี ทอมป์สัน ผู้เชี่ยวชาญด้านธารน้ำแข็งชั้นนำของโลก เตือนว่า ธารน้ำแข็งแห่งสุดท้ายในอินโดนีเซีย และในมหาสมุทรแปซิฟิกจะละลายหมดไปภายในปีนี้ เนื่องจากมีการละลายอย่างต่อเนื่อง และรวดเร็วจนเข้าขั้นวิกฤต นายทอมสันใช้เวลาหลายปีรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน ที่ส่งผลต่อธารน้ำแข็ง ทางภาคตะวันออกของอินโดนีเซีย ซึ่งนายทอมสันถึงกับออกปากว่า เคยรู้สึกได้ถึงการละลายของธารน้ำแข็งในอินโดนีเซีย บริเวณที่เขาไปตั้งแคมป์ นอกจากนี้ ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ธารน้ำแข็งในอินโดนีเซียกำลังละลายลงอย่างรวดเร็ว
       

      ที่เมืองโคโรไมท์ อิตาลี เกิดแผ่นดินถล่ม ทำให้มีโคลนจำนวนมหาศาลไหลมาจากภูเขา วัดระดับความลึกของโคลนที่ถล่มลงมาลึกถึง 100 เมตร (ประมาณความสูงเท่ากับตึกสูง 30 ชั้นทีเดียว) ภาวะที่ภูเขาร้อนจากแสงแดด โดยพื้นดินมีอุณหภูมิต่ำกว่า หากมีฝนตกลงมา นักวิทยาศาสตร์ชี้แจงว่า ย่อมจะมีปรากฏการณ์เหตุการณ์โคลนถล่มเกิดขึ้นตามมาเสมอ

      ที่ฝรั่งเศส มีคลื่นความร้อนพัดเข้าสู่ปารีส มีคนตายมากกว่า 15,000 คนในปี 2546 ที่ผ่านมา

      อ.มงคล กริชติทายาวุธ ยกตัวอย่าง

                                                                                    

      02 Jul 2010 02:44 AM PDT

      นายลอนนี ทอมป์สัน ผู้เชี่ยวชาญด้านธารน้ำแข็งชั้นนำของโลก เตือนว่า ธารน้ำแข็งแห่งสุดท้ายในอินโดนีเซีย และในมหาสมุทรแปซิฟิกจะละลายหมดไปภายในปีนี้ เนื่องจากมีการละลายอย่างต่อเนื่อง และรวดเร็วจนเข้าขั้นวิกฤต นายทอมสันใช้เวลาหลายปีรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน ที่ส่งผลต่อธารน้ำแข็ง ทางภาคตะวันออกของอินโดนีเซีย ซึ่งนายทอมสันถึงกับออกปากว่า เคยรู้สึกได้ถึงการละลายของธารน้ำแข็งในอินโดนีเซีย บริเวณที่เขาไปตั้งแคมป์ นอกจากนี้ ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ธารน้ำแข็งในอินโดนีเซียกำลังละลายลงอย่างรวดเร็ว
       
      สหรัฐฯ-วอลรัสบุกชายฝั่งอะแลสกา

      วอลรัสหลายหมื่นตัวมารวมตัวกัน ตลอดแนวชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ ของรัฐอะแลสกา เนื่องจากน้ำแข็งในทะเล ที่พวกมันเคยใช้เป็นที่อาศัย เกิดละลาย

      นักวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวว่า การอพยพเข้าฝั่งของวอลรัส จำนวนมากขนาดนี้ เป็นสิ่งผิดปกติในสหรัฐฯ แต่เป็นปรากฏการณ์ที่ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว อย่างน้อย 2 ครั้ง คือในปี 2550 และ 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำแข็งในทะเลลดปริมาณลงมากเป็นประวัติการณ์

      เจ้าหน้าที่สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ เปิดเผยว่า วอลรัสขึ้นมาอาศัย ตลอดแนวชายฝั่ง เป็นระยะทางอย่างน้อย 1.6 ก.ม.

      จากภาวะความกดอากาศต่ำอย่าง รุนแรงในรัฐทัสมาเนีย บนเกาะทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย ส่งผลให้เกิดหิมะตกหนัก และมีลมกระโชกแรง บ้านเรือนหลายพันหลังไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่หิมะที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ถนนหลายสายต้องถูกปิด โดยเฉพาะบริเวณทางขึ้นเขา "เครเดิล" มีนักท่องเที่ยวที่มาปีนเขา และเดินป่าติดอยู่เป็นจำนวนมาก โดยการเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก ซึ่งนับเป็นสภาพอากาศที่หนาวจัดที่สุดในรอบหลายสิบปีของ "ทัสมาเนีย" ขณะที่กรมอุตุรายงานว่า คาดว่า สภาพอากาศหนาวจัดจะเริ่มดีขึ้น ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้....อ่านต่อ

      โดย ช่องเจ็ดสี  16-09-2553

      ที่เมืองโคโรไมท์ อิตาลี เกิดแผ่นดินถล่ม ทำให้มีโคลนจำนวนมหาศาลไหลมาจากภูเขา วัดระดับความลึกของโคลนที่ถล่มลงมาลึกถึง 100 เมตร (ประมาณความสูงเท่ากับตึกสูง 30 ชั้นทีเดียว) ภาวะที่ภูเขาร้อนจากแสงแดด โดยพื้นดินมีอุณหภูมิต่ำกว่า หากมีฝนตกลงมา นักวิทยาศาสตร์ชี้แจงว่า ย่อมจะมีปรากฏการณ์เหตุการณ์โคลนถล่มเกิดขึ้นตามมาเสมอ

      ที่ฝรั่งเศส มีคลื่นความร้อนพัดเข้าสู่ปารีส มีคนตายมากกว่า 15,000 คนในปี 2546 ที่ผ่านมา

      อ.มงคล กริชติทายาวุธ ยกตัวอย่าง


      next.....

      เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share