ฉลาดในการอธิษฐานบารมี

http://ainews1.com/article515.html

Bookmark and Share

แทนภูเขาบุญของหลวงปู่ดู่ เหนือวัดสะแก

การอธิษฐานบารมี เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับพลังงาน และกำลังใจ ซึ่งเป็นพลังงานคลื่นความถี่ชนิดหนึ่ง ผู้ที่คุ้นชินกับมโนมยิทธิ หรือศึกษาด้านพลังงาน จะเข้าใจเนื้อหาสาระ ที่ผู้นำเสนอ ในเรื่อง การฝากกระแส ได้ง่ายยิ่งขึ้น

การฝากกระแส...ความฉลาดใน อธิษฐานบารมี ตอนที่ 1

ขอโมทนาบุญกับคุณ Attawat_Rx
สมาชิก กิตติมศักดิ์ (หมวดอัฐ)
เจ้าของบทความ

คำเตือน : โปรดใช้โยนิโสมนสิการ ปัญญาบารมี และหลักกาลามสูตร อย่างยิ่งยวดในการรับฟัง

อธิษฐานบารมี ในบรรดาหลักวิชาบารมี10 อธิษฐานบารมีนับว่าช่วยย่นย่อการสร้างบารมีให้เต็มบริบูรณ์ได้ดีมากตัวหนึ่ง หากไม่นับปัญญาบารมีแล้ว ก็คงจะหนีไม่พ้น อธิษฐานบารมี ความหมายของอธิษฐานบารมีนั้นแปลว่า ตั้งตนไว้ให้ตรงโดยเฉพาะ  ซึ่งหมายถึงเมื่อเราค้นพบว่า สิ่งใดอันเป็นสิ่งสูงสุดที่เราพึงปรารถนา ก็ให้ทำจิตให้ตรงต่อสิ่งนั้น เช่น ฝ่ายสาวกภูมิ สิ่งที่พึงปารถนาสูงสุดคือ พระนิพพาน ก็ให้อธิษฐานรวมกำลังบุญบารมีทุกอย่างให้เป็นกำลังที่จะตรงต่อพระนิพพาน

ในส่วนของพุทธภูมินั้น จุดมุ่งหมายสูงสุดก็คือ พระนิพพาน เช่นเดียวกัน แต่ต่างกันในประเด็นที่ว่า จุดมุ่งหมายสูงสุดนอกจากพระนิพพานแล้ว ยังคงมุ่งหวัง ปรารถนาที่จะอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาน ตรัสรู้ชอบได้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งปารถนาที่จะทำงานรื้อขนสรรพสัตว์เข้าสู่พระนิพพาน ไม่ยินดีที่จะเข้าสู่พระนิพพานโดยลำพัง

การอธิษฐานบารมีนั้นสำคัญมาก ดวงจิตใดที่ฉลาดในการอธิษฐานบารมี จะสามารถย่นย่อเวลา ในการก้าวย่างเข้าสู่พระนิพพานได้นับเป็นพันชาติ หรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นในสายพุทธภูมิ หรือสายสาวกภูมิก็ตาม ดังตัวอย่างเมื่อครั้งหนึ่งที่หลวงพ่อพระราชพรหมยานท่านได้กล่าวกับคณะศิษย์ ว่า ด้วยเพราะตั้งความปารถนาว่าจะนิพพานในอนาคตกาลเบื้องหน้า แทนที่จะกล่าวว่าขอนิพพานในชาตินี้ ทำให้ต้องคั่งค้างเวียนว่ายตายเกิด อีกนับเป็นพันๆชาติ (ท่านผู้ใดหาบทความดัง กล่าวได้แจ้งด้วยนะครับ ผมค้นหาอีกครั้งไม่เจอจริงๆครับ น่าจะเป็นตอนที่หลวงพ่อไปที่เขื่อนยันฮีนะ ตอนที่กล่าวถึงการถอดสร้อยเครื่องประดับถวายพระฯน่ะครับ) ทั้งที่บารมีนั้นเต็มพร้อมที่จะบรรลุความเป็นพระอริยเจ้าได้ ขาดแต่การอธิษฐานทำใจให้ตรงเท่านั้น....

คราวนี้จะมาเล่า เรียบเรียง เกี่ยวกับเรื่องของ "การฝากกระแส " ให้ได้อ่านกันนะครับ

คำว่า "กระแส" นั้นแปลออกมาได้หลายอย่างด้วยกัน อย่างที่หลวงตาม้าท่านบอกว่า คำว่ากระแสคำเดียว หมายถึง ตัวขับเคลื่อนพลังงาน ดังนั้นหากผู้ใดพอจะเข้าใจเรื่องพลังงาน และเรื่องรูป-นามมาบ้างแล้ว คงพอจะเข้าใจได้ไม่ยาก คำว่ากระแสจึงหมายถึง " คลื่นพลังงานของดวงจิต "

ดังนั้นการฝากกระแส จึงหมายถึง การกำหนดฝากคลื่นพลังงานของจิตของเรา เอาไว้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น รูปธรรม หรือ นามธรรม ทั้งนี้เพื่อประโยชน์มากมายในภายภาคหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการไม่คลาดเคลื่อนจากความดี คือ สัมมาทิฐิ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ ได้รับกระแสบุญตลอดเวลากับสิ่งที่เราฝากกระแสเอาไว้ หรืออื่นๆ

                              องค์ประกอบของการฝากกระแส

  1. ต้นกระแส ก็ได้แก่ผู้มีกำลังมาก หรือผู้ที่เรานับถือทั้งหลาย เช่น พระโพธิสัตว์ เทพ-พรหม หรือแม้แต่รูปธรรมที่ไม่มีชีวิต เช่น พระพุทธรูป วัด เจดีย์ พระพุทธบาท
  2. ผู้อธิษฐาน ก็คือตัวเรานั่นเอง จะต้องมีกำลังจิตของสมาธิตั้งแต่ขณิกสมาธิเป็นต้นไป ยิ่งใช้กำลังของสมาบัติ 8 ด้วยแล้ว ยิ่งมีกำลังมาก เหมือนการอธิษฐานปกติของเราใช้กำลังอุปจารสมาธิ กว่าจะฝากกระแสได้แนบแน่น ก็อาจจะใช้การอธิษฐานหลายครั้ง แต่หากฉลาดในการอธิษฐานฝากกระแส ก็จะใช้กำลังของสมาบัติเป็นบาทฐาน ถอยหลังมาที่อุปจารสมาธิ หรือทรงฌาน 4 - 8 แบบใช้งาน แล้วทำการอธิษฐานกระแส กระแสก็จะแนบแน่นยิ่งกว่า การอธิษฐานครั้งเดียวก็มีผล อย่างการอธิษฐานฝากกระแสไว้ที่พระนิพพาน เพื่อที่เวลาสิ้นชีพแล้วกระบวนการทางจิต และกรรมจะมีผลโน้มนำให้ตรงต่อพระนิพพานนั่นเอง ถ้าใช้กำลังของสมาธิอย่างต่ำ หรือถ้าทำไม่เป็นอาจิณกรรมพอ ก็อาจจะคลาดได้หากมีกรรมอื่นๆที่หนักกว่ามาริดรอน
  3. กระแส หรือวิธีการฝากกระแส แยกได้เป็น
  • กระแสตนเองล้วน
  • กระแสตนเองบวกกับกระแสครูบาอาจารย์ อย่างนี้กำลังจะมากกว่า นี่คือที่มาของบทสัพเพฯ หรือการกล่าวอ้างคุณพระรัตนตรัยทุกครั้งที่มีการอธิษฐาน และนี่คือเหตุผลหนึ่งที่ว่า ทำไมผู้เข้าถึงพระไตรสรนาคมณ์แล้ว จึงปิดทางนรกภูมิได้ เว้นแต่ได้กระทำอนันตริยกรรมมาก่อนหน้านี้ และเป็นเหตุผลว่าทำไมอารมณ์พระโสดาบันจึงต้องละวิจิกิจฉา คือการลังเลสงสัยในพระรัตนตรัย....

การฝากกระแส...ความฉลาดใน อธิษฐานบารมี ตอนที่ 2
วิธีการฝากกระแส

  1. อาศัยการสร้างรูปธรรม เช่น การสร้างรูปเคารพของครูบาอาจารย์ การสร้างหรือการอธิษฐานจิตประจุในพระเครื่องพระบูชา เพื่อฝากระแสไว้กับพระฯ เพื่อหวังเอาผลบุญกับทุกดวงจิตที่เลื่อมใส หรือเข้ามากราบไหว้ร่วมบุญกับ รูปธรรมธาตุที่ตนได้สร้างเอาไว้ รวมไปถึงการสร้างวัดหรือโบสถ์วิหาร ทุกครั้งที่มีผู้เจริญในธรรมมาอาศัยโบสถ์วิหารนั้นสร้างกุศล ผู้สร้างจึงได้ผลบุญด้วย ด้วยเหตุนี้ผลแห่งวิหารทานจึงมากกว่าสังฆทานมากมายนัก เช่นเดียวกับการสร้างหนังสือธรรมมะ เพราะเป็นเหตุแห่งการบรรลุธรรม พ้นจากความทุกข์เข้าสู่พระนิพพาน เหตุนี้ "สรรพทานัง ธรรมะทานัง ชินาติ" การให้ธรรมมะเป็นทานจึงชนะการให้(วัตถุทาน)ทั้งปวง เป็นต้น (ถึงแม้ว่าการสร้างสมเด็จองค์ปฐม ที่วัดท่าซุงจะสำเร็จไปนานแล้ว เหลือแต่การซ่อมแซมเป็นครั้งคราว แต่ด้วยอุบายอันแยบคายหลักแหลมของหลวงพ่อพระราชพรหมยานเถระ ทางด้านซ้ายมือขององค์สมเด็จฯจะมีกล่องบรรจุทรัพย์บริจาคร่วมสร้างพระของบรรดาลูกหลาน ที่มาไม่ทันการสร้างพระครั้งแรก สามารถอุทิศเงินร่วมสร้างพระในภายหลังได้ตลอดเวลา อีกด้วย ให้ได้รับบุญกุศลทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคตตลอดไป จนเจ้าตัวเข้านิพพาน)
  2. อาศัยกำลังจิตจับกับนามธรรมหรือรูปธรรม อย่างการนึกถึงหลวงปู่ดู่ การอธิษฐานฝากตัวเป็นลูกหรือ ฝากตัวเป็นศิษย์ ขอให้ท่านดูแลไปตลอดจนกว่าจะนิพพาน เพื่อการไม่คลาดจากท่าน หรือการไม่คลาดจากความดีแบบท่าน ให้ทุกๆชาติได้มีสัมมาทิฐิ หรืออย่างสมัยที่มีการทำศึกสงคราม อย่างตอนที่ทำการปลุกทัพทำพิธีก่อนออกศึก นั้น ทุกดวงจิตของทหารจะจดจ่ออยู่ที่แม่ทัพนายกองหรือกษัตริย์ ครั้นเมื่อตายลงแล้วเกิดใหม่ จิตที่ปักอยู่ก็จะทำให้ตนเองเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าตนคือกษัตริย์พระองค์นั้น กลับชาติมาเกิด แต่ข้อดีก็คือ ท่านผู้นั้นจะมีกำลังมาก (ผลจากอนุโมทนา)และทำอะไรได้คล้ายต้นพลังงาน ซึ่งก็จะเป็นการเร่งรัดบารมีได้แบบหนึ่งครับ
  3. การอนุโมทนา เป็นการเอาจิตเลื่อมใสในคุณความดีของผู้อื่น (อนุแปลว่าตาม โมทนาแปลว่ายินดี) กระแสพลังงานบุญ-คุณความดีจะเข้าสู่ผู้อนุโมทนา หากทรงกำลังใจบริสุทธิ์ ผ่องแผ้วจะทำให้ได้ผลบุญนั้นเฉกเช่นผู้กระทำก่อน ถึง 90 ส่วนโดยประมาณ

    แต่หากสักแต่ว่ากล่าวอนุโมทนาไป โดยจิตไม่ได้เลื่อมใสศรัทธาในบุญนั้นอย่างแท้จริง ก็จะได้อานิสงส์เพียง 5-10 ส่วนขึ้นไปโดยประมาณ  ด้วยเป็นกำลังผลของการขจัดอัตตา และผลของฌานสมาบัติ(ผู้ทรงพรหมวิหาร ย่อมทรงฌานสมาบัติด้วย เนื่องเพราะอารมณ์เป็นหนึ่งเดียวกันหรือไกล้เคียงกันนั่นเอง) และผลจากการทำจิตน้อมในกุศล ผลของกุศลนั้นจึงได้น้อมเข้าใส่ตัวนั่นเอง.....
  4. การฝากกำลัง(กระแส) เกิดขึ้นได้ทั้งสองทาง คือ ผู้มีกำลังมาก ฝากกระแสให้ผู้มีกำลังน้อย อย่างหลวงปู่ทวดฝากกระแสให้กับสาวกหรือพระโพธิสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับท่าน ทำให้การบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์หรือสาวกท่านนั้นมีกำลังที่จะสร้างสรรค์ อะไรต่อมิอะไรได้มาก แต่หากดูกระแสได้ไม่ลึกพอ จะเข้าใจคลาดได้ว่า ตนคือเจ้าของกระแสที่ฝากมาจริงๆ อย่างกรณีที่มีคนเข้าใจว่าตนคือพระนเรศวร หรือพระศรีย์อาริย์มากมายนั่นเอง

    เพื่อการติดตามไม่คลาดจากคุณธรรม ของผู้มีกำลังมากกว่า ผลก็คือ เมื่อต้นกระแสทำกุศลเช่นใด ตนเองก็ได้ผลเช่นนั้นด้วย แต่จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยหลายตัวด้วยกัน
  5. การเสริมกำลังหรือการร่วมกำลัง คล้ายกับข้อที่ 4 ต่างกันที่จุดประสงค์ กล่าวคือ มักจะทำในผู้ที่มีกำลังมากให้แก่ผู้ที่มีกำลังเสมอกันหรือกำลังน้อยกว่า เพื่อให้ท่านเหล่านั้นทำงานได้คล่องขึ้นหรือเกิดผลงานได้มากขึ้น เป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันของพระโพธิสัตว์ ที่ช่วยให้พระโพธิสัตว์ต่างๆด้วยกัน ทำงานได้มากขึ้น หรือมีบารมีเต็มเร็วมากขึ้น....อย่างเช่น เมื่อเห็นพระโพธิสัตว์ท่านใดทำงานอยู่ อย่างการสร้างวัด เราก็อธิษฐานรวมบารมีของทั้งพระฯ และของตนเองอธิษฐานครอบเป็นวิมานแก้วบารมี 10 ทัศให้แก่ท่านนั้น แล้วท่านนั้นก็จะทำงานต่างๆได้ลุล่วงเร็วขึ้น-มากขึ้น ผู้ฝากเองก็ได้กระแสบุญในการนั้นด้วย

    มองดูคล้ายอนุโมทนาใช่ไหมครับ แต่ตรงนี้ก้าวไปอีกขั้นของอนุโมทนา ตรงนี้ก็คือการทำเมตตาและกรุณาให้บังเกิดขึ้นด้วยกำลังจิต(พรหมวิหาร 4 ใช้งานในองค์ฌานสมาบัติ)นั่นเอง....

    ประโยชน์หรือผลที่ได้จากการฝากกระแส

     1 บารมีเต็มเร็วขึ้น ไม่คลาดจากกุศล 

       2   โอกาสในการตกอบายภูมิน้อยลงหรือไม่มี

       3.  เข้าถึงความเป็นพระอริยเจ้า หรือพระนิพพานได้โดยง่าย

       4  ทำให้ดวงจิตอยู่ในความดีตลอดเวลา

       5.  งานเพื่อพระศาสนาสามารถสำเร็จลุล่วงได้โดยง่ายหรือเกิดกำลังมากขึ้น

           ข้อเสียของการฝากกระแสไม่ถูกทาง

  1. หากฝากกระแสผิดทาง อาจทำให้ หลงอบาย อย่างกรณีผู้ติดตามท่านฮิตเลอร์ ก็เป็นเหตุให้เเล่นไปตามท่านฮิตเลอร์ เป็นต้น
  2. การเข้าสู่พระนิพพานอาจช้าลง ในกรณีของผู้ติดตามโดยแท้(ไม่ละไปตามผู้อื่น)ของพระโพธิสัตว์ผู้ทำบารมีอัน ยาวนาน แทนที่ท่านนั้นจะได้ไปพระนิพพานเป็นเวลาอันช้านานล่วงมาแล้ว ก็คงต้องรอจนกว่าพระโพธิสัตว์ท่านนั้นจะถึงเวลาลงมาตรัส จึงจะยอมเข้าพระนิพพานโดยสมัครใจ....ซึ่งมูลเหตุนี้เองพระโพธิสัตว์ใหญ่บาง ท่านจึงได้ถวายพระโพธิญานเป็นพุทธบูชา ลาพุทธภูมิ เพื่อผลต่างๆ มากมายที่จะตามมา....ซึ่งจะไม่ขอกล่าวในที่นี้

การฝากกระแส...ความฉลาดใน อธิษฐานบารมี ตอนที่ ตอนจบ

ปกิณกะเทคนิคการฝากกระแส

  1. การฝากตนเองเป็นลูก หรือลูกศิษย์แก่ พระฯหรือ เทพ-พรหม หรือครูบาอาจารย์นับถือ
  2. การฝากกระแสสร้างบารมีต่อผู้มีกำลังท่านอื่นๆ (ที่บางสายเรียกว่าการแบ่งภาค)
  3. การฝากกระแสไว้กับวัด พระพุทธรูป พระเครื่อง
  4. การฝากกระแสไว้กับธาตุ เส้นเกษา หรือพระธาตุ
  5. การฝากกระแสไว้ที่พระนิพพาน..../article213.html
  6. การฝากกระแสไว้ที่ดุสิต
  7. การฝากกระแสไว้เพื่อค้ำเมือง
  8. การฝากกระแสไว้กับอักขระ คาถา
  9. การฝากระแสไว้ในอากาศ หรือวิญญานธาตุ หรือองค์สัญญา
  10. การฝากกระแสเพื่อการจุติใหม่โดยไม่ผ่านภูมิสวรรค์ หรือพรหมโลก (ตายแล้วเข้าท้องเลย)
  11. การฝากกระแสไว้ที่อาทิสมานะกาย หรือเจตภูติ หรือเทพผู้ที่มีศักดา เพื่อการทำหน้าที่แทน อย่างการรับบน ตลอดจนเพื่อเป็นกำลังกั้นตัวเองมิให้ตกอบาย หรือกลับมาสอนสรรพวิชาให้แก่ตนเอง
  12. การฝากกระแสไว้ที่สรรพว่านยาของพระฤาษี
  13. การฝากกระแสไว้ที่ธาตุวัตถุที่ประกอบไปด้วยความเชื่อ เช่น เหล็กไหล ดวงแก้ว
  14. การประทับรอยพระพุทธบาท การอธิษฐานพระธาตุ
  15. การฝากกระแสไว้เพื่อสร้างบารมียามหลับ หรือทุกขณะเวลาทั้งยามหลับยามตื่น ยามรู้ตัว ยามมิรู้ตัว....เช่น(อธิษฐานให้กายทิพย์ของตนภาวนาพระคาถาพระมหาจักรพรรดิ ตลอดเวลาทั้งหลับและตื่น ตราบใดที่ยังมีการหายใจอยู่ และขอบารมีหลวงปู่ดู่ นำบุญกุศลไปสมทบกับภูเขาบุญของหลวงปู่ ซึ่งสถิตย์อยู่เหนือวัดสะแกตลอดเวลา รวมทั้งอธิษฐานของอนุญาตจากหลวงปู่ ติดตั้งหรือขยายภูเขาบุญไปยังที่ต่างๆตามที่เราปรารถนา)
  16. การฝากกระแสเพื่อปรนนิบัติ และเรียนรู้สรรพวิชาจากครูบาอาจารย์ แม้มิมีโอกาสได้อยู่ไกล้ครูบาอาจารย์ก็เหมือนอยู่ไกล้ เพราะไม่ว่าท่านจะสอนใครเราก็รับรู้ ได้ยิน หรือสามารถเข้าใจได้โดยง่าย เมื่อมีคนมาเล่าให้ฟัง (มุขหากินผมล่ะ อย่างนี้โบราณท่านเรียกครูพักลักจำครับ)
  17. อื่น

จาก ที่อธิบายมาข้างต้นนั้น หากผู้เข้าใจในเรื่องของกระแส-เรื่องของพลังงานได้ระดับหนึ่งแล้ว ได้อ่านปกิณกะเทคนิคการฝากกระแสตามตัวอย่างข้างต้น ก็คงพอจะทดลองทำ หรือพัฒนาให้ปลีกย่อยพิสดารยิ่งๆขึ้นไปได้

อนึ่งหากยังไม่เข้าใจ ประเด็นใดหรืออยากทราบเทคนิควิธีพิเศษเพื่อการทดลองทำดูนั้น ก็ให้ถามมาได้ เพื่ออธิบายเป็นประเด็นๆแต่ละจุดๆไปอย่างละเอียดอีกทีครับ..mailto:%2020Idsky1211@gmail.com เพื่ออธิบายเป็นประเด็นๆแต่ละจุดๆไปอย่างละเอียดอีกที

อันวิชาของพระฯ วิชาของหลวงปู่ดู่นั้นมีมากมายกว่า 108 ประการ ขอเพียงมีจิตเปิดกว้างรับสิ่งใหม่ๆ หมั่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ที่สำคัญให้หาเป้าหมาย หาที่ลงให้เจอ เพื่อมิให้หลงทาง(พระนิพพาน) การปฏิบัติของท่านก็จะก้าวหน้าลึกซึ่งยิ่งขึ้นเรื่อยๆไป จนเมื่อถึงจุดลงก็จะพบกับความสามัญอีกครั้งหนึ่ง

ขออนุญาตเพิ่มเติมค่ะ

ตัวอย่าง คำอธิษฐาน ฝากกระแสไว้กับพระพุทธรูป
  เพื่อหวังเอาผลบุญกับทุกดวงจิตที่เลื่อมใสหรือเข้ามากราบไหว้ร่วมบุญกับ รูปธรรมธาตุที่ตนได้สร้างเอาไว้ รวมไปถึงการสร้างวัดหรือโบสถ์วิหาร ทุกครั้งที่มีผู้เจริญในธรรมมาอาศัยโบสถ์วิหารนั้นสร้างกุศล ผู้สร้างจึงได้ผลบุญด้วย ด้วยเหตุนี้ผลแห่งวิหารทานจึงมากกว่าสังฆทานมากมายนัก

คำอธิษฐานเมื่อร่วมสร้างพระพุทธรูป...โดยครูบาชัยยะวงศาพัฒนา
วัดพระบาทห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน

"ข้าพระพุทธเจ้า ได้ร่วมสร้างพระพุทธรูปและเอาพระธาตุบรรจุไว้ที่นี่ไว้เป็นที่สักการะของมนุษย์

และเทวดาเช่นนี้ ขอให้เป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ ข้าพระพุทธเจ้าขอปารถนาเอากุศลจากผู้มากราบไหว้ ขอให้ได้ทุกผู้กราบผู้ไหว้ ให้มีความสุข ความเจริญ
 อีกประการหนึ่ง ขอบุญนี้จงไปปิดทับ
อบายภูมิทั้งสี่ ขอบุญอันนี้เกิดขึ้นเฉพาะ ขอให้ข้าพระพุทธเจ้าสามารถว่ายข้ามมหาสมุทร

ข้ามพ้นวัฏสงสาร ถึงพระนิพพานเป็นที่สุด ขอให้ได้บุญทุกวันทุกเวลา จากผู้กราบไหว้ด้วยเทอญ....."

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html   Bookmark and Share

  NT>