นาๆสาระ วันไหว้ครู พระบรมธรรมบิดา 2554

http://ainews1.com/article520.html

 

 

คุณหมอเก่ง หรือนายแพทย์สุรจิต ทองสอดแสง ได้มีโอกาส ช่วยคุณแม่เกษร ทำความสะอาดบริเวณ แท่นบูชาพระ ทั้งในห้องพระใหญ่ และห้องพระเล็ก และคุณหมอยังได้มีโอกาสดี ได้กราบเคารพพระองค์ท่านที่แทบพระบาทอย่างใกล้ชิด ขอรับสัมผัสพลังงานบุญกุศลจากพระองค์ท่าน ในห้องพระเล็ก ซึ่งพระรูปของ พระบรมธรรมบิดา ยังถูกกันฝุ่นด้วยพลาสติกใส ยังไม่อยู่ในครอบแก้ว จากพลังงานของพระองค์ท่านที่คุณหมอสัมผัสได้ว่องไว ทำให้คุณหมอเกิดความคิดว่า หากได้สร้างพระรูปของพระองค์ท่าน อัญเชิญไปประดิษฐาน อยู่บนซุ้มเจดีย์ชั้นบน ซึ่งกำลังตัดสินใจกันอยู่ว่า อีกซุ้มหนึ่งที่มีอยู่บนพระเจดีย์นั้น จะอัญเชิญพระพุทธรูปปางไหน มาประดิษฐานอยู่พอดี

เมื่อคุณหมอเก่งมีความคิดขึ้นมา รวมทั้งรูปทรงขนาดก็พอเหมาะกับซุ้มประดิษฐานพอดิบพอดี คุณหมอเก่งจึงโทรติดต่อพ่อครูจรูญ สุริยวงศ์ ทันที ขอเชิญท่านพ่อครูมาร่วมงานไหว้ครู พระบรมธรรมบิดา ที่บ้านคุณแม่เกษร เพื่อจะได้มีศรัทธาชื่นชม พระบรมธรรมบิดา เช่นที่ได้เกิดขึ้นแก่คุณหมอ และจะได้กราบไหว้อธิษฐานขอพร พ่อครู ได้ขอยกเลิกงานที่รับหน้าที่เป็นประธานอีก 2 งานในเขตอำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน มอบหมายให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทน ด้วยเกรงว่าเมื่อตัดสินใจมาร่วมงานไหว้ครูที่เชียงใหม่ อาจจะกลับไปทำหน้าที่ประธานในกิจกรรม ที่ได้รับเชิญเอาไว้ไม่ทัน

โดยพ่อครูรู้ในใจลึกๆว่าคงจะใช้เวลาทั้งวัน เมื่อมาเชียงใหม่ พ่อครูจรูญ มาถึงงานพิธีก่อน 8 นาฬิกา เล็กน้อย ระหว่างที่งานไหว้ครูดำเนินไป ถึงวาระที่ พระบรมธรรมบิดา จะมาให้พร และตักเตือนลูกๆ ผ่านคุณแม่เกษร ดังมีรายละเอียดต่างๆที่พระองค์ทรงห่วงใยลูกๆ สามารถศึกษารายละเอียดได้จากลิงค์นี้  ซึ่งในวันไหว้ครูครั้งนี้ ท่านไม่ได้พูดทั้งหมดในลิงค์ดังกล่าว พระองค์กล่าวผ่านคุณแม่เกษร ในประเด็นหลักๆของแสงทิพย์ ที่ให้ความสะดวกและเป็นทางลัดกลับบ้านพระนิพพานแก่ลูกหลาน และให้ลูกๆของพ่อหมั่นโมทนาบุญบารมีของพ่อ ลูกจะได้กลับบ้านเดิมได้สะดวก ไม่ต้องมาเวียนว่ายทะเลทุกข์อยู่ร่ำไป

ในระหว่างที่ ที่ประชุมทั้งหมดนั่งฟังสงบเงียบ พร้อมกับทำสมาธิไปนั้น ในตาในของท่านพ่อครูที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงภาคสนาม ในการก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว โดยมีคุณหมอสุรจิต ทองสอดแสง เป็นประธานฝ่ายหาทุนจากศรัทธาญาติโยม มาสนับสนุนการก่อสร้างมา 5 ปีกว่า ด้วยทุนทรัพย์มากกว่า 5 ล้านบาท จนกระทั่ง พระมหาธาตุเจดีย์ ใกล้เสร็จเรียบร้อย ยังเหลือด้านจัดสวนโดยรอบองค์พระเจดีย์ที่จะตกแต่งเพิ่มเติม เพิ่มสีสรร และกลิ่นหอมของดอกไม้

หลังจากเสร็จงานพิธีไหว้ครู พระบรมธรรมบิดา ในภาคเช้า ทุกคนก็พักไปทานข้าวกลางวัน ที่สวนของคุณแม่เกษรข้างบ้าน ส่วนคุณหมอเก่ง พ่อครูจรูญ ก็ใช้วาระนั้น เข้ามากราบ พระบรมธรรมบิดา ที่ใกล้ๆโต๊ะพิธีบูชาในประรำพิธี เสร็จแล้วขึ้นไปกราบ พระบรมธรรมบิดา อีกหลายองค์หลายขนาดที่ห้องพระใหญ่ และห้องพระเล็ก ได้ชมความสวยงาม และตรวจสอบขนาดองค์พระอย่างใกล้ชิด เมื่อออกพ้นประตูห้องพระเล็ก พ่อครูก็พบหลวงพี่ลูกศิษย์สายหลวงพ่อกบ จำวัดอยู่ทางจังหวัดลพบุรี แลกเปลี่ยนกันถึงแสงที่ได้มาปรากฏเหนือปะรำพิธี ในด้านตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์ในขณะที่ฟังพระธรรมเทศนาของ พระบรมธรรมบิดา อยู่นั้น ปรากฏว่าสิ่งที่ทั้งสองท่านได้พบเห็น มีลักษณะตรงกันเป็นแสงแวววาว เป็นประกายพร้อมสีสรรสวยงาม เสร็จจากพูดคุยแล้วก็กราบลาหลวงพี่ เพื่อลงไปรับประทานอาหารเที่ยงที่ในสวน

ต่อมาหลังจากเสร็จพิธีปิดทองพระ 7 พระองค์ในภาคบ่ายแล้ว คณะของหมอเก่งและพ่อครูก็เข้าไปกราบลาคุณแม่เกษร เพื่อเดินทางลงมาที่จังหวัดลำพูน เพื่อแวะเข้าร่วมพิธีที่วัดสันป่ายางหลวง กำลังมีงานสืบชะตาให้กับท่านเจ้าอาวาส ในอายุ ครบ 5 รอบ ได้เข้าร่วมทำวัตรสวดมนตร์ และนั่งสมาธิ ประมาณ 2 ชั่วโมง ในคณะเกิดหิวข้าว จึงขอกลับออกมาในตอนที่หยุดพักเลี้ยงน้ำปานะ ปรากฏว่าเมื่อพ่อครูจรูญออกมาที่บริเวณหน้าวัด ได้เล่าให้ฟังเรื่องที่น่าตื่นเต้น ที่ในระหว่างนั่งสมาธิ พระมากันหลายองค์ พร้อมฉายภาพพระเจดีย์ลักษณะต่างๆเป็นแบล็คกราวด์ให้พ่อครูเห็น และลงท้ายด้วย ภาพพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ที่พ่อครูกำลังดูแลการก่อสร้าง และมี สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ประทับนั่งบนบัลลังก์สูงใหญ่กว่าองค์พระเจดีย์แสงแก้วที่สูง 20 เมตร เคียงคู่กับองค์พระเจดีย์

พ่อครูรำพึงว่าคราวนี้ทำไมเห็นชัดนัก สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ท่านตามมาส่งหรืออย่างไร ข้าพเจ้าก็ได้อธิบายให้พ่อครูจรูญ ฟังว่า ในอดีตท่านพ่อครูน่าจะเป็นนักสร้างพระเจดีย์มาหลายยุค หลวงปู่ครูบาวงศ์จึงมอบให้เป็นหน้าที่ของพ่อครู ได้สร้างพระมหาธาตุเจดีย์สำคัญ เพื่อบูชาพระคุณความดีของพระพุทธกัสสปะในชาตินี้ และที่โชคดีกว่านั้น สิ่งที่พ่อครูได้อธิษฐานเอาไว้ในห้องพระของคุณแม่เกษรนั้น พระองค์ท่าน สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ที่ท่านส่งแสงเรืองรองมาต้อนรับพ่อครูในงานพิธี นั้น พ่อครูยังไม่ค่อยแน่ใจตนเอง ในสิ่งที่เห็นแม้จะได้รับการยืนยันจากหลวงพี่ที่ได้พบกันที่หน้าห้องพระแล้วก็ตาม สมเด็จพระบรมธรรมบิดา เลยเมตตาตามมาเล่าเรื่องและส่งสัญญาณให้พ่อครูทราบว่า พระองค์ท่านยินดีตอบรับคำอธิษฐานของพ่อครู และคุณหมอเก่งที่มีความตั้งใจ อัญเชิญพระองค์มาเป็นองค์ประธาน ที่พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว 

ที่ทั้งสองท่านใจตรงกัน ต้องการให้พระองค์ท่าน ไปเป็นองค์ประธานต้นธาตุต้นธรรม ที่องค์พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้วนั่นเอง พระองค์ท่านถึงได้ฉายวีดีโอ ให้ท่านพ่อครูดูเสียหลายฉาก ในระหว่างการนั่งสมาธิอยู่ที่วัดสันป่ายางหลวง ว่าทุกสิ่งที่จิตพ่อครูได้เห็นนั้นเป็นของจริงนั่นเอง ก็นับเป็นมหากุศลของพ่อครู คุณหมอเก่ง และทุกท่านที่ได้ร่วมกันสร้างองค์พระมหาธาตุเจดีย์มาแต่ต้น และได้มาต่อยอดกุศลเจตนาให้สมบูรณ์สุดยอด ที่บ้านคุณแม่เกษร หรือวัดของ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ที่คุณแม่เกษรยกบ้านนั้นถวายให้แก่พระองค์ท่านใช้เป็นประโยชน์นั่นเอง

เสวนาธรรมกับหลวงพี่จากหัวหิน ทีนี้ขอวกกลับมาที่หลวงพี่จากหัวหิน ที่ท่านเป็นพระปฏิบัติอีกองค์หนึ่ง บวชมา 30 พรรษา ที่ได้ช่วยงานสร้างพระอุโบสถหลายแห่ง โบสถ์หลังแรกที่ท่านช่วยหลังใหญ่ราคานับสิบล้าน และยังช่วยสร้างต่อมาอีกหลายหลัง ก็ขอน้อมโมทนาบุญกับหลวงพี่ด้วย ที่เปิดโอกาสให้ทราบ ท่านเล่าว่าทำตามคำสั่งของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าตาก สินมหาราช พอโบสถ์เสร็จท่านก็มาบอกว่าไปได้แล้ว ท่านจะเอาทหารคนใหม่มาเฝ้า ใช่ครับแต่ละคนต่างมีหน้าที่ของตนที่จะต้องทำ..ได้ฟังแล้วนัยว่าจะต้องเป็นทหารของพระเจ้าตากสินมหาราชมาก่อน

หลวงพี่มางานไหว้ครูที่บ้านคุณแม่เกษร เป็นครั้งแรก ไม่เคยรู้จัก พระบรมธรรมบิดา มาก่อน ปรากฏว่า สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ท่านไปตาม ปรากฏให้เห็นในสมาธิหลายวาระ ซึ่งหลวงพี่ก็ยังไม่ตัดสินใจจะมา และก็ไม่มีค่ารถมาด้วย หลวงพี่ก็อธิษฐาน ก็ได้ตั๋วมา เมื่อได้ตั๋วรถมาแล้ว ก็ยังไม่ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะมาหรือไม่ หลวงพี่บอกว่านั่งสมาธิมันเพลินดี มีความสุข ก็พูดกับใจตนเอง ถ้าจะไปก็ขอในมีคนขึ้นมาบนเขาพาไปท่ารถ ปรากฏว่า 5 โมงเย็น มีหนุ่มน้อยคนหนึ่งขี่รถมอเตอร์ไซค์ขึ้นมาบนเขา ระยะทางประมาณ 3 กม. หลวงพี่ก็ไม่ทราบว่าเขาขึ้นมาด้วยประสงค์สิ่งใด ก็เลยได้นั่งรถมอเตอร์ไซด์มาที่ท่ารถทันรถออกพอดี จึงได้มาถีงบ้านคุณแม่เกษร พอดี

ไม่ได้กราบเรียนถามท่านว่า เมื่อหลวงพี่ลงที่ท่ารถขนส่งที่เชียงใหม่แล้ว มาที่บ้านคุณแม่เกษรได้อย่างไร หลวงพี่องค์นี้ บอกให้ทราบว่าเสร็จจากพิธีที่บ้านคุณแม่เกษรแล้ว ข้างในเขานิมนตร์ไปที่มุมกำแพงเมืองเชียงใหม่ หลวงพี่มาถามข้าพเจ้าว่าอยู่ไกลจากบ้านคุณแม่เกษรหรือไม่ ก็ได้ชี้แจงหลวงพี่ไป หลวงพี่องค์นี้ยังชอบซื้อเลขหวยอยู่ ถูกได้เงินเท่าไรหลวงพี่บอกว่าเอาไปทำบุญหมด ไม่เก็บเงินเอาไว้ ตัวเลขที่เขาให้มาเมื่อไม่มีเงินไปทำบุญ  และไม่มีเจตนาเล่นการพนัน หากมันจะถูกก็เรื่องของมัน ไม่ได้หวังอะไร ก็เลยยังซื้อ ได้เงินมาเรื่อยๆเมื่อมีคนมาบอกเลขให้ พรรคพวกญาติพี่น้องเขายืมมือหลวงพี่ทำบุญให้เขาอย่างนั้นกระมัง

ตอนที่เสวนากับหลวงพี่องค์นี้ในคืนวันที่ 7 หลังจากสวดมนตร์เสร็จแล้ว ก่อนที่ท่านจะขึ้นไปพัก ท่านก็แวะมาคุยกับข้าพเจ้า ขณะนั้นยังไม่มีผู้ใดนิมนตร์หลวงพี่เอาไว้ล่วงหน้าว่าจะนิมนตร์ท่านจุดธูปเทียนในพิธีในวันรุ่งขึ้น หลวงพี่ได้เล่าให้ผมฟังก่อนว่าเวลาหลวงพี่ไปที่งานสำคัญต่างๆเขาเป็นต้อง มานิมนตร์ให้หลวงพี่เป็นผู้จุดเทียนชัยให้เสมอๆ  อีกซักครู่ใหญ่ๆต่อมา ปรากฏว่าหลวงพี่สุวิทย์ ก็ประกาศออกไมค์ บอกนิมนตร์หลวงพี่ 30 พรรษาจากหัวหิน เป็นผู้จุดธูปเทียนในวันรุ่งขึ้น ที่ทำพิธีไหว้ครู แล้วขอนิมนตร์พระทุกองค์ลงมาฉันจังหันเช้าให้เร็วหน่อย หลวงพี่สุวิทย์ยังไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของหลวงพี่องค์นี้เลย มากันคนละทิศคนละทาง

การที่หลวงพี่มางานไหว้ครู พระบรมธรรมบิดา คราวนี้ หลวงพี่คงพบทางลัด ทำมหาสติปัฏฐานให้พบ 'ทาง' หรือ มรรค เสียที จะได้ไม่ต้องไปเน้นฌานสมาบัติไปรับรู้เรื่องราวต่างๆ มากมายก่ายกอง เมื่อหลวงพี่ได้มาพบภูเขาบุญ ที่แสนมหึมาของ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา แล้ว หลวงพี่ก็จะมี แสงทิพย์ นำไปเผื่อแผ่ให้บริษัทบริวารอีกมากมาย ให้เท่าไรก็ไม่มีวันหมด ยิ่งให้ยิ่งมีเพิ่ม หลายท่านอาจจะติดใจถามว่า ให้ไปมากๆแล้วมันไม่พร่องลงไปหรืออย่างไร

ตรงกันข้ามยิ่งให้ยิ่งเพิ่ม ด้วยพระบรมธรรมบิดา และพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ท่านโมทนาบุญกับเราด้วย ด้วยพลังบุญบารมีเก่าของพระองค์ท่านมากมายนัก คราวใดที่พระองค์ท่านโมทนาบุญของใคร บุญก็จะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าทวีคูณ เซอร์บเวอร์ของพระองค์ท่านใหญ่โตเป็นพิเศษ จึงส่งคลื่นสะท้อนกลับมาแรงมาก คล้ายๆอย่างนั้น ท่านคงจะเข้าใจตามนี้ ทำไมยิ่งให้กองบุญของเรายิ่งขยายตัวโตใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ นำไปสร้างสะพานข้ามหุบเหวมรณะก็จะสำเร็จได้เร็วไวนั่นเอง

แล้วก็ไม่ต้องใช้กายเนื้อเดินทางไปในที่ต่างๆ ตามคำขอให้ยุ่งยาก เสียทั้งเงินทองและเวลา ทางลัดของ พระบรมธรรมบิดา ช่วยหลวงพี่เป็นสื่อกลางช่วยสมัครพรรคพวก ในมิติกายพลังงานได้อย่างเต็มที่  พอดีติดภารกิจ ทางพ่อครูจรูญ ในเรื่องพระมหาธาตุเจดีย์ และกำลังเปลี่ยนแผนเดิม จะเดินทางไปพักแรมคืนวันที่ 8 ม.คที่อำเภอทุ่งหัวช้าง เลยไม่ได้เสวนาธรรมกับท่านอีกในตอนบ่าย  สังเกตจากที่หลวงพี่เล่าให้ฟังจะเห็นว่า สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ท่านรักและห่วงใยลูกๆของท่านอย่างไร ลูกคนไหนที่พอปรับจูนคลื่นสื่อถึงกันได้ ท่านก็ช่วยเหลือทันที ทุกๆเรื่อง เช่นหลวงพี่องค์ที่เล่าให้ฟังเป็นตัวอย่าง

ในงานนี้ได้เสวนากับหลวงพี่จากจังหวัดลพบุรีอีกองค์หนึ่ง  นอกจากหลวงพี่สุวิทย์ ที่ท่านมาช่วยคุณแม่เกษร สอนมโนมยิทธิ ก่อนวันงานหลายวาระ ในตอนนี้จะเล่าถึงหลวงพี่ที่มาจากสายหลวงพ่อกบ จำวัดอยู่ที่จังหวัดลพบุรี ท่านบอกชื่อวัดให้แล้วก็จำไม่ได้ หลวงพี่องค์นี้ก็ได้ปฏิบัติสมาธิภาวนามาหลายปี ก็เลยกราบเรียนถามหลวงพี่ท่านว่า หลวงพี่สามารถแยกจิตให้พลิกออกจากกายได้หรือยัง ซึ่งท่านก็ใช้ทางมหาสติปัฏฐานอยู่ หลวงพี่ก็บอกว่าอาตมายังทำไม่ถึงตรงนั้น (อาจเป็นด้วยการวางอารมณ์ยังไม่อยู่ตรงกลาง ระหว่างความสุดโต่ง 2 ข้างก็ได้)แต่อย่างไร ก็ตาม หลวงพี่ก็โชคดีที่มาพบทางลัดของอภิญญาใหญ่ หรือแสงทิพย์ ไม่ต้องไปใช้เวลาเนิ่นช้าอีกต่อไป ในการแยกจิตออกจากกาย พึ่งพาแสงทิพย์ของ พระบรมธรรมบิดา ยิ่งหลวงพี่ชำนาญในสมาธิเป็นอย่างดี นำแสงทิพย์ไปต่อยอด หลวงพี่ก็จะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

แล้ว หลวงพี่องค์นี้ ที่ได้พบปะแลกเปลี่ยนสิ่งที่ได้พบเห็นระหว่างอยูในสมาธิ ฟังเทศนาธรรมของ พระบรมธรรมบิดา ในระหว่างพิธีภาคเช้า และได้พบเห็นสิ่งเดียวกันกับพ่อครูจรูญ ในตำแหน่งเดียวกันด้วย เสมือนกับพระองค์ท่านจะให้หลวงพี่เป็นสักขีพยานให้แก่พ่อครูจรูญ ซึ่งท่านเป็นผู้ที่ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ระหว่างที่พ่อครูเห็นแสงรัศมีมาปรากฏ ท่านก็พยายามโยกตัวทั้งๆที่หลับตา ดูซิว่าภาพจะเป็นอย่างไร ปรากฏว่าจะโยกตัวไปทางไหน ก็ยังเห็นอยู่อย่างเดิม น่าจะไม่ใช่ภาพลวงตาหรือเห็นไปเอง...บ่งบอกว่าอุเบกขาญาณของพ่อครูแม่นยำมาก

พ่อครูบอกข้าพเจ้าตอนนั่งรถไปด้วยกับท่านตอนขากลับไปทุ่งหัวช้าง ตลอดที่ผ่านมาก็ทำงานให้แก่ส่วนรวมมาโดยตลอด มั่นคงในสัจจะแห่งตน และรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่เสมอ พ่อครูให้ความเคารพนับถือหลวงปู่ครูบาวงศ์มาก คิดอะไรไม่ออกจะไปนั่งต่อหน้าภาพของหลวงปู่ ขอความช่วยเหลือเสมอๆ ไม่เคยคิดทำเพื่อตนเอง จึงเป็นเหตุให้ผู้คนที่รู้จักเรียกท่านว่าพ่อครู ซึ่งท่าน อยู่ในอาชีพครู ที่จบการศึกษาปริญญาตรีมาก่อน เห็นภาพตอนหนุ่มๆที่ถ่ายไว้ที่บ้านของท่าน หล่อเหลาเอาการทีเดียว

ในการเดินทางกลับคราวนี้หลวงพี่ขอรับหนังสือแสงทิพย์แจก จากคุณแม่เกษรไปด้วยประมาณ 200 เล่ม นำไปเผื่อญาติโยมทางวัดของหลวงพี่ที่ลพบุรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธรรมิคทางสายหลวงพ่อกบ ก็ขอโมทนาด้วยกับหลวงพี่ที่ได้พบเห็นสิ่งดีๆ ที่มางานไหว้ครูคราวนี้ซึ่งอาจมีอีกหลายประเด็น พอดีไม่มีโอกาสได้เสวนาต่อกับหลวงพี่ในตอนบ่าย

แต่ตอนก่อนวันงาน ซึ่งหลวงพี่มาบ้านคุณแม่เกษรเป็นองค์แรก หลายวันล่วงหน้า จึงได้เสวนาธรรมในเรื่องการปฏิบัติธรรมของหลวงพี่พอสมควร โดยหลวงพี่บอกให้ทราบว่า พระแม่ธรณีไม่ใช่มีองค์เดียว เป็นโซนๆเป็นเครือข่ายพระแม่ธรณี ท่านยกตัวอย่างท่านบอกกับพระแม่ธรณีในตัวของท่าน พระแม่ธรณีที่วัดทางลพบุรี บอกกับพระกแม่ธรณีที่บ้านคุณแม่เกษร บอกวัตถุประสงค์การเดินทางมาร่วมงานไหว้ครู พระบรมธรรมบิดา ขอความสะดวกราบรื่นในการเดินทางให้มาถึงบ้านคุณแม่เกษรโดยสวัสดิภาพ ท่านบอกว่า เครือข่ายพระแม่ธรณีต่างๆจะทำการส่งทอดสัญญาณช่วยอำนวยความสะดวก ให้ท่านเดินทางอย่างราบรื่น 

ซึ่งหลวงพี่องค์นี้ก็ไม่เคยมาบ้านคุณแม่เกษรแต่อย่างใด มีโอกาสมาครั้งนี้เป็นครั้งแรก ลืมถามท่านไปว่าหลวงพี่ได้รับข่าวจากทางไหน ถึงทราบข่าวงานบวงสรวงครั้งนี้....ดูๆไปไม่รู้คมนาคมการบินต่างๆทั้งในและระหว่างประเทศได้ลอกเรียนแบบอย่าง การควบคุมเส้นทางการบินเครื่องบินพาณิชย์มาจากเครือข่ายพระแม่ธรณีนี้เอง จึงต้องมีจานเรดาร์รับส่งสัญญาณกันเป็นทอดๆ เพียงแต่ว่ามีค่าใช้จ่ายมาก และเมื่อโลกมีภัยพิบัติไม่มีดาวเทียมใช้ ก็ขึ้นบินไม่ได้...และก็อีกไม่นานแล้วซินะ

เมื่อทราบเรื่องราวของพระแม่ธรณี แบ่งงานกันทำเป็นเครือข่าย เซลลูล่าร์เช่นนั้น ก็เลยกราบเรียนถามหลวงพี่ต่อไปว่า ที่ข้าพเจ้าเข้าใจว่า พระแม่โพสพก็ดี พระแม่คงคาก็ดี แม่พระเพลิงก็ดี แม่พระพายก็ดี เหล่านี้ ต่างก็แบ่งงานกันเป็นเครือข่ายเช่นเดียวกับพระแม่ธรณีใช่หรือไม่ ซึ่งหลวงพี่ก็ยืนยันว่าเป็นลักษณะเดียวกัน แม้แต่แม่พระแม่ธรณีที่อยู่ประจำในร่างกายแต่ละคน ก็คนละองค์ด้วยนะ  เมื่อได้ข้อมูลอย่างนี้ ก็ดีมาก ที่ข้าพเจ้ายังเข้าใจสิ่งที่เป็นเรื่องคนโบราณว่าหญ้าปากคอกแท้ๆกลับไม่มีความรู้ให้ถ่องแท้ ทั้งๆที่ท่านแม่ทั้งหลายก็อยู่กับตัวเรานั่นเอง และท่านก็ช่างไม่เข้าฝันเทศนารายละเอียดให้ลูกๆได้เข้าใจแม่  ให้ถูกต้องตรงกับความเป็นจริงเสียด้วย โอ้นี่แหละอวิชชา ในจิตใจของคน...มีกระแสจากพระแม่ทั้งหลายบอกว่าเมื่อเทศนาให้ฟังในเวลาไม่สมควร แล้วจะเกิดประโยชน์อันใด ..เอ้อใช่ครับลูกไม่ขอโต้แย้ง

ดังนั้นในเรื่องพระแม่ทั้งหลายที่อยู่ในตัวเรา นอกตัวเรา จะได้รับคุณประโยชน์มาตลอดเวลา แม้ตัวเราจะไม่ทราบก็ตาม สำหรับผู้ที่อุทิศกายตนเองเป็นเสาอากาศ หรือสถานีลูกข่ายให้แก่พระบรมธรรมบิดา ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งพระแม่ทุกพระองค์ทั้งที่อยู่ในร่างกายของตัวเรา หรือที่อยู่ในโซนต่างๆย่อมได้รับการโมทนาแสงทิพย์ จากกายสังขารของเราอยู่เป็นประจำนั่นเอง อาจเป็นด้วยสาเหตุดังกล่าว ท่านถึงได้ให้หลวงพี่บอกสิ่งที่เป็นอยู่จริงๆให้ทราบเสียให้ถูกต้อง อย่าไปเข้าใจอะไรเอาเอง ไม่ตรงกับธรรมชาติที่มีที่เป็น แต่เมื่อได้รับความรู้ที่ละเอียดละออยิ่งขึ้น ก็ยิ่งเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการติดตั้งเครือข่ายเซลลูลาร์แสงทิพย์ ของ พระบรมธรรมบิดา ที่มีเหตุมีผลชัดเจน ในรูปพลังงานมากยิ่งขึ้น และทราบชัดเจนในวัตถุประสงค์ และผู้ใดบ้างที่จะได้รับคุณประโยชน์ ไม่ต้องรอให้เจ้าตัว ที่ได้เปลี่ยนมิติแล้ว กลับมารายงานให้ทราบก็ได้

เช่นสุนัขที่หลวงพ่อเลี้ยงไว้ที่วัดท่าซุง เมื่อสิ้นอายุขัย ไปอยู่ในมิติเทวดาจะกลับมาแสดงตนต่อหลวงพ่อ รายงานให้หลวงพ่อทราบว่าเดี๋ยวนี้ตนเองกำลังอยู่ในมิติไหนเป็นต้น...คิดๆไปก็เป็นสิ่งที่น่าท้าทายความเพียรของเรา สติปัญญาของเรา ในการปฏิบัติธรรม ด้วยแสงทิพย์ของ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ที่สามารถประยุกต์ช่วยงานของพ่อได้อย่างดี เกิดประโยชน์ต่อมวลดวงจิต ไม่สามารถนับได้ทีเดียว ขอบพระคุณคุณแม่เกษรอย่างสุดหัวใจ ที่ได้เป็นสื่อนำทางให้ลูกๆได้เกิดปัญญา อันยิ่งใหญ่ มีประโยชน์แก่ตนของตน และแก่สรรพชีวิตรอบด้าน ทั้งที่มีกายเนื้อหรือกายพลังงาน แม้กำลังอยู่ในนรกทุกชั้นก็ตาม

ไปงานบวงสรวงล่วงหน้าหลายวัน จึงมีบางโอกาสได้แลกเปลี่ยนพูดคุยด้านสิ่งแวดล้อมของโลกปัจจุบัน กับญาติโยมบางคนและบางรูป ในเรื่องที่สืบเนื่องจาก งานสัมมนาเจาะลึกด้านพิบัติภัย ที่ ม.ศรีปทุม เมื่อ 19 ธ.ค. 2553 โดยพระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ ได้มาร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนานั้นด้วยท่านหนึ่ง พระอาจารย์รัตน์  กล่าวในที่ประชุมสัมมนาว่า ปัจจุบันโลกกำลังได้รับประจุลบจากกาแลกซี่อันโดรเมดา ซึ่งเป็นกาแลกซี่ขนาดใหญ่ครอบกาแลกซี่ทางช้างเผือก สุริยะจักรวาล และกาแลกซี่ไตรแองกุลัม ซึ่งมีขนาดเล็กกว่ากาแลกซี่ทางช้างเผือก อยู่ทางทิศตะวันออกของกาแลกซี่ทางช้างเผือก พลังงานประจุลบที่กาแลกซี่ส่งมายังโลกจำนวนมากนี้จะลงสู่น้ำทะเลทั่วโลก ลงไปแยกประจุบวกหรือกาซ ไฮโดรเจนออกจากน้ำ รวมทั้งเข้าไปแยกน้ำในตัวคนสัตว์ทุกชีวิตด้วย

และท่านอาจารย์รัตน์ ได้แจ้งในที่ประชุมว่าหากปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ โลกนี้จะไม่สามารถมีสิ่งมีชีวิตใดๆอยู่ได้อีกต่อไป จะมีสภาพเช่นดาวอังคาร และจะเกิดความเสียหายเกิดขึ้นกับจักรวาล (พระอาจารย์หลีกเลี่ยงไม่พูดถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ เพื่อตัดปัญหกาอีกหลายๆอย่างที่จะตามมา และคนที่สงสัยก็จะเป็นอันตรายใหญ่หลวง ท่านจึงงดเสียไม่พูดถึงความเสียหายของโลกมากนัก)  ในวันที่ 1 ม.ค. 2554 เวลา 1 ทุ่มตรง พระอาจารย์และศิษย์อีกกลุ่มหนึ่งจะทำการเปิดมิติที่ เท้าข้างขวาของสฟิงซ์ ที่อยู่ด้านหน้าของพีระมิดกีซ่าร์ประเทศอียิปต์  ให้เป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ชาวไทยทั้งหระเทศ

ในวันที่ 2 ม.ค. 2554 ให้ผู้ที่สนใจ ทดลองพิสูจน์ นั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ที่สฟิงซ์ตั้งอยู่ที่ประเทศอียิปต์ หลับตาเบาๆ จะสัมผัสพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นที่เท้าขวาของสฟิงซ์ ที่กำลังดูดพลังงานประจุลบจากกาแลกซี่อันโดรเมดา ถ่ายลงดิน เพื่อช่วยบรรเทาความเสียหายแก่โลก  สฟิงซ์สร้างด้วยหินก้อนเดียวยาว 70 เมตร สูง 20 เมตร หนักหลายร้อยตัน เพื่อใช้ประโยชน์ต่างๆ

  • ในอดีตเป็นสถานีสำหรับเติมพลังงานให้แก่ชาวดาวอังคารที่มาทำงานช่วยชาวโลก เติมครั้งหนึ่งจะอยู่ได้ประมาณ 4 เดือน
  • ปัจจุบันภารกิจของสฟิงซ์ที่มีผู้ทราบความลับ กำลังใช้ถ่ายเทพลังงานประจุลบจำนวนมหาศาลจากกาแลกซี่อันโดรเมดาลงดิน ซึ่งเป็นประจุบวก ช่วยบรรเทาภัยพิบัติให้แก่โลกและมนุษย์ที่มีความประสงค์จะให้สฟิงซ์ช่วยดูดพลังงานประจุลบในร่างกายออกให้
  • ในอนาคต ภารกิจของสฟิงซ์ จะส่งพลังงานจักรวาลระหว่างที่โลกเกิดพิบัติภัยครั้งรุนแรง ตรงไปสต๊อกไว้ที่ใต้ฐานพีระมิดหลังใหญ่ และจะส่งต่อไปตามอุโมงค์ลับสู่ใต้แผ่นดินของอาณาจักรแอตแลนตีส เพื่อยกแผ่นดินแอตแลนตีส คืนกลับมาอีกวาระหนึ่ง เป็นที่เกิดชีวิตมนุษย์ชาวแอตแลนตีส ที่ได้เสียชีวิตลงในเวลาชั่วข้ามคืนเมื่อ เมื่อแผ่นโลกส่วนนั้นล่มจมทะเล  เมื่อ 13,000 ปีที่แล้ว

ประจุลบในตัวเรา ที่เราต่างได้รับเข้าตัวตลอดเวลา ให้เรานึกให้สฟิงซ์ดูดออกไป หากรับเอาไว้อย่างเดียวตลอดเวลา ผลที่ตามมาจะหายใจไม่สะดวก และจะกินข้าวไม่ได้ กาแลกซี่อันโดรเมดายังส่งประจุลบจำนวนมหาศาลมาสู่โลกและท้องทะเล และตัวคน สัตว์ ในทางวิทยาศาสตร์ ถ้าน้ำจำนวนมากในร่างกายมากกว่า 70 % และในเนื้อสมองมีน้ำมากกว่า 83 % หากปล่อยให้ประจุลบจากกาแลกซี่อันโดรเมดา แยกกาซไฮโดรเจรออกจากน้ำไปอย่างต่อเนื่อง ร่างกายย่อมขาดน้ำ เลือดจะเข้มข้นมีสภาพเป็นกรดเพิ่มขึ้น เมื่อถึงระดับ pH 6.6 คนก็จะเกิดอาการโคม่าทันที. สัตว์ตัวเล็กๆจะค่อยๆทะยอยตายก่อน...ชีวิตคนและสัตว์จะเป็นอย่างไรต่อไปคงไม่ต้องการคำบรรยายอีกต่อไป

ภัยร้ายแรงในรูปแบบใหม่จากกาแลกซี่อันโดรเมดานี้ ยังไม่เป็นที่เปิดเผยโดยตรงจากองค์การนาซ่า นักวิทยาศาสตรืด้านดาราศาสตร์พบว่าโลกและสุริยะจักรวาลกำลังโคจรเข้าไปในกลุ่มเมฆอนุภาค ซึ่งยังไม่ทราบผลแน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นกับโลกอย่างไรบ้าง แต่ความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมโลก ไม่สามารถรอดพ้นญาณทัสสนะของพระอาจารย์รัตน์ ที่หาทางนำของขวัญปีใหม่มาให้แก่คนไทยทั้งประเทศ เมื่อ เวลา 1 ทุ่ม ของวันที่ 1 มกราคม 2554 ที่ได้กล่าวต่อที่ประชุมสัมมนา เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2553 นั้น

บรรดาญาติโยมที่มาในงานไหว้ครูที่ทราบเรื่องนี้ ได้ทดลองหันหน้าไปที่สฟิงซ์ทันที และก็ปรากฏผล ให้จิตได้เห็นภาพการทำงานของสฟิงซ์ที่กล่าวแล้ว และขอแสดงความยินดีกับของขวัญปีใหม่ที่พระอาจารย์รัตน์ มอบให้พวกเราชาวไทย มีอุปกรณ์ช่วยชีวิต โดยไม่มีค่าใช้จ่าย กราบแทบเท้าของพระอาจารย์รัตน์ นะขอรับ

เชิญทุกท่านร่วมช่วยกัน....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html   Bookmark and Share,