บทวิเคราะห์บทสวดมนต์มหาจักรพรรดิ์
 

คำอัญเชิญภพภูมิ
 
การใช้คำอัญเชิญภพภูมิ ผลและกำลังบุญที่ได้จะมากมายกว่าสวดคนเดียวมาก  และเช่นเดียวกัน หากสวดมนต์บทพระมหาจักรพรรดิเวลา 20.30 น. กำลังที่ได้ก็มากกว่าสวดเวลาอื่นมากมายนัก ด้วยสาเหตุคือ
  1. เป็นการทำสมาธิหมู่ สวดมนตร์หมู่ทั้ง 3 โลก กำลังย่อมมีมากกว่า
  2. เป็นช่วงเวลาที่หลวงปู่ท่านเปิดโลกให้ภพภูมิมองเห็นกันทั้ง 3 โลก ผลานิสงส์ การขอ การให้ การช่วยเหลือจึงเกิดขึ้นได้โดยง่าย และมหาศาลกว่ามาก
บรรดาลูกหลานของหลวงปู่ฯ เมื่อเห็นภาพของหลวงปู่ ที่ทอดสายตามายังเรา ทำให้นึกถึงพระรัตนตรัย ลูกจึงขอน้อมจิตขอโมทนาบุญกับพระรัตนตรัย ตั้งแต่ต้นถึงปัจจุบันและอนาคต และขอโมทนาบารมีรวมของพระมหาจักรพรรดิหลวงปู่ดู่พรหมปัญโญ ขอบุญบารมีทั้งหมดทั้งมวลที่ลูกได้กราบโมทนาแล้วนี้ จงมารวมกับบุญกุศลของข้าพเจ้าที่สะสมมาตั้งแต่ต้นถึงปัจจุบันและอนาคต ขอจงมาเป็นพลวะปัจจัยให้การคิดพูดทำของลูกทุกประการทั้งโลกและธรรม จงสัมฤทธิ์ผลขึ้นฉับพลันทันใด และน้อมกราบโมทนาสาธุ 3 รอบ เพิ่มบุญบารมีให้แก่ตัวเรา หรือเชื่อมต่อเซิร์บเวอร์ของเรากับของทุกๆท่าน เข้าด้วยกัน เพื่อรับการถ่ายทอดคลื่นความถี่สูงมาสู่เซิร์บเวอร์ของเรา
(สำหรับผู้ที่รู้จักไมโครชิพ ให้กระตุ้นไมโครชิพ ก่อนอธิษฐาน เมื่อเราได้คารวะหลวงปู่ดู่แล้ว ก็นึกต่อไปให้กายของเราเข้าไปนั่งอยู่ภายในองค์พระมหาจักรพรรดิหลวงปู่ดู่ บนดอกบัวขาวที่เราได้มาก่อน หมุนแผ่เมตตาไปด้วยตลอดเวลาการกล่าวคำอธิษฐาน)
 
ลูกขอตั้งสัจจะอธิษฐาน กราบขออาราธนาเมตตาบารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ ขอหลวงปู่ได้โปรดมีเมตตาอาราธนาบารมีรวมของ สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา (ต้นธรรมต้นธาตุ)องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยตั้งแต่สมเด็จองค์ปฐม จนถึงองค์ปัจจุบัน หลวงพ่อพระไพรีพินาศ วัดบวรฯ  สมเด็จพระพุทธปกาษิต วัดกองดิน พระเจ้าแสนโชคแห่งวัดพระธาตุศรีจอมทอง พระคำข้าววัดบางนมโคหน้าตัก ๕ นิ้ว สร้างโดยหลวงปู่ปาน หลวงพ่อโฆตรเศรษฐี ท่านแม่ชีประทุมสร้าง  หลวงพ่อพระพุทธโสธร หลวงพ่อพระแก้วมรกต พระใหญ่ป้องกันภัยทั่วทุกทิศที่จังหวัดเลย และพระสมเด็จเหล็กไหลเปียกของหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร หลวงพ่อพระรอดลำพูน ท่านครูบาอินทรสร้าง สมเด็จพระผงจักรพรรดิของหลวงปู่ดู่พรหมปัญโญ บรมมหาจักรพรรดิทุกๆพระองค์ บารมีรวมพระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ พระธรรม และพระอริยะสงฆ์ทั้งหลาย เทพเจ้าแห่งทรัพย์สินเงินทอง โดยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต บารมีรวมหลวงตาม้า บารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ ท่านอันเป็นที่สุด
 
การอ้างอิงบารมีของ พระบรมธรรมบิดา พระพุทธเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวเพื่ออัญเชิญภพภูมิ จะมีผลมากกว่าเรากล่าวเชิญเองลอยๆ   ด้วยเหตุที่บางภพภูมิก็อยากจะมา แต่มาไม่ได้ เพราะด้วยข้อจำกัดแห่งบุญของแต่ละภพภูมิ คือชั้นที่จะไปไหนมาไหนได้เองไกล ๆ จะต้องสูงกว่าเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาเป็นต้นไป การกล่าวอ้างพระบารมีของพระพุทธองค์เป็นประธาน บารมีรวมของพระโพธิสัตว์เป็นที่สุด พระโพธิสัตว์ท่านจะกำหนดเป็นทางแสงทำให้ภพภูมิต่าง ๆตามแสงนั้นมาร่วมสวดมนต์ได้   หลักเกณฑ์คล้ายๆกับชาวดาวอังคารใช้เส้นแสงพีระมิดในการกำหนดทิศทาง แล้วไปตามเส้นแสงนั้น
 
ขอบารมีหลวงปู่ได้โปรดเมตตาน้อมนำภพภูมิต่างๆทั้งหลายในทั่วทั้ง 3 แดนโลกธาตุ อันประกอบไปด้วยเทพ 6 ชั้นพรหม 20 ชั้น เทพพรหมทุกชั้นฟ้ามหาสมุทรโดยทั่วทั้งหมื่นแสนโกฏิจักรวาล เทพพรหมเทวาที่เกี่ยวพันกับหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า เทพพรหมเทวาที่เกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า โดยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต ท่านปู่พระอินทร์ เจ้าฟ้า ท่านท้าวจตุมหาราชทั้ง 4 พระยายมราชพร้อมด้วยบริวารทั้งหมด
 
พระศรีสยามเทวาธิราชทุกๆพระองค์ บูรพมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในระบบธนบัตรไทยทุกฉบับ และเหรียญกษาปณ์ทุกรุ่นทุกเหรียญ วีรบุรุษและวีรสตรีทั้งหลาย ที่คอยปกป้องรักษาแผ่นดินสยาม โอปะปาติกะทั้งหลาย ชาวยูเอฟโอทุกๆท่านที่มาช่วยเหลือชาวโลกให้รอดพ้นวิบัติกาล และที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ใน 4th และ 5th Density ทั่วท้องมหาสมุทร และในพื้นที่ต่างๆทั่วโลกทุกท่าน พระฤาษีและดาบสทั้งหลาย เจ้าพ่อหลักเมืองทุกๆจังหวัด พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระราหูวราหก เจ้ากรุงพาลี แม่พระธรณี แม่พระโพสพ แม่พระคงคา พระเพลิง พระพาย พระพิรุณ พญาครุฑ-พญานาคพร้อมด้วยบริวาร คนธรรพ์ ชาวเมืองลับแลทุกถิ่นที่ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้าได้เคยไปอธิษฐานไว้ และ...ขอหลวงปู่ได้โปรดเมตตาน้อมนำท่านทั้งหลายมาร่วมสวดบทพระมหาจักรพรรดิ และบทอริยทรัพย์ โส เส สิ สุ มัง (สารพัดนึกเป็นได้ดังเฉลย... คุณแม่สงกรานต์ได้บันทึกไว้) บท พุทธังโหมฯ พร้อมกันกับพวกข้าพเจ้า  เพื่อเพิ่มคลื่นความถี่สูง ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้ประชุมพร้อมอยู่โดยรอบพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้วด้วยเถิด
 
คำอัญเชิญนี้เป็นแบบยาวที่คิดว่ามีประโยชน์ เพราะท่านที่ลองฝึกใหม่ๆ อาจจะยังไม่คล่องในการกำหนดจิต จึงใส่คำอัญเชิญแบบคลุมที่สุดให้ จะตัดทอนหรือเพิ่มได้ตามใจชอบ รักใครชอบใคร นับถือใครเป็นพิเศษก็กล่าวเพิ่มได้ หรือจะย่อๆว่า “ ขอเชิญภพภูมิต่างๆทั้งหลายในทั่วทั้ง 3 แดนโลกธาตุ มาร่วมสวดมนต์พร้อมกันเพื่อเพิ่มคลื่นความถี่สูง” ก็ได้
 
ในเรื่องดังกล่าวผู้ที่มีมโนมยิทธิจะมองเห็นคุณประโยชน์ของสรรพวิญญาน ที่ได้รับโอกาสจากพระบรมโพธิสัตว์ ได้เพิ่มกำลังบุญบารมีแห่งตนร่วมกัน และแก่พระบรมโพธิสัตว์ และแก่ตัวเราที่เป็นผู้ตั้งจิตอธิษฐานเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เมื่อบุญบารมีเรามีกำลังเพิ่มขึ้นเร็วมาก ประหนึ่งการสร้างสะพานทางเดินที่เราจะใช้เดินทางข้ามไปฟากฝั่งพระนิพพาน ก็จะเสร็จสมบูรณ์เร็วยิ่งขึ้น หรือนัยหนึ่งการเดินมรรคที่เหลืออยู่ของเรา ก็จะเสร็จสมบูรณ์ได้ง่ายขึ้นนั่นเอง ไม่ต้องเดินทางโดยลำพังแต่เฉพาะตัว
ส่วนผู้ที่เคยได้รับดอกบัวสีขาวยกตัวขึ้นมาก่อน ระหว่างการปฏิบัติ ก็ให้นึกถึงภาพนั้น นำดอกบัวมารองนั่ง
หรือผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนา โดยใช้พีระมิดเป็นอุปกรณ์ช่วยมาก่อน และเมื่อฝึกไปแล้ว เห็นกายในของเราเข้าไปนั่งอยู่ในพีระมิด จะขยายออกและลดลงได้ตามจิตสั่ง พีระมิดจะได้ช่วยถ่ายประจุลบขึ้นสู่อวกาศ พีระมิดจะช่วยให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างราบรื่นสะดวกยิ่งขึ้น และขยายตัวออกเผื่อแผ่ให้แก่สรรพวิญญาณทั้งหมดได้ร่วมใช้ประโยชน์ร่วมกับเราด้วย
 
วันนี้ 28 มีนาคม 2556 ระหว่างกำลังนั่งสวดมนตร์ที่พระธาตุแสงแก้วเวลา 20.30 น. ตามปกติ กายในต้องการเข้าไปนั่งอยู่บนดอกบัวแก้ว ในกลางพระเจดีย์ ในองค์พระจักรพรรดิ ของหลวงปู่ดู่ ภายในองค์พระเจดีย์ 80 วา และพระใหญ่ป้องกันภัยทั่วทุกทิศ สวดอุทิศฝากไปกับแสงทิพย์และพลังงานของพระบรมโพธิสัตว์ทุกๆท่าน ให้ทุกๆท่านที่มาร่วมสวดมนตร์ด้วยกันในวันนี้ จงมีแต่ความคล่องตัว ได้รับพรจาก More money ของพระบรมธรรมบิดา ที่ทรงประทานภาพสำคัญนี้ไว้กับอาจารย์ชัย แสงทิพย์ ขอให้ทุกๆคนจงคล่องตัวในทุกๆเรื่องตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน 
 
ข้าพเจ้าได้สวดอยู่เป็นปี มานึกถึงคำสั่งของสมเด็จพระบรมธรรมบิดา ที่ทรงพร้อมเป็นทุกๆสิ่งให้แก่ลูกๆทุกคน ดังนั้นต่อไปนี้ทุกอักขระทุกๆคำพูด ในการสวดมนตร์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ลูกขอพระบารมีของสมเด็จพระบรมธรรมบิดา ติดตั้งแสงทิพย์เอาไว้ทั้งหมด

ก่อนจะเข้าบทบูชาพระรัตนตรัย เราก็นึกให้กายของเราเข้าไปนั่งอยู่ในองค์พระพุทธรูปที่เรารู้ว่ามีอดีตสัมพันธ์มาก่อนเช่น สมเด็จพระพุทธกัสสป นั่งบนดอกบัวขาวของเราพร้อมกับหมุนแผ่เมตตาไปด้วย
 
บทบูชาพระ
 
พุทธัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ
ข้าพเจ้า ขอบูชาพระพุทธเจ้า ด้วยชีวิต
ธัมมัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ
ข้าพเจ้า ขอบูชาพระธรรมเจ้า ด้วยชีวิต
สังฆัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ
ข้าพเจ้า ขอบูชาพระสงฆ์เจ้า ด้วยชีวิต
 
เป็นบทกล่าวถึงการมอบกายถวายชีวิต เพื่อพระรัตนตรัยแล้ว แม้ชีวิตก็มอบให้ได้ ผลานิสงส์บทนี้จึงมากมายนัก เรียกว่าทำดี ๆ ปิดทางนรกได้ เว้นแต่กระทำอานันตริยะกรรม 4 ประการเท่านั้น เป็นบาทฐานของการเข้าถึงพระไตรสรณาคมณ์นั่นเอง

กราบพระ ๖ ครั้ง
 
พุทธัง วันทามิ (กราบ)
ข้าพเจ้า ขอไหว้ซึ่งพระพุทธเจ้า
ธัมมัง วันทามิ (กราบ)
ข้าพเจ้า ขอไหว้ซึ่งพระธรรมเจ้า
สังฆัง วันทามิ (กราบ)
ข้าพเจ้า ขอไหว้ซึ่งพระสงฆ์เจ้า
ครูอุปัชฌาย์อาจาริยคุณัง วันทามิ (กราบ) (ผู้หญิงว่า อาจาริยคุณัง วันทามิ)
ข้าพเจ้า ขอไหว้ซึ่งครูอุปัชฌาย์อาจารย์
มาตาปิตุคุณัง วันทามิ (กราบ)
ข้าพเจ้า ขอไหว้ซึ่งบิดา มารดา
พระไตรสิกขาคุณัง วันทามิ (กราบ)
ข้าพเจ้า ขอไหว้ซึ่งพระไตรสิกขา
 
การไหว้พระ ๖ ครั้งเป็นการแสดงความอ่อนน้อม แก่สรณะผู้ควรบูชา ๖ สรณะด้วยกัน แฝงไว้ด้วยกุศโลบายแห่งความอ่อนน้อม และความกตัญญูกตเวที อันเป็นเครื่องหมายแห่งคนดี สำหรับในบทกราบพระไตรสิกขาบทนั้น เนื่องเพราะเป็นบทสรุปแห่งธรรมะทั้งปวงในพระพุทธศาสนา เป็นหนทางโดยย่อแต่ชัดเจนไม่อ้อมค้อม ทั้งยังเป็นปัจฉิมโอวาท แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย นั่นคือ "ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เราขอเตือนท่านทั้งหลาย สังขารทั้งหลายมีความเสื่อม ความสิ้นไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลาย จงบำเพ็ญไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด"

ก่่่่อนเริ่มอาราธนาศีลให้เราเลือกเอา ให้เราเลือกเอาว่าจะเอากายในของเราเข้าไปหมุนอยู่ในองค์พระพระองค์ไหน เช่นในกายพระของสมเด็จพระพุทธกัสสป
 
บทสมาทานศีล ๕
 
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ(๓ ครั้ง)
ข้าพเจ้า ขอนอบน้อมแด่ พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
(การกล่าวบทนี้ เป็นการขอต่อเชื่อมเซิร์ปเวอร์ของเราไปถึงพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ต่อการตั้งจิตภาวนาพระคาถาบทต่างๆ)
 
หลายท่านคงสงสัยว่า ทำไมต้องกล่าวบทคำบูชาพระพุทธเจ้านี้ก่อนว่าคาถา (ที่โบราณเรียกตั้งนะโม ๓ จบ)  หรือ นำหน้าบทสวดมนต์ต่างๆตลอดด้วย ที่มาของคำบูชาพระบรมศาสดานี้ มีเรื่องเล่าว่า ณ แดนหิมวันต์ประเทศ มีเทือกเขาชื่อว่า สาตาคิรี เป็นที่ร่มรื่น รมณียสถาน เป็นที่อยู่ของพวกยักษ์ที่เป็นภุมเทพยดา อันมีนามตามที่อยู่ว่า สาตาคิรียักษ์ มีหน้าที่เฝ้าทางเข้าหิมวันต์ ทางทิศเหนือ เป็นบริวารของท้าวเวสสุวัณ สาตาคิรียักษ์ได้มีโอกาสสดับ พระสัทธรรมจากพระบรมศาสดา จนมีจิตเลื่อมใสศรัทธา เปล่งคำยกย่องบูชาด้วยคำว่า "นะโม" หมายถึง พระผู้มีพระภาค ทรงเป็นใหญ่กว่า มนุษย์ เทพยดา พราหมณ์ มาร ยักษ์ และสัตว์ทั้งปวง
 
กล่าวฝ่าย อสุรินทราหู เมื่อ ได้สดับพระเกียรติศัพท์ ของพระบรมศาสดา ก็มีจิตปรารถนา ที่จะได้ฟังธรรมของพระบรมศาสดาบ้าง แต่ด้วยกายของตนใหญ่โตเท่ากับโลก จึงคิดดูแคลน พระบรมศาสดา ว่า มีพระวรกายเล็กดังมด จึงอดใจรั้งรออยู่ พอนานวันเข้า พระเกียรติคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ยิ่งขจรขจายไปทั้งสามโลก จนทำให้อสุรินทราหูอดรนทนอยู่มิได้ จึงเหาะมาในอากาศ ตั้งใจว่าจะร่ายเวทย่อกาย เพื่อเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ขอฟังธรรม แต่พอมาถึงที่ประทับ อสุรินทราหู กลับต้องแหงนหน้าคอตั้งบ่า เพื่อจะได้ทัศนาพระพักตร์พระบรมศาสดา พระผู้มีพระภาคจึงทรงแสดงพระสัทธรรม ชำระจิตอันหยาบกระด้าง ของอสุรินทราหู ให้มีความเลื่อมใสศรัทธา แสดงตนเป็นอุบาสกผู้ถือพระรัตนตรัยตลอดชีวิต แล้วกล่าวสรรเสริญพระบรมศาสดาว่า “ตัสสะ” แปลว่า ขอบูชา ขอนอบน้อม ขอนมัสการ
 
เมื่อครั้งที่ ท้าวจาตุมหาราช ทั้ง ๔ ผู้ดูแลปกครองสวรรค์ชั้นแรก มีชื่อเรียกว่า ชั้น กามาวจร มีหน้าที่ปกครองดูแลประตูสวรรค์ทั้ง ๔ ทิศ พร้อมบริวาร ได้พากันเข้ามาเฝ้าพระบรมศาสดา แล้วทูลถามปัญหา พระบรมศาสดา ทรงแสดงธรรมตอบปัญหา แก่มหาราชทั้งสี่พร้อมบริวาร จนยังให้เกิดธรรมจักษุแก่มหาราชทั้งสี่ และบริวาร ท่านทั้ง ๔ นั้น จึงเปล่งคำบูชาสาธุขึ้นว่า  "ภะคะวะโต” แปลว่า พระผู้มีพระภาค ทรงเป็นผู้จำแนกธรรมอันยิ่ง อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า
 
อะระหะโต เป็นคำกล่าวสรรเสริญ ของท้าวสักกะเทวราช เจ้า สวรรค์ทั้ง ๖ ชั้น ท่านสถิตย์อยู่ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ท้าวสักกะเทวราช ได้ทูลถามปัญหา แด่พระผู้มีพระภาค พระพุทธองค์ทรงตรัสปริยายธรรม และ ทรงตอบปัญหา จนทำให้ท้าวสักกะเทวราช ได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุเป็นพระโสดาปัตติผล จึงเปล่งอุทานคำบูชาขึ้นว่า " อะระหะโต " แปลเป็นใจความว่า อรหันต์ เป็นผู้ไกลจากกิเลส ไกลจากเครื่องข้องทั้งปวง
 
สัมมาสัมพุทธัสสะ เป็นคำกล่าวยกย่องสรรเสริญ ของ ท้าวมหาพรหม หลังจากได้ฟังธรรม จนบังเกิดธรรมจักษุ จึงเปล่งคำสาธุการ "สัมมาสัมพุทธัสสะ" หมายถึง ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ด้วยพระองค์เอง ทรงรู้ดี รู้จริง รู้ยิ่ง กว่าผู้รู้อื่นใด รวมเป็นบทเดียวว่า "นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
 
"แปลโดยรวมว่า ขอนอบน้อมแด่ พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น   ด้วยเหตุนี้โบราณท่านจึงว่า หากขึ้นต้นคาถาหรือบทสวดมนตร์ใดๆด้วยการตั้งนะโม ๓ จบ คาถานั้นจะมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนักด้วย เพราะเป็นคำสรรเสริญพระพุทธเจ้าที่มีเทพพรหมชั้นหัวหน้าได้กล่าวไว้ แรงครูหรือแรงแห่งเทพ-พรหม และแรงพระรัตนตรัยท่านจึงประสิทธิ์ให้สมประสงค์"
 
บทสมาทานพระไตรสรณาคมณ์
 
เพื่อผลานิสงส์ยิ่งขึ้น และเป็นการตล่อมจิตให้ชินต่อการทรงคุณความดี หลวงปู่ดู่ท่านแนะนำให้มีการบวชจิต  ในขณะกล่าวการสมาทานพระไตรสรณาคมณ์ด้วย ดังนี้
" ในขณะที่เรานั่งสมาธิเจริญภาวนานั้น คำกล่าวว่า

พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ให้นึกถึงว่าเรามีพระพุทธเจ้าเป็นพระอุปัฌาย์ของข้าพเจ้า
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ...
ให้นึกว่าเรามีพระธรรมเป็นพระกรรมวาจาจารย์ของข้าพเจ้า
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ...
ให้นึกว่าเรามีพระอริยสงฆ์ เป็นพระอนุสาสนาจารย์ของข้าพเจ้า
 
แล้วอย่าสนใจขันธ์ 5 หรือร่างกายเรานี้ ให้สำรวมจิตให้ดี มีความยินดีในการบวช ชายก็ตั้งจิตเป็นพระภิกษุ หญิงก็ตั้งจิตเป็นพระภิกษุณี อย่างนี้จะมีอานิสงส์สูงมาก จัดเป็นเนกขัมบารมีขั้นอุกฤษฎ์ทีเดียว "
เมื่อจะออกจากสมาธิก็ให้อธิษฐานกลับมาเป็นฆราวาสเหมือนเดิม การสวดมนต์ภาวนาของเราจะมีผลมากครับ อีกประการความชินของจิตใน  การทรงกำลังความเป็นพระจะทำให้เราปฏิบัติธรรมได้โดยง่ายขึ้น
 
บทสมาทานพระไตรสรณาคมณ์ : บทนี้สำคัญมาก กล่าวด้วยกำลังใจที่เข้าถึงเต็มเปี่ยม ขอพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งสูงสุด ไม่มีที่พึ่งที่ยึดถืออื่นใดสูงกว่า เป็นปัจจัยให้ปิดทางนรกภูมิได้ เว้นแต่ได้กระทำอานันตริยะกรรมมาก่อน บทนี้ควรทำความเข้าใจ และให้เข้าถึงให้ได้ ด้วยเป็นเส้นทางเดินที่ตรงต่อพระนิพพาน ไม่หลงทาง ผู้เข้าถึงจะได้เกิดในบวรพุทธศ่าสนาอีกหากยังไม่เข้านิพพานฉันใด บทนี้คนกล่าวกันเป็นประจำ แต่หาได้เข้าใจเข้าถึงอย่างลึกซึ้งไม่ จะสังเกตว่าด้วยไม่เข้าถึงจุดนี้กัน การถือมงคลตื่นข่าวจึงเกิดขึ้นได้ตลอดในสังคมไทย…..บทนี้นี่เองที่หลวงปู่ ใช้ภาวนาทำสมาธิจนกระทั่งค้นพบวิชาภูติพระพุทธเจ้า หรือวิชาเปิดโลก ที่มีผู้อื่นตั้งชื่อวิชาให้ในภายหลังนั่นเอง
 
หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ หรือในภาคหนึ่งของพระศรีอริยะเมตไตรย์ ที่เสียสละลงมาช่วยลูกๆหลานๆได้เดินทางลัด ไปสู่พระนิพพานได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น เมื่อตั้งจิตน้อมเคารพพระรัตนตรัย หลวงปู่แนะนำให้ทำการบวชจิต หรือบวชใน ทำได้ทั้งหญิงชาย ผู้ชายตั้งใจบวชจิตเป็นพระภิกษุ ผู้หญิงตั้งใจบวชจิตเป็นพระภิกษุณี และเมื่อเลิกจากการปฏิบัติภาวนาแต่ละคราว ก็ขอลาออกมาเป็นฆราวาสก็ได้
 
หรือผู้ที่พร้อมแล้ว ก็บวชจิตไปตลอดเวลาไม่ต้องลา พร้อมกับรักษาศีลห้า ระมัดระวังในศีลอยู่เป็นนิจ ให้จิตเป็นปรกติอยู่ในกรรมบท 10  ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของผู้ที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์ทุกคน ส่วนผู้ที่มีศีลห้าข้อไม่ครบ ก็จะไปเกิดในภพภูมิที่ต่ำลงไป เช่นไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานเป็นต้น ดุจเดียวกับการสร้างบ้านทุกๆหลัง ก็ต้องตระเตรียมทำฐานรากให้มั่นคงแข็งแรง ในสถานที่ที่จะสร้างบ้านในที่นั้นๆ เพื่อรองรับน้ำหนักทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น ให้บ้านเกิดความแข็งแรงมั่นคง
 
  • เมื่อยกจิตกราบครั้งแรกภาวนา พุทธัง สรณัง คัจฉามิ..ให้นึกในใจว่าพระพุทธเจ้าเป็นพระอุปฌาย์ของข้าพเจ้า
  • กราบครั้งที่สอง ภาวนา ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ  นึกในใจว่า พระธรรมเป็นพระกรรมวาจาจารย์ของข้าพเจ้า
  • กราบครั้งที่สาม ภาวนา สังฆัง สรณัง คัจฉามิ  นึกว่าพระอริยสงฆ์เป็นพระอนุสาสนาจารย์ของข้าพเจ้า

เมื่อได้ตั้งจิตน้อมกราบที่แทบพระบาทของพระพุทธองค์ หรือหลวงปู่ ท่านจะได้บวชจิตเป็นที่เรียบร้อย มีหน้าที่ดำรงค์ศีลทั้ง 5 ข้อ และกรรมบท 10 สืบต่อไป ตราบสิ้นอายุขัย หรือตั้งเป้าการปฏิบัติคืนกลับบ้านนิพพาน ด้วยอภิญญาใหญ่ หรือ แสงทิพย์นิพพาน ต่อไปไม่หยุดยั้ง จนปรากฏปฏิจจสมุปบาท ขึ้นแก่จิตของท่านครบวงรอบ ท่านก็จะทราบวันตาย และเหตุแห่งการตายครั้งสุดท้ายนี้ล่วงหน้า...ขอร่วมโมทนากับทุกๆท่าน ที่ประสบความสำเร็จสมความตั้งใจอย่างเร็วพลัน ไม่เนิ่นช้า แข่งกับภัยพิบัติของโลกและจักรวาล ในรอบที่ 5 ที่จะรุนแรงกว่า 4 ครั้งที่ผ่านมา

พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก
ทุติยัมปิ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ทุติยัมปิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ทุติยัมปิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก
ตะติยัมปิ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ตะติยัมปิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ตะติยัมปิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก
 
บทอาราธนาศีล
  1. ปาณาติปาตา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
    เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการฆ่า
  2. อทินนาทานา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
    เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ด้วยอาการแห่งขโมยหรือโจร
  3. อพรัมจริยา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
    เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการประพฤติผิดในพรหมจรรย์
  4. มุสาวาทา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
    เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการพูดเท็จ
  5. สุราเมรยะ มัชชปมาทัฎฐานา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
    เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการดื่มน้ำเมาอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
อิมานิ ปัญจสิกขา ปทานิ สมาธิยามิ (๓ ครั้ง)
ข้าพเจ้าขอทรงไว้ซึ่งศีลทั้งห้าประการด้วยจิตตั้งมั่น
สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปทา
ศีลนำความสุขมาให้ ศีลนำมาซึ่งโภคทรัพย์
สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโส ธะเย
ศีลคือหนทางสู่พระนิพพาน
 
บทอาราธนาศีล : เป็นกุศโลบายให้คนชินต่อการกล่าวศีล เพื่อการรักษาศีลอย่างแท้จริงในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการเกิดผลานิสงส์อย่างมาก เพราะถือว่าตลอดเวลาที่เราสวดมนต์อยู่นี่เรามีศีลบริสุทธิ์จนกว่าเราจะล่วงศีล ด้วยความจำเป็นต่าง ๆเช่น ด้วยอาชีพ ในส่วน “อพรัมจริยา เวรมณี…” นั้นเพราะในช่วงที่สวดมนต์อยู่นั้น เราไม่ได้ถูกเนื้อต้องตัวกับเพศตรงข้ามอยู่แล้ว ท่านจึงให้ถือพรหมจรรย์เสีย เพื่อบุญที่มากกว่า แต่เมื่อเราสวดมนต์เสร็จแล้ว หากต้องถูกเนื้อต้องตัวเพศตรงข้ามด้วยฆราวาสวิสัย ก็ย่อมทำได้ ศีลจะเลื่อนมาที่ กาเมสุมิจฉาฯแทน เรื่องศีลนี้ความจริงมีถึง 3 ขั้น ตั้งแต่ขั้นต้นจนถึงปรมัติเลยทีเดียว ขอไดโปรดอ่านเพิ่มเติมตอนท้ายเล่มนะครับ

ก่อนที่จะอาราธนาพระก็เช่นกันให้เราเลือกเอาว่าจะเอากายในไปไว้ที่พระองค์ใด แล้วจึงอาราธนาต่อไปด้วยความสุขร่มเย็น
 
บทอาราธนาพระ
 
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ         (๓ ครั้ง)
ข้าพเจ้า ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
พุทธัง อาราธนานัง กะโรมิ
ข้าพเจ้าขออาราธนาซึ่ง พระพุทธเจ้า
ธัมมัง อาราธนานัง กะโรมิ
ข้าพเจ้าขออาราธนาซึ่ง พระธรรมเจ้า
สังฆัง อาราธนานัง กะโรมิ
ข้าพเจ้าขออาราธนาซึ่ง พระสงฆ์เจ้า
 
บทอาราธนาพระรัตนตรัยนี้ เป็นการอัญเชิญพระ บารมีของพระรัตนตรัยมาสถิตย์อยู่ที่กายและมโนแห่งเราอยู่ทุกลมหลายใจเข้า-ออก อยู่ทุกขณะจิต ให้เราไม่ห่างจาก พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เพื่อการเข้าถึงพระไตรสรณาคมณ์ เรื่องการเข้าถึงพระไตรสรณาคมณ์นี่ถือว่าจำเป็นมาก เพราะปิดอบายได้ เราจะไม่ลงนรก ผู้เขียนเคยถามหลวงตาว่า แล้วชาติหน้าเราจะต้องทำใหม่ไหม หลวงตาม้าท่านว่า ไม่ต้อง เข้าถึงชาตินี้แล้วอารมณ์เก่าจะมี จะเข้าถึงตลอดทุกชาติ ปิดอบายตลอดทุกชาติจนกว่าจะนิพพาน

ก่อนการอาราธนาหลวงปู่ทวดให้เรานำกายในไปไว้ในองค์หลวงปู่ทวด ด้วยความเคารพและอบอุ่น และทำทำนองเดียวกันกับหลวงปู่ดู่ เพียงนำกายในเอาไปไว้ในองค์จักรพรรดิหลวงปู่ดู่แทน
 
คาถาหลวงปู่ทวด
 
น้อมระลึกถึงหลวงปู่ทวด แล้วว่าคาถาดังนี้
นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา (๓ ครั้ง)
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่ เจ้าประคุณสมเด็จหลวงปู่ทวด ผู้เป็นพระโพธิสัตว์ เป็นผู้มีโชคซึ่งเข้ามาสถิตย์อยู่ในตัวของข้าพเจ้านี้
(แต่ละรอบนำจิตของเรากราบที่ตรงหน้าตักหลวงปู่)
 
คาถาหลวงปู่ดู่
 
น้อมระลึกถึงหลวงปู่ดู่ แล้วว่าคาถาดังนี้
นะโม โพธิสัตโต พรหม ปัญโญ (๓ ครั้ง)
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระพรหม ปัญโญ โพธิสัตว์
(แต่ละรอบนำจิตของเรากราบที่ตรงหน้าตักหลวงปู่)
 
หลวงตาม้าท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า ถ้าจะศึกษาและปฏิบัติธรรมตามแนวของหลวงปู่ดู่ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจในชื่อของท่านก่อน คือ พระพรหมปัญโญ มีความหมายเช่นไร
โดยคำว่า “พรหมปัญโญ” มีความหมายถึง การเป็นผู้มีปัญญาเยี่ยงพระพรหม นั่นเอง ในการที่จะมีปัญญา เยี่ยงพระพรหม ได้นั้นต้องสร้างความเป็นพระพรหมให้เกิดขึ้นแก่เราก่อน โดยการปฏิบัติตามหลักของพรหมวิหาร 4 ประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และพยายามทรงอารมณ์ตามหลักของพรหมวิหารให้ได้ก่อน จึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติตามแนวของหลวงปู่ดู่พรหมปัญโญ

ก่อนขอขมาพระรัตนตรัย ให้นึกเอากายในของเราไปไว้ในองค์พระกัสสป หรือองค์อื่นๆที่เราชอบ
บทขอขมาพระรัตนตรัย
 
โยโทโส โมหะจิตเต นะพุทธัสมิง ปาปะกะโต มะยา ขะมะถะเม กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ
การกระทำอันหลงผิดอันใด ซึ่งกระทำล่วงเกินแล้วในคุณพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าขอกล่าวคำขอขมา เพื่อการบาปกรรมทั้งหลายทั้งปวงจงสูญสิ้นไป
โยโทโส โมหะจิตเต นะธัมมัสมิง ปาปะกะโต มะยา ขะมะถะเม กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ
การกระทำอันหลงผิดอันใด ซึ่งกระทำล่วงเกินแล้วในคุณพระธรรมเจ้า ข้าพเจ้าขอกล่าวคำขอขมา เพื่อการบาปกรรมทั้งหลายทั้งปวงจงสูญสิ้นไป
โยโทโส โมหะจิตเต นะสังฆัสมิง ปาปะกะโต มะยา ขะมะถะเม กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ
การกระทำอันหลงผิดอันใด ซึ่งกระทำล่วงเกินแล้วในคุณพระสงฆ์เจ้า ข้าพเจ้าขอกล่าวคำขอขมา เพื่อการบาปกรรมทั้งหลายทั้งปวงจงสูญสิ้นไป
 
บทนี้มีความสำคัญมาก ด้วยกรรมไม่ดีที่เกิดแก่พระรัตนตรัยนั้น เป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการปฏิบัติธรรม  ต้องหมั่นดูกิริยาของตัวเองมิให้ก้าวล่วงต่อพระรัตนตรัยอยู่ตลอดเวลา และให้คอยหมั่นขอขมาทุกวัน เนื่องเพราะบางทีเราอาจเผลอเรอล่วงเกินทั้งโดยเจตนา หรือไม่เจตนา ทั้งเล็กน้อยทั้งใหญ่หลวง กุศโลบายข้อนี้คล้ายคลึงกับการต่อศีลของพระ หรือการปลงอาบัติของพระ ทั้งนี้เพื่อให้กำลังใจ ให้รู้ตัว ให้นึกรู้ตัวตาม ให้เกิดสติอยู่ทุกขณะจิตนั่นเอง เพื่อในกาลต่อไปจะได้ระมัดระวังตัวไม่ทำผิดอีกนั่นเอง
 
สำหรับผู้ที่เข้าถึง ภาพมหัศจรรย์ ของ สมเด็จพระพุทธกัสสป ที่ทรงประทานเอาไว้ให้แก่ลูกหลานนั้น ก่อนสวดพระคาถามหาจักรพรรดิ และคาถาอริยทรัพย์ สามารถแยกจิตไปทำวิปัสสนาอยู่ภายในพระบรมธาตุของพระองค์ท่าน ที่ทรงเปล่งแสงทิพย์อันเรืองรอง อบอุ่นสวยงามยิ่ง ตลอดเวลาการสวดพระคาถา และตลอดเวลาการทำสมาธิ และสวดสัพเพฯแผ่เมตตา โดยให้กายเนื้อและใจทำงานในการสวดไป ส่วนจิตก็ทำวิปัสสนารับพลังงานแสงทิพย์พร้อมกับแผ่ส่วนกุศลไปกับแสงทิพย์อริยทรัพย์ อยู่เหนือดอกบัวแก้วตลอดเวลา ไปทั่วทั้ง 3 โลก นำภาพมหัศจรรย์มาไว้ที่ดวงตาที่ 3 ก็ได้...
 
ระหว่างการใช้จังหวะหายใจในรูปแบบหมอแกน ก็ขอแสงทิพย์กำกับลมหายใจเข้าออกด้วย เพื่อให้พลังแสงทิพย์เข้าไปส่องสว่างทั่วทุกเซลล์ให้กระจ่างใส และผ่อนลมออกพร้อมกับแสงทิพย์ แผ่เมตตาไปให้แก่สรรพสัตว์ทั่วทั้ง 3 โลก
 
สำหรับท่านใดที่ยังไม่ได้รับพระราชทานดอกบัวแก้วจากพระพุทธองค์มาก่อน สามารถทูลขอจากพระพุทธองค์ท่านได้...มีคำอธิบายจากเพื่อนผู้รู้ว่า ผู้ที่น้อมอุทิศกายใจ ปฏิบัติพระศาสนาและช่วยอบรมเผยแพร่คำสั่งสอนแก่สรรพสัตว์ตลอดเวลา องค์เทพเบื้องบนท่านจะจัดดอกบัวรองนั่งมาให้แก่ท่านผู้นั้น ในเมื่อท่านทั้งน้อมรับพลังบุญบารมีแสงทิพย์ของพระพุทธองค์ และในขณะเดียวกันก็แผ่เมตตาออกไปทั่วทั้ง 3 โลกไปกับแสงทิพย์อริยธรรมของ พระบรมธรรมบิดา และแสงของพระโพธิสัตว์ทุกๆพระองค์ จึงมีสิทธิ์ได้นั่งอยู่บนดอกบัวแก้วแววสดใส
 

แสงทิพย์อริยธรรม พระบรมธรรมบิดา บนยอดพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ทรงประทานให้แก่ ลูกชายคนโตของคุณสุเมธ

พร้อมกับเปล่งแสงทิพย์ลงมาคลุมยังทุกๆท่านที่ได้มาร่วมสวดมนตร์อยู่โดยรอบ พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว แห่งนี้ ได้เพิ่มคลื่นความถี่สูงให้แก่จิตใจและร่างกาย สมดังเจตนา จนสำเร็จเสร็จการโดยทั่วกันทุกๆท่านเทอญ

ด้วยพระบารมีแห่งแสงทิพย์อริยธรรมของพระบรมธรรมบิดา ข้าพเจ้าขอเชิญท่านผู้เจริญทุกดวงจิต เข้ามานั่งรายล้อมโดยรอบองค์ พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว อันสถิตย์อยู่เหนือสถานที่ตรัสรู้ของสมเด็จพระพุทธกัสสป ที่ข้าพเจ้าอาราธนาพระบารมีมาไว้ทีหัวใจ พร้อมทั้งน้อมอาราธนา พระมหาธาตุเจดีย์ 80 วาของสมเด็จองค์ปฐมบรมครู มาโอบอุ้มทุกดวงจิตวิญญาน ที่กำลังอยู่โดยรอบพระมหาธาตุเจดีย์แห่งนี้ รวมทั้งท่านสาธุชนคนดีมีศีลธรรม รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ทั่วโลก เพื่อปกป้องปวงภัย ให้ทุกๆท่านจงอุดมโชค อุดมโอกาส มีความคล่องตัว ในทุกๆเรื่อง และให้การช่วยเหลือให้ง่ายต่อการปฏิบัติธรรมแก่ทุกๆท่าน ที่หลวงปู่ดู่ได้เมตตาส่งแสงพระโพธิสัตว์ไปรับท่านมา โดยเฉพาะท่านที่อยู่ตั้งแต่ชั้นจาตุมมหาราชิกาลงมาจะ ได้สบโอกาสมาร่วมสวดบท พระมหาจักรพรรดิ และบทอริยทรัพย์ และ ฯลฯในมื้อนี้ รวมจิตใจส่งพลังงานบุญกุศล ขึ้นสู่แสงทิพย์อริยธรรมของ พระบรมธรรมบิดา ณ ยอดพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้วแห่งนี้ ดุจเซิร์บเวอร์ขนาดใหญ่อันมิอาจประมาณได้ เปล่งแสงทิพย์ออกไปโดยรอบ ถึงยังสรรพสัตว์สรรพวิญญาณทั่วทั้ง 3 โลก
 
 ก่อนจะสวดบทมหาจักรพรรดิ ให้นึกเอากายในของเราเข้าไปไว้ในองค์มหาจักรพรรดิหลวงปู่ดู่

 

บทสวดมหาจักรพรรดิ
 
   นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุท ธัสสะ             (๓ ครั้ง)
ข้าพเจ้า ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
* สวดตามกำลังวัน อาทิตย์ ๖, จันทร์ ๑๕, อังคาร ๘, พุธ ๑๗, พฤหัส ๑๙, ศุกร์ ๒๑, เสาร์ ๑๐ *
แต่เดิมนั้นสวดกัน 108 จบ แต่ต่อมาหลวงตาม้าท่านเมตตาต่อศิษย์ที่มาใหม่ๆ กลัวจะหมดกำลังใจ พาลเอาไม่ปฏิบัติกัน ท่านจึงให้สวดตามกำลังวันแทน หากใครใคร่สวดถึง 108 จบก็ขออนุโมทนาอย่างยิ่งมา ณ. โอกาสนี้ สาธุ…
 
คำแปลบทจักรพรรดิโดยหลวงตาม้า
นะโมพุทธายะ
พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์
พระพุทธไตรรัตนะญาณ
สุดยอดของศีล สมาธิ ปัญญา (ผมฟังแล้ววิเคราะห์ว่า ที่หลวงตาท่านพูดว่าสุดยอดของศีล สมาธิ ปัญญา เพราะมีคำว่าพระพุทธคือผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานนำหน้า)
มณีนพรัตน์
สมบัติจักรพรรดิ์
(ไปไล่ดู ลูกแก้ว ม้าแก้ว พระขรรค์แก้ว ฯลฯ)
สีสะหัสสะสุธัมมา
สีสะ
 แปลว่า ความคิด
หัสสะ
 แปลว่า มือ ก็คือ การกระทำ
สุธัมมา
คือ การรู้ทั้ง ๓ โลกธาตุ
รวมความคือ การคิดและลงมือทำ จนรู้ทั่วทั้ง ๓ โลก
พุทโธ ธัมโม สังโฆ
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ยะธาพุทโมนะ
พระพุทธเจ้าที่จะมาตรัสรู้ในอนาคต คือพระศรีอริยเมตไตรย
พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา
บูชาพระรัตนตรัย
อัคคีธานัง วะรังคันธัง
อันตรายทั้งหมดทั้งมวลไม่เกิด
สีวลี จะ มหาเถรัง
โชค ลาภ ธุรกิจการงาน คลอบคลุมทั้งหมด
อะหังวันทามิ ทูระโต
อะหังวันทามิธาตุโย
อะหังวันทามิ สัพพะโส
พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ
บูชาทั้งหมดทั้งมวลในพระพุทธศาสนา
หลวงตาม้าท่านย้ำว่าถ้าจะแปลกันจริงๆเนี่ย แปลออกมาได้เป็นหนังสือเล่มใหญ่ๆเล่มหนึ่งก็อาจจะยังไม่หมดเลยครับ เพราะเยอะมาก
 
บทนี้เป็นการสวดไหว้พระพุทธเจ้าทั่วทั้ง พระนิพพาน ตลอดจนถึงพระธรรมเจ้าและพระโพธิสัตว์เจ้า พระอริยสงฆ์สาวกทั้งมวลไหว้พระพุทธเจ้าทั้ง ๕ พระองค์รวมถึงน้อมนำกำลังของเทพพรหมพระอริยะเจ้าทั้งหลาย

การสวดครั้งหนึ่ง เป็นการดึงกำลังของพระเจ้าจักรพรรดิทุกๆพระองค์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต รวมถึงกำลังของพระมหาโพธิสัตว์เจ้ามารวมกัน อาราธนาเข้าที่กายและใจ
และรวมกำลังของพระโพธิญานโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลาย ตั้งแต่อดีต ถึง ปัจจุบัน และอนาคต โดยมีหลวงปู่ดู่เป็นสถานีแม่ข่าย ลงมาที่ตัวเรา และจ่ายออกไปกับแสงทิพย์ตลอดเวลา
การสวดครั้งหนึ่งมีอานิสงส์แผ่ไปทั่วจักรวาล สามแดนโลกธาตุ สามารถแผ่บุญไปทั่วทุกสรรพสัตว์ตลอดจนเทวดาประจำตัวเรา ญาติมิตรเพื่อนฝูงครอบครัวเจ้ากรรมนายเวร และหากนำบทสวดนี้ไปสวดในนรกหรือแผ่ไป ไฟนรกจะดับชั่วขณะ...ด้วยการสงเคราะห์สรรพสัตว์ด้วยแสงของพระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย
 
บทนี้เป็นการสร้างกำแพงแก้วคุ้มกันตัว  รวมถึงการอาราธนาบารมีครูบาอาจารย์ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อัญเชิญเข้าตัว เพื่อป้องกันภัย และสร้างมหาโชค-มหาลาภ...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อทุกส่วนของโลกเริ่มลิ้มรสของหายนะภัย นับตั้งแต่เดือน มีนาคม 2555 เป็นต้นไป มนุษย์จะเริ่มวิ่งหาที่พึ่งกันอย่างจ้าละหวั่น โดยไม่แน่ใจว่าเวลาไหน ที่เศษขยะจากส่วนหางของดาวจะหล่นลงมาบนศรีษะของตนอย่างรุนแรง ด้วยอัตราเร่งยิ่งกว่าจรวดหลายเท่านัก ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา ชาวโลกและชาวรัสเซียเริ่มได้พบเห็นเหล่าขยะอวกาศของ PX  ที่กำลังลอยตัวอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์และโลก และชาวโลกจะพบเห็นปรากฏการณ์ดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น เมื่อดาวหางดวงนี้เคลื่อนองคาพยพเข้ามาใกล้โลกขึ้นทุกที 
 
ท่านที่เคยเฝ้าดูฝนดาวตกนั้นจะเห็นว่ามันบินเร็วขนาดไหน ก็ปานๆนั้น แต่มันจะเหลือเศษขยะที่ไหม้ไม่หมดตกกราวลงมายังผิวโลก อุ่นเครื่องให้มนุษย์ได้ประสบ พร้อมๆกับผงฝุ่นแร่เหล็กไนตรัสออกไซด์ลงไปในแหล่งน้ำสีแดงเป็นสีเลือด ไปเป็นช่วงๆที่ส่วนนั้นๆของโลก เมื่อโคจรเข้ามาใต้ดาวหางซึ่งใหญ่กว่าโลก 4 เท่า และมีมวลมากกว่าโลก 23 เท่า 
และดาวดวงนี้ยังเป็นที่พำนักของมนุษย์ยักษ์ที่มีเทคโนโลยี่เหนือกว่าชาวโลก มองเห็นมนุษย์โลก ไม่ต่างกับเราบังคับลิงให้เก็บมะพร้าว ที่กำลังมุ่งหน้าไปวนรอบดวงอาทิตย์ ในระนาบทะแยงมุมประมาณ 32 องศากับระนาบของสุริยจักรวาล โผล่ขึ้นมา จากทิศใต้ ระหว่างโลกและดวงอาทิตย์โคจรสวนทางกับโลก ในขาออกจากดวงอาทิตย์จะโคจรคู่ขนานกับโลกอย่างใกล้ชิด ดึงดูดโลกเข้าไปในระยะประชิดเพียง 14 ล้านไมล์ ที่โลกจะเกิดเสียงครวญครางสะท้านไปทั้งโลก มีดาวอังคาร ดาวศุกร์ กำกับซ้ายขวา มีดาวดำคู่แฝดโลกตามติดมาข้างหลังบนวงโคจรเดียวกับโลก ทำให้โลกอยู่ในมุมอับ หนีไปไหนไม่ได้ จนต้องย้ายขั้วเหนือใหม่ไป 90 องศา เป็นข้อสอบคัดเลือกชาวโลกผ่านไปสู่ 4 th density 
 
ซึ่งหลวงตามหาบัวบอกลูกศิษย์เอาไว้ว่าคนมีบุญมันไม่ตาย  จะผ่านเข้าไปสู่โลกยุคใหม่ได้ ส่วนผู้ที่ตั้งอยู่ในศีลธรรมอันดี รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ทั่วทุกแห่งทั่วโลก ก็จะได้รับโอกาสอยู่ภายใต้การปกป้องจาก พระมหาธาตุเจดีย์ 80 วาของสมเด็จองค์ปฐมฯ มีมุมลาดชัน 77 องศา เปี่ยมด้วยอานุภาพยิ่งกว่ามหาพีระมิดที่มีจำนวนเหลี่ยมเป็น Infinity
 
ส่วนอานิสงส์แก่ผู้สวดมีทั้งมหาบุญ-มหาลาภ เนื่องจากมีการกล่าวถึงพระสิวลี   รวมถึงบทนี้มีพลังงานอย่างยิ่งในการเจริญพระกรรมฐาน  หากนำไปสวดบริกรรมก่อน หรือระหว่างนั่งเจริญวิปัสนาไปพร้อมๆกับการสวด จะทำให้การภาวนามีพุทธานุภาพมาคลุม และคุมการปฏิบัติของเรา คลุมกายและจิตเราเป็นวิมานทิพย์ (ครอบวิมานให้ตัวเอง หรือสวดอธิษฐานครอบคนอื่นก็ได้ โดยต้องไม่ลืมขอบารมีหลวงปู่โปรดมาช่วยสงเคราะห์)
หากสวดบทนี้ สามารถอธิษฐานเรื่องราวใดๆที่ติดข้องใจอยู่ ให้ผ่านพ้นไปอย่างทะลุปรุโปร่ง
 
กล่าวโดยสรุปได้ว่าคาถาจักรพรรดินี้ จากการเรียบเรียงถ้อยคำโดยหลวงปู่ดู่ท่าน ก่อให้เกิดจักรพรรดิ กำลังจักรพรรดิขึ้นด้วย ในบทสวดพระคาถาครอบจักรวาล
 
พระคาถามหาจักรพรรดิที่หลวงปู่ดู่แต่งขึ้นมานั้น นอกจาก ท่านจะได้ทำการอธิษฐานบารมีให้ผู้สวดได้รับพลังจากพระรัตนตรัย อย่างมหาศาลแล้ว ยังก่อให้เกิด "พุทธนิมิต" เป็นวิมานแก้วพระพุทธเจ้า มาสถิตย์ครอบผู้สวดด้วย  โดยมีลักษณะเป็นมณฑปแก้วจัตุรมุข ปรากฎฉัพพรรณรังสีหกประการ สว่างไสวพร้อมด้วยโพธิสัตตราวุธทั้ง 4 ประการ ประจำอยู่ทั้ง 4 ทิศ ได้แก่ พระมหามงกุฎ ตรีศูล จักรแก้ว และ พระขรรค์เพชร ทั้งหมดล้วนเป็นของคู่บุญบารมี ของพระศรีอาริย์โพธิสัตว์ โดยมี "พระมหามงกุฎ" เป็นศิราภรณ์ที่เปี่ยมไปด้วยบุญฤทธิ์ (หลวงปู่บุดดา ถาวโร พระอรหันต์ระดับจตุปฎิสัมภิทาญาณ ได้เคยนำมาถวายหลวงปู่ดู่เป็นพุทธบูชาอีกองค์หนึ่งด้วย)....ผู้มีตาในหรือใช้กำลังของมโนมยิทธิ ก็จะยิ่งเสริมกำลังศรัทธาให้แนบแน่นมั่นคง ในความเมตตาของหลวงปู่ดู่ ที่ได้ทำทุกๆอย่างๆเพื่อช่วยเหลือลูกหลานที่ตั้งใจปฏิบัติอย่างดีเลิศทีเดียว
 
ส่วนอาวุธที่เหลือทั้ง 3 ล้วนเป็นเทพศาสตราวุธชั้นสูง มีไว้เพื่อประดับบารมีแห่งพระโพธิสัตว์ และเปี่ยมไปด้วยอิทธิฤทธิ์อย่างยิ่ง หากสวดเป็นประจำสามารถอธิษฐานให้เกิดเป็นองค์พระพุทธนิมิตปางมหาจักรพรรดิ ได้ ซึ่งเปี่ยมไปด้วยอิทธิฤทธิ์และบุญฤทธิ์ มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก ประดับด้วยเครื่องทรงแห่งพระมหาจักรพรรดิอย่างวิจิตรอลังการ เปล่งรัศมีหลากสีด้วยแสงแห่งรัตนอัญมณี เรียกว่า "พระมหาวิษิตาภรณ์" มาครอบสถิตย์ผู้ภาวนา บารมีของหลวงปู่ดู่ที่ท่านน้อมนำอธิษฐานจิต จึงมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก เพราะท่านใช้บารมีทั้งหมดของท่านอัญเชิญกระแสบารมีแห่งพระรัตนตรัย และตั้งองค์พระพุทธนิมิตปางมหาจักรพรรดิบรรจุลงไปในวัตถุมงคลที่บารมีท่านมาประจุอีกด้วย
 
ส่วนบรรดาลูกหลาน ญาติโยมที่ได้มีโอกาสร่วมกันสร้าง พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว บนสถานที่ตรัสรู้ของสมเด็จพระพุทธกัสสป และยังได้อาราธนาพระบารมี  สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา นำแสงทิพย์ของพระองค์ท่านมาสถิตย์สถาพรอยู่ตลอดทั่วทุกหนแห่งของพระมหาธาตุเจดีย์แห่งนี้อีกด้วย ก็ให้พากันร่วมสวดพระคาถาอริยทรัพย์บูชา พระบรมธรรมบิดา และเทพพรหมทั้งหลาย เพื่อความสุขความเจริญทั้งทางโลก และการมุ่งเดินทางสู่ไปสู่พระนิพพานในชาติปัจจุบันของทุกๆท่านได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
 
สำหรับผู้ที่อยู่ห่างไกล และมีจิตศรัทธาถึงพร้อม สัมผัสได้ด้วยจิตของท่านชัดเจนแล้ว ก็เป็นเรื่องง่ายไม่ว่าท่านจะอยู่แห่งหนใด ก็สามารถยกจิตของท่านมาปฏิบัติธรรม อยู่โดยรอบพระเจดีย์แห่งนี้ ไม่จำกัดกาลเวลาได้ทุกเมื่อ
 
ตัวอย่างการขอพรจากพระมหาเจดีย์ ลูกขอแบ่งกายในนั่งเป็นวงกลมรอบองค์พระมหาเจดีย์ น้อมกราบพระรัตนตรัยและเทพพรหมผู้ทรงฤทธิ์โดยครบถ้วน ขอพรให้ลูกจงสำเร็จ....สมความปรารถนาโดยเร็วพลัน เสร็จแล้วน้อมลงกราบพร้อมๆกันทุกกาย มองเห็นความสำเร็จตามที่ขอโดยชัดแจ้ง
 
เคล็ดลับในการขอพร หากขอให้ผู้อื่นจะรวดเร็วและได้รับการสนองตอบฉับพลัน
 

พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ถ่ายก่อนสร้างเสร็จ มีงานฉลอง ( 15 พ.ค. 2554)ประมาณ 6 เดือน

ข้าพเจ้า สถานีลูกข่ายถ่ายทอดแสงทิพย์ของ พระบรมธรรมบิดา #46 ตลอด 24 ชั่วโมง ขอน้อมอาราธนาแสงทิพย์ของ พระบรมธรรมบิดา มา สถิตย์อยู่ ณ พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้วแห่งนี้ ทั่วทุกหนแห่งตั้งแต่ยอดฉัตร และทุกๆส่วนในอาณาเขตของพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว  ช่วยอำนวยคุณประโยชน์ทั้งโลกและธรรม ให้แก่บรรดาลูกหลาน และสรรพวิญญาณในทุกมิติทั่วทั้ง 3 โลก ทั่วทั้งอนันต์จักรวาล ได้ประสบความสำเร็จตามที่เจตนามุ่งหวังเร็วพลันทันใจ โดยทั่วกันตลอดไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ตั้งใจแน่วแน่ในการ เดินมรรค ให้สัมฤทธิ์ผลโดยเร็วในชาติปัจจุบัน ก่อนประสบวิบัติกาลของโลกโดยทั่วหน้ากัน

ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ได้รับทราบข่าวที่น่ายินดี ที่มีผู้มีจิตศรัทธา ในพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ได้มาตั้งจิตขอพร ให้ช่วยสงเคราะห์แก้ปัญหาของตนและญาติมิตร ที่แม้ทุกๆฝ่ายลงมติว่าสิ้นหวังแล้วก็ตาม ในการช่วยเหลือทุกๆทางให้ฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ได้เกิดปาฏิหาริย์ ให้ญาติที่รักของตนได้ฟื้นคืนดีกลับมา แม้จะมีร่างกายที่พิการมานานก็ตาม กลับมาเป็นคนปรกติได้ในเวลาข้ามคืน 

ด้วยเหตุที่ ณ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้กอร์ปไปด้วยเทพพรหม ผู้ทรงฤทธิ์ในแขนงวิชาต่างๆอย่างครบครัน จึงช่วยสงเคราะห์แก้ปัญหาทุกข์ร้อน ของบรรดาลูกหลาน ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ลงได้โดยง่ายดายนั่นเอง เป็นสถานที่อันอุดมด้วยเหตุและผลดังกล่าวแล้ว สำหรับผู้ที่มีจิตศรัทธาอย่างแท้จริง และสามารถนำจิตเข้าถึงได้อย่างแนบแน่น ก็จะอธิษฐานขอพร ให้ความตั้งใจของตนสำเร็จผลลงได้อย่างมหัศจรรย์ ด้วยเหตุและปัจจัยที่กล่าวแล้วข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางโลกหรือทางธรรมก็ตาม เมื่อบรรดาลูกหลานญาติโยม ตั้งใจขอพรให้สัมฤทธิ์ผลขึ้น จึงเกิดเป็นจริงขึ้นได้นั่นเอง ทั้งนี้อยู่ที่ตัวท่านจะนำไปพิจารณาดูด้วยตนเอง

 
ล่าสุด อ.คุณแม่เกษร สุทธจิตฯ ศิษย์สำคัญของหลวงพ่อฤาษีฯได้เพิ่มเติมพระคาถานี้ จากที่หลวงพ่อมาบอกท่านให้อีก คือพระคาถาอริยทรัพย์ แผ่เมตตาไปทั่ว 3 โลกดังนี้ (9จบ)
นาสังสิโมเป็นพระคาถานำของสมเด็จพระพุทธกัสสป ที่พระองค์ทรงเมตตามาให้การสงเคราะห์แก่ลูกหลานที่ยังตกค้างอยู่ เราจึงนึกเอากายในเข้าไปหมุนอยู่ในองค์พระพุทธกัสสปตลอดเวลาการสวด
 
 
  นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ        (3 ครั้ง)    
 
นาสังสิโม พรหมมา จะมหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ(คาถาปัดอุปสรรค)
พรหมมา จะ มหาเทวา อภิลาภา ภวันตุเม
       (คาถาเงินแสน) 
    มหาปุญโญ มหาลาโภ ภวันตุเม       
     (คาถาลาภไม่ขาดสาย)            
                 
มิเตพาหุหะติ 
(คาถาเงินล้าน)
พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ นะมะพะธะ  ละภะดะอะอุ 
(คาถายอดพระกัณฑ์ปิฎก)
วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา
วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม 
(คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า)
สัมปะติจฉามิ 
(คาถาเร่งลาภให้ได้เร็วขึ้น)
สัมปะจิตฉามิ (คาถาอภิญญาคืนคุณไสย)
โสตัตตะภิญญา (คาถาอภิญญารวม)
ขีณาสวา อนิยตา นิพพานสุขขัง (คาถาตัดกิเลส)
เพ็ง เพ็ง พา พา หา หา ฤา ฤา (คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า).....

ก่อนสวดคาถาของหลวงปู่ใหญ่ ให้เรานึกเอากายในเข้าไปไว้ในพระใหญ่ป้องกันภัยทั่วทุกทิศ ที่หลวงปู่สั่งสร้างไว้ที่จังหวัดเลย
 
นะโม 3 จบ
โส เส สิ สุ มัง
(ท่านที่มีมโนยิทธิสามารถน้อมนึกให้กายในของตน เข้าไปอยู่ใองค์พระใหญ่ ป้องกันภัยทุกทิศ ที่หลวงปู่ฯโปรดให้สร้างไว้ที่จังหวัดเลย)

ก่อนสวดคาถาเรียกเงินทองของหลวงพ่อฯ ให้นึกเอากายในเข้าไปหมุนอยู่ในองค์พระสมเด็จองค์ปฐมฯ
 
คาถาเรียกเงิน
นะโม 3 จบ
พุทธังโหม
ธัมมังโหม
สังฆังล้อม
อันตรายาวินาศสันติ
จากธนบัตรขวัญถุง พระราชพรหมญาน
 
 
บทอัญเชิญพระเข้าตัว และแผ่เมตตาใช้ได้ทั้ง 2 อย่าง ตามที่จิตเราตั้งเป้า 
ขั้นตอนนี้ระลึกถึงหลวงปู่ดู่ แล้วสัพเพฯ 3 ครั้ง 'ขอทุกๆท่านร่วมกันอัญเชิญพระเข้าตัว'

เมื่อขอให้หลวงปู่ช่วยแล้วให้นึกเอากายในของเราเข้าไปหมุนอยู่ในองค์มหาจักรพรรดิหลวงปู่ดู่
สัพเพพุทธา
ด้วยอำนาจแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
สัพเพธัมมา
ด้วยอำนาจแห่งพระธรรมทั้งหลาย
สัพเพสังฆา
ด้วยอำนาจแห่งพระสงฆ์ทั้งหลาย
พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะ ยังพะลัง
ด้วยอำนาจแห่งพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย
อะระหันตานัญ จะเตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส
(3 หรือ 5จบ)
ด้วยอำนาจแห่งพระอรหันต์เจ้ารักษา(พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระสงฆ์)ทั้งหมดทั้งมวล ขอให้เป็นไปตามคำอธิษฐาน
พุทธังอธิษฐามิ
ข้าพเจ้าขออธิษฐานด้วยอำนาจแห่งพระพุทธเจ้า
ธัมมังอธิษฐามิ
ข้าพเจ้าขออธิษฐานด้วยอำนาจแห่งพระธรรม
สังฆังอธิษฐามิ
 
ข้าพเจ้าขออธิษฐานด้วยอำนาจแห่งพระสงฆ์
(ให้อธิษฐานเอา)

บทสัพเพนี้เป็นบทน้อมนำพลังงานคลื่นความถี่สูง กล่าวอัญเชิญพลังงานบุญบารมีของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โดยมีบารมีรวมของหลวงปู่ดู่เป็นที่สุด เมื่อกล่าวบทนี้ โดยนึกถึงหลวงปู่ดู่ก่อน ท่านจะเป็นผู้น้อมนำดึงกระแสพลังงานบุญบารมี จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลจักรวาลมาผ่านที่ตัวเรา จากนั้นกระแสบุญดังกล่าวจะไปตามเจตนา หรือคำอธิษฐานที่เรากำหนดจิตเอาไว้
ตรงนี้หลายท่านอาจยังสงสัยว่า ทำไมทำได้ คำตอบคือ ท่านเป็นพระบรมโพธิสัตว์ที่บารมีเต็มแล้ว ทั้งยังบำเพ็ญบารมีพิเศษต่ออีกนานนับกัปป์ไม่ถ้วน ช่วงยืดพระศาสนานี้ จึงเป็นวาระของท่านที่จะลงบารมีมาช่วย หากไม่ช่วยแล้ว เป็นการยากที่จะฟื้นฟูจิตใจคนให้เจริญอย่างก้าวกระโดดได้ เนื่องเพราะกระแสวัตถุนิยม ที่เหนือกระแสแห่งจิตวิญญาณ กระแสแห่งความดีงาม ช่างรุนแรงเหลือเกิน เรียกว่ายุคนี้ผู้คนแม้ศีล 5 ยังปฏิบัติได้ยาก อย่าว่าแต่ศีล 8 หรือกรรมฐานเลย แตกต่างจากยุคโบราณเช่นสมัยสุโขทัยมากนัก คนในยุคนั้นไม่ค่อยมีใครตกนรกกัน ด้วยเพราะผู้คนรักสงบมีศีลมีธรรม
 
ระหว่างที่ขอรับพลังพระเข้าตัว ให้เรานึกขอให้พลังแสงทิพย์เข้าทางกระหม่อมไปสู่นิวเครียสของทุกๆเซลล์ เปลี่ยนวัตถุขยะทั้งหลายให้เป็นพลังมโนธาตุ ปรับสภาพเซลล์ให้เป็นเซลล์คนอายุ....ปี ขอโมทนาบุญแสงทิพย์ทุกประการ ขอให้การนึกคิดพูด ทำ ทั้งโลกและธรรม จงสัมฤทธิ์ผลฉับพลันทันที
 
เรื่องภัยพิบัติต่างๆ ผู้มีธรรม และคุณธรรมพิเศษ ต่างช่วยกันยืดเวลาออกไป แต่ยิ่งยืดเวลา รังแต่จะยิ่งบ่มเพาะเชื้อพันธุ์แห่งกระแสไม่ดี ให้โตยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เข้าทำนองเงินต้นไม่คืน ดอกเบี้ยไม่ใช้ แถมใช้อย่างฟุ่มเฟือยอีก สักวันจะพังทั้งระบบไม่หลงเหลืออะไร เมื่อวิบัติกาลมาเยือน
ด้วยประการฉะนี้ หลวงปู่ท่านจึงถ่ายทอด และทำวิชาเปิดโลกนี้ให้ โดยท่านต้องการให้คนมีธรรมะ ตั้งแต่อ่อนจนละเอียดตามลำดับคือ ทาน ศีล ภาวนา โดยท่านทำกุศโลบาย สร้างพระคู่ชีวิต พระสารพัดใช้มาให้  ด้วยหวังให้คนได้ใช้บรรเทาทุกข์ตัวเองในเบื้องต้น บรรเทาทุกข์ผู้อื่นในท่ามกลาง บรรเทาทุกข์แห่งสังคมในที่สุด เมื่อสังคมย่างเข้าสู่ชาววิไลย์อีกครั้ง ผู้คนก็จะเข้าใจแก่นธรรม เพิกเฉยต่อเปลือกต่าง ๆ ที่นั่นความสงบสุขที่แท้จริงจะบังเกิด เกิดเพราะผู้คนในสังคมมีธรรมมะ (แต่มีข้อแม้ทุกคนต้องดูแลตนเองสอบให้ผ่านเข้าไปในแดนอริยธรรมให้ได้อย่างดีที่สุดด้วย)
 
การจะปฏิบัติธรรมในยุคเร่งรีบ ยุคก้าวกระโดด ยุคสงครามระหว่างกระแสโลกีย์กับธรรมมะนี้ จึงต้องใช้วิชาเบ็ดเสร็จที่ง่าย แรง เร็ว ซึ่งวิชาเปิดโลกของหลวงปู่ ท่านมีคำตอบให้แล้วทั้งหมด ขอเพียงคำอธิษฐานนั้นมีประโยชน์ และไม่เอื้อด้วยกิเลส หากคำอธิษฐานนั้นเป็นมิจฉาทิษฐิ หลวงปู่ก็จะไม่รวมบารมีมาให้ (นับว่าเป็นการดี และปลอดภัยมาก)
แต่ก่อนนี้ การจะส่งวิญญาณสักดวง ต้องทำสังฆทาน วิหารทานก่อน จากนั้นก็กรวดน้ำ กรวดแบบระบุชื่อเจาะจงด้วย วิญญาณไร้ญาติก็โชคร้ายไป แต่หากใช้วิชาเปิดโลก เพียงแต่ขอหลวงปู่ให้ส่งบุญให้ บุญทั้งหลายทั้งหมดทั้งมวลตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ของทั้งเราเอง และพระโพธิสัตว์ทั้งหมดทั้งมวล จำนวนนับอสงไขยไม่ถ้วน จะถูกรวม และส่งไปตามคำอธิษฐานของเรา อย่าว่าแต่วิญญาณดวงเดียวเลย หากเขามาโมทนาสักล้านดวง ล้านดวงวิญญาณนั้นก็จะได้รับบุญกันถ้วนหน้า
 
เรื่องเหล่านี้อาจจะดูเหลือเชื่อ นับเป็นปัจจัตตังที่รู้ได้เฉพาะตน ต้องขอให้ท่านทดลองดูเองเถิด…
 
คำอธิษฐานแผ่บุญหลังสวดมนต์
 
ข้าพเจ้า ....(นามของแต่ละท่าน)...ผู้เป็นผู้รับใช้พระพุทธศาสนา ขอนอบน้อมโมทนาบุญและน้อมนำบารมีรวมแห่ง สมเด็จพระบรมธรรมบิดา พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอริยบุคคลทุกชั้นภูมิ พระโพธิสัตว์ และพระบรมมหาจักรพรรดิทุกๆพระองค์ โดยตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคต โดยมีบารมีรวมพระมหาจักรพรรดิหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นที่สุด
 
ในส่วนอักษรสีแดงนี้สำคัญมาก เพราะหากไม่อ้าง หรือกำหนดจิตอ้างดังกล่าวแล้ว บารมีที่ส่งไปจะเป็นของเราเองซึ่งน้อยมาก แต่เมื่อเราอธิษฐานด้วยวิธีนี้จนเกิดความเคยชิน เพียงแค่นึกถึงหลวงปู่ ซ้อนภาพหลวงปู่ในกายเรา ก็สามารถทำได้แล้ว หลวงตาว่ากระแสจิตของหลวงปู่รับรู้เร็วมาก ช่วงที่เรานึกถึงหลวงปู่ 1 ครั้ง กระแสจิตไป-กลับ 7 รอบแล้ว
 
ลูกขอน้อบน้อมสักการะท่านเจ้าของพระคาถาทุกๆพระองค์และทุกๆท่าน ขอพระบารมีอันหาที่สุดมิได้นี้ ฝากไปกับแสงทิพย์อริยธรรมของพระบรมธรรมบิดา พร้อมแสงพระโพธิสัตว์ของหลวงปู่ดู่พรหมปัญโญ และพระโพธิสัตว์ทุกๆพระองค์ โปรดจงส่งไปให้ถึงภพภูมิต่างๆทั้งหลายในทั่วทั้ง 3 แดนโลกธาตุ อันประกอบไปด้วยเทพ 6 ชั้น พรหม 20 ชั้น เทพพรหมทุกชั้นฟ้ามหาสมุทรโดย ทั่วทั้งหมื่นแสนโกฏิจักรวาล เทพพรหมเทวาที่เกี่ยวพันกับหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า เทพพรหมเทวาที่เกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า โดยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต ท่านปู่พระอินทร์ เจ้าฟ้า ท่านท้าวจตุมหาราชทั้ง 4 พระยายมราชพร้อมด้วยบริวารทั้งหมด
 
พระศรีสยามเทวาธิราชทุกๆพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดชมหาราช บูรพมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ในระบบธนบัตรทุกฉบับ และบนเหรียญกษาปน์ทุกรุ่น ทุกเหรียญ สมเด็จพระบรมราชินีนาถพร้อมพระบรมวงศ์ศานุวงศ์ในจักรีวงศ์ทุกท่าน วีรบุรุษและวีรสตรีทั้งหลาย ที่คอยปกป้องรักษาแผ่นดินสยาม เพื่อนพ้องชาวยูเอฟโอทั้งหลาย ทั้งที่ได้มาปรากฏ และที่ไม่ได้มาให้เห็นก็ตาม โอปะปาติกะทั้งหลาย ทั้งใน 4th และ 5th density ทั่วท้อง มหาสมุทร และทุกแห่งทั่วโลก พระฤาษีและดาบสทั้งหลาย เจ้าพ่อหลักเมืองทุกๆจังหวัด พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระราหูวราหก เจ้ากรุงพาลี แม่พระธรณี แม่พระคงคา แม่พระโพสพ พระเพลิง พระพาย พระพิรุณ พญาครุฑ-พญานาค พร้อมด้วยบริวาร คนธรรพ์ ชาวเมืองลับแล ในที่ทุกสถาน
 
และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้าได้เคยไปอธิษฐานไว้ ตลอดจนถึง สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย สรรพสัตว์ในดินแดนอบายภูมิทั้งหลายทั้งหมดทั้งสิ้น ตัวข้าพเจ้าพร้อมสมาชิกในครอบครัวทุกคน และญานจิตในช่วงเป็นสัมภเวสีอยู่ ณ ศาลเจ้าแหลมสิงห์ที่สร้างใหม่หลังโอ่อ่า พี่น้องชาวโลก คนดีมีศีลธรรม รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ทั่วโลกทุกๆท่าน คุณแนนซี่ ลีเดอร์และคณะ ขอโปรดจงได้รับมหากุศลผลบุญบารมีนี้ โดยถ้วนทั่วทุกตัวตน ทุกคนทุกท่าน เทอญ…(ตั้งใจโน้มนำบุญและแผ่บุญออกไปด้วยบทสัพเพฯ)
 
....ลูกขอฝากพลังงานบุญกุศลทั้งมวลไปกับแสงทิพย์ของ  สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ออกไปทั่วทุกเครือข่าย cellular stations  แสงทิพย์ที่ลูกได้ติดตั้งไว้ทั่วอนันต์จักรวาล และขอน้อมนำบุญกุศลของพวกข้าพเจ้าทั้งมวล นำไปสมทบกับภูเขาบุญของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ที่อยู่เหนือท้องฟ้าวัดสะแก..ขอหลวงปู่ดู่ร่วมโมทนาบุญกับลูกหลานทุกๆท่านทุกๆคนด้วยเถิด
(ทุกท่านที่เข้าใจวิธีการติดตั้งสถานีลูกข่ายแสงทิพย์แล้ว ก็สามารถทำได้ทุกคน ตามลิงค์ที่ปรากฏ ช่วยงานถวายแก่พ่อเกิดแม่เกิด....พระบรมธรรมบิดา)

 
นี่เป็นตัวอย่างเช่นกัน จะย่นย่อ หรือกล่าวนามเทพ-พรหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์อันใดเพิ่มเติมก็แล้วแต่จริตครับ การแผ่บุญอย่างนี้ดวงวิญญาณทั้งหลายที่กล่าวมาจะถึงแน่นอน แต่จะได้รับหรือไม่ขึ้นกับว่า เขารับหรือไม่ หรือกระแสมิจฉาทิษฐิครอบเขาจนกระทั่งไม่รับรู้อะไร ไม่ยอมรับอะไรหรือไม่ ด้วยเหตุนี้เป็นคำตอบที่ว่า บางทีต้องไปปรับภูมิถึงที่ ก็เหมือนกับเรานั่งอ่านพระไตรปิฎก กับไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าโดยตรง ตรงแทบพระบาทท่าน ธรรมมะเหมือนกัน แต่การเข้าถึง การเข้าใจย่อมแตกต่างกัน(มาก) เรื่องนี้ก็เปรียบเทียบได้เช่นเดียวกัน.. เมื่ออธิษฐานเสร็จแล้ว ส่งพลังงานบุญกุศลไปกับบทสัพเพฯแสงพระโพธิสัตว์และแสงทิพย์
 
สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา
พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง
อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส
ในระหว่างนี้ให้วางจิตเบา ๆ โน้มนำพระบารมีเข้าตัว หรือผู้ที่ได้แล้ว จะเห็นเองว่าจะมีพระบารมีเข้าตัวเป็นแสงสว่างวาบไปหมด ในขณะเดียวกัน แสงนั้นก็พุ่งตรงไปยังดวงวิญญาณที่จะปรับภพ ปรับภูมิให้ แต่ทั้งนี้ ไม่ใช่ดวงวิญญาณทุกดวงที่จะได้รับบุญ บางวิญญาณที่มีมิจฉาทิฐิ หรือมีโมหะ คือ ไม่รู้เรื่องว่าโมทนาคืออะไร ก็จะยังไม่ได้รับ เราก็ต้องสัพเพฯ หลาย ๆรอบ จนบารมี พระท่านครอบกายทิพย์สว่างเย็นไปหมด ช่วยโน้มนำให้วิญญาณนั้นละพยศและความเขลานั้นได้สำเร็จ
พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
แสงทิพย์อริยธรรมของพระบรมธรรมบิดา อธิษฐามิ
 
การนำไปใช้จริง
  1. ให้ หมั่นอุทิศบุญดามวิธีดังกล่าวอยู่เสมอไม่ว่าจะเดินทางไปในที่แห่งไหน โดยเฉพาะเวลาไปจ่ายตลาดในตลาดสด วิญญาณสัตว์ที่พึ่งตาย หรือที่ค้างอยู่มีมหาศาลทุก ๆวัน ตามป่าช้าหรือข้างทางที่เราเดินทางไปทุกที่ พร้อมทั้งอธิษฐานให้กายทิพย์ของเราทรงไว้ทั้งยามหลับยามตื่น เพราะเหล่าวิญญาณจะได้โมทนาได้ตลอด บางทีก็ครอบให้เสร็จสรรพ แบบมัดมือให้เลย การเดินทางไปต่างจังหวัดแต่ละทีก็เก็บได้มหาศาล
         ยิ่งทำบ่อยๆยิ่งคล่องครับ ถ้าทำคล่องแล้วต่อไปเวลากำหนดแผ่ก็กำพระ แล้วน้อมกำลังบุญไปได้ แค่กำหนดจิตชั่วขณะโดยไม่ต้องใช้คำพูดก็ยังได้ ขอแค่ให้ใจทรงกำลังทั้งหมดที่อาราธนามาในขณะนั้นได้ก็พอ แล้วก็กำหนดแผ่ไปได้เลย ขณะกำพระ แต่ถ้าเป็นการอธิษฐานใหญ่หรือการสวดมนต์ประจำวัน ก็อธิษฐานใหญ่ตามเนื้อหาด้านบนได้เลย แล้วก็แผ่ไปทั่ว 3 โลก ไม่ว่าพรหมโลก เทวะโลก มนุษยโลก ภพภูมิน้อยใหญ่ต่างๆ นรกโลก และทุกๆ อบายภูมิ ผู้มีพระคุณแก่ข้าพเจ้า ครอบครัว เพื่อนฝูง คนที่เกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับข้าพเจ้าทุกๆคน ญาติข้าพเจ้าทั้งหมดในโลกทิพย์ บริวารข้าพเจ้าทั้งหมด เทวดาประจำตัวข้าพเจ้าทั้งหมด เจ้ากรรมนายเวรข้าพเจ้า
 2 ก่อนทานอาหาร หลวงตาแนะนำให้ส่งวิญญาณด้วย ให้ทำจนเป็นนิสัย เนื้อไม่ว่าชิ้นเล็กชิ้นน้อย จะเป็นชิ้น หรือเป็นน้ำก็มีกระแสโยงถึงวิญญาณเจ้าของธาตุนั้นได้ ส่งให้เนื้อ กระแสบุญจะส่งถึงวิญญาณเอง ให้อธิษฐานส่งให้ถึงสายใยอาหารของเนื้อนั้นทั้งหมดทั้งมวลด้วย ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งมวล ตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน และอนาคต
คำอธิษฐานรวมบุญ
 
เพื่อความคล่องตัวในเรื่องการเงิน และทุก ๆเรื่อง เป็นการเบิกบุญเก่า และบุญใหม่ที่ยังไม่ให้ผลให้ส่งผลเร็วขึ้น(ควรอธิษฐานทุกวัน)
ก่อนการรวมบุญก็อัญเชิญภพภูมิทั้ง 3 แดนโลกธาตุมาร่วมรวมกองบุญด้วย จะทำให้เกิดกำลังที่มากขึ้น โดยอาจกล่าวสั้นๆว่า
 
“ ด้วยพระบารมีแห่งแสงทิพย์อริยธรรมของ พระบรมธรรมบิดา ขอเชิญภพภูมิทั้ง 3 แดนโลกธาตุ เพื่อนผองบริวารทั้งหลายทั้งปวง ผู้มีพระคุณทั้งปวง ชาวยูเอฟโอทุกท่าน ชาวน้ำใน 4th และ 5th Density ทั้งมวล  ชาวลับแลในที่ทุกสถาน และทุกๆท่านที่มาร่วมสวดมนตร์ในวันนี้ ขอเชิญมาร่วมรวมกองบุญไปพร้อมกันกับข้าพเจ้าเถิด ”
 
ข้าพเจ้า..ผู้เป็นผู้น้อมอุทิศร่างกายรับใช้งานพระพุทธศาสนา ขอโมทนาบุญและน้อมนำบารมีรวมแห่ง สมเด็จพระบรมธรรมบิดา  พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอริยบุคคลทุกชั้นภูมิ พระโพธิสัตว์ โดยมีบารมีแห่งองค์ สมเด็จองค์ปฐมบรมมหาจักรพรรดิเป็นประธาน มีบารมีรวม พระมหาจักรพรรดิของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญเป็นที่สุด

แสงทิพย์ พระบรมธรรมบิดา เหนือยอดฉัตร พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ทรงให้ไว้กับ อ.ชัย แสงทิพย์

ขอได้โปรดรวมกำลังบุญบารมีทั้ง 10 ทัศ อันได้แก่ ทาน, ศีล, เนกขัมมะ, ปัญญา, วิริยะ, ขันติ, สัจจะ, อธิษฐาน, เมตตา, อุเบกขา ของข้าพเจ้า เพื่อนำมาใช้เป็นกำลัง ให้มีความคล่องตัวในทุกๆเรื่อง อันใดติดขัด ขอให้คล่องตัว อันใดคล่องตัวอยู่แล้วขอให้คล่องตัวยิ่งๆขึ้นไป โดยขึ้นชื่อว่าความอด ความอยาก ความยาก ความจน ความไม่มี และการรอคอย จงอย่าได้บังเกิดมีในข้าพเจ้า ผู้เป็นผู้รับใช้แห่งพระพุทธศาสนา นับตั้งแต่กาลบัดเดี๋ยวนี้ ตราบจนข้าพเจ้า เข้าสู่พระนิพพานด้วยเถิด
 
และโดยเฉพาะกาลนี้ ขอปวงชนชาวไทยทั่วประเทศ ซึ่งใช้โทรศัพท์มือถือ เข้ามาร่วมเป็นเจ้าของร้านขายอากาศในมิติใหม่ เปิดการเติมเงินจากมือถือของตนเอง แล้วรับรายได้ที่น่าพอใจ และอื่นๆเช่น....
  • ขออริราชศัตรูทุกตัวตนในทุกมิติ ต่อแผ่นดินของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีเนื้อที่มากกว่า 1.2 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงทูลเกล้าถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน เกื้อกูลพระพุทธศาสนาให้คงมั่นจวบสิ้นอายุ 5,000 ปี ..ขออริราชศัตรูเหล่านั้น จงวินาสสันติ สัมปฏิจฉามิ สัมปจิตฉามิ...
  • ขอให้ราชอาณาจักรสยาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และพระราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ พร้อมผองพี่น้องชาวไทยผู้มีจิตใจดีได้ย้ายเข้าไปอยู่ใน 4th density ดำเนินชีวิตสืบไปเพื่อคืนกลับบ้านนิพพานทั่วกัน
  • ขอพลังงานบวกของทุกๆท่าน ที่ร่วมกันส่งผ่านพระบรมมหาจักรพรรดิทุกพระองค์ ขี้นสู่แสงทิพย์ของพระบรมธรรมบิดา  จงเป็นเกราะแก้วคุ้มครองสยามประเทศนี้ สะท้อนพลังงานลบทุกชนิดคืนกลับไปยังศัตรูผู้คดโกง และคิดทำลายชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ โดยฉับพลันทันที ให้คนดีทั้งมวลอยู่สว่างสดใส ไร้ภัยพาล นับแต่นี้ตลอดไป
  • ขอให้สยามประเทศจงมีหัวหน้าผู้บริหารที่อุดมด้วยทศพิธธรรม และมั่นคงในสัจจะยิ่งชีพนับแต่วันนี้ตลอดไป...
  • ขอแสงทิพย์อริยธรรมของ พระบรมธรรมบิดา โปรดคุ้มครองปกป้องสนามแม่เหล็กในแกนของโลก ของเปลือกโลก และโดยรอบโลก และพลังแม่เหล็กในตัวมนุษย์ผู้จิตใจดีทุกคน ให้สถิตย์เสถียรมั่นคงเป็นระเบียบ อำนวยผลให้พี่น้องชาวโลกที่อุดมด้วยจิตสาธารณะ ...
พากันสอบผ่าน วิบัติกาล ของโลกในรอบนี้ เข้าไปสู่ 4 th density กันอย่างล้นหลาม ช่วยให้ทุกๆคนได้กลับคืนสู่บ้านเดิมที่นิพพานต่อไปในยุคโลกศิวิไลโดยสะดวกพร้อมเพรียงกัน....โส-เส-สิ-สุ-มัง
(ปัจจุบันพื้นที่สีเหลืองเหลืออยู่ประมาณ 5 หมื่นตารางกิโลเมตร และหลังจากโลกย้ายขั้วแผ่นดินจะลดลงไปอีก ครึ่งหนึ่ง พร้อมกับมีคนดีผู้สอบผ่านเข้าไปสู่ 4 th density จำนวนหนึ่ง)

ที่กล่าวว่า “ผู้เป็นผู้รับใช้พระพุทธศาสนา” ก็ด้วยเป็นกุศโลบายโน้มใจให้คนเข้าถึงพระไตร สรณาคมณ์ เพื่อปิดอบาย และเร่งนิพพานนั่นเอง ตรงส่วน “รวมกำลังบุญบารมีทั้ง 10 ทัศ ….” นี้ด้วย หากเป็นการรวมทั่วไปจะคิดกันแค่เรื่องทาน ทำให้คล่องตัวแต่เรื่องการเงินเท่านั้น บุญอย่างอื่นเช่น ปัญญา เมตตา (บริวาร ผู้มาช่วยเหลือ) ก็จะไม่มี เช่นนี้เป็นต้น

จึงให้กล่าวบารมีรวมทั้ง 10 ทัศ  ทำให้เกิดความคล่องตัวในทุกเรื่องนั่นเอง แต่สำหรับเหล่าพระโพธิญานนั้นให้อธิษฐานเต็มที่สูงสุดไปเลยนั่นคือ "รวมกำลังบุญบารมีทั้ง 10 ทัศถึง 30 ทัศ" เพื่อพลานิสงส์อันสูงสุด....อธิษฐานเสร็จแล้วสัพเพฯฝากไปกับแสงทิพย์ของ พระบรมธรรมบิดา  ที่อัญเชิญมาสถิตย์ไว้เหนือยอดพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว....5-9 จบ
 
สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา
พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพะลัง
อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส
 
ในระหว่างนี้ให้วางจิตเบา ๆ โน้มนำบุญบารมีเข้าตัว หากใจนิ่งสบาย ๆ แล้ว จะสัมผัสอารมณ์อิ่มเอิบอย่างประหลาดได้ในช่วงนี้
 
พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
แสงทิพย์อริยธรรมของพระบรมธรรมบิดา อธิษฐามิ
ตั้งใจน้อมจิต โมทนาบุญกับทุกๆท่านโดยทั่วกัน
(แยกจิตออกไปกราบขอบพระคุณแทบพระบาทของทุกๆพระองค์)
 
สำหรับท่านที่จะนั่งสมาธิต่อ ตามกำหนดเวลาที่ต้องการ หรือจะให้กายและใจใช้รูปแบบของทฤษฎีโพเพทัส แล้วแยกจิตออกจากกาย เอาไว้กับแสงทิพย์ หรือกับภาพมหัศจรรย์ของหลวงปู่ครูบาวงศ์ ก็ได้ เมื่อทำได้บ่อยๆแล้ว รักษาอารมณ์จิตในสถานะนั้นเอาไว้ตลอดเวลา แม้ว่ากายและใจจะทำหน้าที่ปกติอยู่ต่อไปจนสิ้นลมหายใจก็ตาม ส่วนจิตก็ทำวิปัสสนาไปด้วยพร้อมๆกัน ในทุกๆอิริยาบทของกายและใจ
 
และเมื่อสบโอกาสเมื่อใด ที่เหลือแต่อารมณ์วิปัสสนาล้วนๆ ก็ให้อยู่ในอารมณ์ของวิปัสสนาที่เราอุ่นเครื่องเอาไว้ตลอดเวลาได้อย่างเต็มพิกัด ปานประหนึ่ง เราได้นำรถยนตร์เข้าไปขับขี่อยู่บนเอ๊าท์โทบาน ไม่จำกัดความเร็ว ดำเนินภารกิจวิปัสสนาทำมรรคให้สิ้นสุดหนทางต่อไป ....ตรงนี้สำหรับผู้ที่เคยได้รับดอกบัวแก้วจากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาก่อน ท่านสามารถนำกายทิพย์หรือพลังจิตเข้าไปนั่งอยู่ในดอกบัวแก้ว หมุนอยู่ในพระอุทรของ พระบรมธรรมบิดา หรือผู้ที่จิตยังผูกพันกับกายเนื้ออยู่ ก็ขอให้นึกให้ดอกบัวแก้วกลายเป็นจักรแก้วอันคมกริบ หมุนตัดร่างกายให้เป็นผุยผงตั้งแต่ศรีษะลงมาถึงเท้า จนจิตเริ่มไม่เกาะร่างกายอีกต่อไป หรือได้เห็นร่างกายสลายไปหมดสิ้น จิตก็จะไม่ห่วงใยกายเนื้ออีกต่อไป หรือขอคืนกายเนื้อของตนกลับไปให้แก่โลกตราบนิจนิรันดร์
 
ส่วนผู้ที่เคยแยกจิตออกจากกายโดยใช้วิธีในมหาสติปัฏฐานสูตรมาก่อน ก็นึกแยกกายทิพย์ใส่เอาไว้ในดอกบัวแก้ว สำหรับรองนั่งปฏิบัติวิปัสสนาธุระในพระอุทรของ พระบรมธรรมบิดาได้ทันที ปล่อยให้ใจและกายทำหน้าที่ในทฤษฎีโพเพทัสต่อไป จนครบเวลาชีวภาพที่กำหนดเอาไว้ จิตก็จะถอนออกมาตรงกำหนดเวลาที่ตั้งไว้ล่วงหน้า แล้วทำการรวมบารมี 10 แผ่ส่วนกุศลอีกครั้งหนึ่ง เป็นรอบที่ 2 หรือจะเลือกเอา หลังจากสวดมนตร์ ทั้ง 2 บทเสร็จแล้ว นึกถึงหลวงปู่ดู่ แล้วสัพเพฯอัญเชิญพระเข้าตัวเสร็จแล้ว เข้าสมาธิ หรือทำการหายใจแบบโพเพทัส ครบกำหนดเวลาแล้ว ก็อธิษฐานแผ่เมตตาต่อไปก็ได้
 

เนื่องจากทุกๆวัน   ข้าพเจ้าก็จะอัญเชิญพระ 7 พระองค์มาไว้ที่กายอยู่แล้ว โดยมีบารมีของ พระพุทธกัสสป เสด็จอยู่ที่หัวใจ ดังนั้นในระหว่างที่ปฏิบัติในทฤษฎีโพเพทัส ก็ปล่อยให้กายและใจทำหน้าที่ไป ส่วนจิตนั้น แยกออกมาไว้ภายในพระบรมธาตุของ สมเด็จพระพุทธกัสสป ที่เห็นรุ่งเรืองด้วยแสงทิพย์ดังใน ภาพมหัศจรรย์นี้ อยู่บนดอกบัวแก้ว ที่เคยได้รับมาจาก สมเด็จพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน เมื่อหลายปีมาแล้ว ทำให้ได้รับความสงบร่มเย็นเกิดแก่ดวงจิต ตลอดเวลาชีวภาพที่กำหนดไว้ก่อนการปฏิบัติภาวนา หรือในทฤษฎีโพเพทัส    ส่วนจิตแยกทำวิปัสสนาควบคู่กันไป และยังสามารถใช้หลักการเดียวกันระหว่างการรวมบุญบารมี 10 และอุทิศแผ่ไปทั้ง 3 โลกได้อีกเช่นเดียวกัน เพิ่มกำลังแผ่เมตตาไปกับบารมีของหลวงปู่ดู่ พระรัตนตรัย และแสงทิพย์อริยธรรมของ พระบรมธรรมบิดา ที่ได้อัญเชิญมา สถิตย์ไว้บนยอดพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้วตลอดไป

แยกจิตเดินมรรคกับสมเด็จพระพุทธกัสสปตลอดเวลา

ภาพมหัศจรรย์  พระบรมธาตุ ของ สมเด็จพระพุทธกัสสป

บนภาพถ่ายของหลวงปู่ครูบาวงศ์ ผู้ถ่ายภาพอธิษฐานขอ ปัจจุบันรูปหล่อของหลวงปู่ประดิษฐานอยู่ที่พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว

 
ไปยังอริราชศัตรูทุกตัวตน ของพระราชอาณาจักรสยามในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ท่านที่ทราบวิธีแล้ว จะดัดแปลงนำมาใช้บ้างก็ยินดี ในความสัมฤทธิ์ผลที่จิตของท่านจะรับสัมผัสได้ทันที...โมทนา
 
** ให้อธิษฐานรวมบุญทุกวัน เช้า ตอนก่อนออกทำงาน-ก่อนนอน หากทำได้เวลา 20.30 น.ด้วยยิ่งดีมากครับ **
 
คำอธิษฐาน ฝึกจิต เร่งสมาธิ เร่งนิมิต
 
ข้าพเจ้า ....(นามของท่าน)...ผู้เป็นข้ารับใช้แห่งพระพุทธองค์ และสมเด็จพระบรมธรรมบิดาขอนอบน้อมและน้อมนำบารมีแห่งพระพุทธเจ้า แสงทิพย์ พระบรมธรรมบิดา พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอริยบุคคลทุกชั้นภูมิ พระโพธิสัตว์ และพระบรมมหาจักรพรรดิ ตั่งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคต ครูบาอาจารย์ทั้งหลายสืบๆกันมา โดยมีบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญเป็นที่สุด ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้า ขึ้นสู่ภาวะ พระกรรมฐานทั้ง 40 ทัศ พระปิติทั้ง 5 และวิปัสสนาญาณทั้ง 9 ขอพระกรรมฐานทั้ง 40 ทัศ พระปีติทั้ง 5 และวิปัสสนาญาณทั้ง 9 จงมาบังเกิดปรากฏ ในกายทวาร ในวจีทวาร ในมโนทวาร ของข้าพระพุทธเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด
 
ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้า ขึ้นสู่ภาวะเปิดโลก สามารถกำหนดจิต รู้ภาวะการณ์ต่างๆทั้งเหตุ ผล อดีต อนาคต และปัจจุบัน ได้ทุกขณะจิตที่ปรารถนาจะรู้ เมื่อรู้แล้วขอให้เห็นภาพนั้นได้ชัดเจนแจ่มใสและพยากรณ์ได้ตามความเป็นจริง ทุกๆประการ เหตุที่จะพึงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าได้รู้เหตุนั้นโดยมิต้องกำหนดจิตแม้แต่ประการใด ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด
 
บทนี้ปรับปรุง(เล็กน้อย) จากบทสมาทานพระกรรมฐานของหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง ใช้อธิษฐานทุกเช้า และก่อนนั่งสมาธิประจำวัน ช่วยกำหนดให้นิมิตไม่ผิดพลาด ไม่เกิดอุปาทานเข้าแทรก
 
เมื่อกล่าวถึงอุปาทาน หลายท่านอาจจะวิตกว่า การแผ่บุญหรือวิชาอะไรต่าง ๆ จะเป็นอุปาทานด้วย ขอได้เข้าใจอีกครั้งว่า แม้ท่านจะไม่เห็นนิมิตใด ๆเลย หรือเห็นแจ่มแจ้งก็ตาม หากเรื่องนั้นมีประโยชน์หลวงปู่ท่านอนุเคราะห์แน่นอน ขอให้เข้าใจว่าเรามิได้ใช้กำลังของเราล้วนๆ ดังการเดินวิชาอย่างโบราณ แต่อุปาทานจะเกิดได้ มักเกิดจากการที่เรานำวิชาไปในทางที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ เช่น ไปอวดนั่นอวดนี่ แสดงความเก่งกล้า ทำนายนั่นทำนายนี่ที่ไม่มีสาระ ไม่ทำให้ใจเจริญขึ้น ไม่เป็นไปเพื่อการสร้างบารมีหรือการหลุดพ้น……สาธุ….
 
ลูกขอกราบขอบพระคุณหลวงปู่ดู่ และพระทุกพระองค์ที่แทบพระบาท และขอโมทนาบุญกุศลกับทุกๆท่านที่ได้มาร่วม สวดมนตร์ไหว้พระ และสวดพระคาถามหาจักรพรรดิ และคาถาอริยทรัพย์ ในทุกวาระตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ตลอดไปกับทุกท่านโดยทั่วกัน ขอความสุขความเจริญที่ทุกท่านปรารถนา จงเป็นผลสมบูรณ์ ฉับพลัน และต่างได้รับแสงทิพย์นิพพานของ พระบรมธรรมบิดา นำทางเข้าพระนิพพาน ทันใดได้ตามปรารถนาเทอญ

ลองอ่านดูนะครับ แล้วจะรู้ว่าหลวงปู่นี้รักเรามาก หาหนทางอย่างง่าย ๆ หลอกให้เราปฏิบัติ(กุศโลบาย) ตั้งแต่ปิดนรก ยันนิพพานเลย.....
 
(ท่านผู้รู้อย่างหลวงปู่ดู่ ท่านบำเพ็ญบารมีมานานมาก จึงมีความละเอียดละออในทุกเรื่อง และรู้เห็นในเรื่องต่างๆด้วยญาณทัสสนะของท่าน การศึกษาแต่ละขั้นตอน จึงต้องค่อยๆพิจารณาตามไปให้เข้าใจเด่นชัด หรือหากท่านที่ใช้มโนมยิทธิตามไปในทุกๆเรื่องที่หลวงปู่ท่านแนะนำ ก็จะเห็นภาพต่างๆที่เกี่ยวข้อง มิใช่เพียงอ่านตัวหนังสือ เปรียบเสมือนผู้ที่ได้ดูวีดิโอ ไม่ใช่รับฟังแต่เสียงอย่างเดียว ก็จะยิ่งเข้าใจระเบียบปฏิบัติที่หลวงปู่นำมาสั่งสอนอบรมเอาไว้ ได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่สอนตามตำราหรือ ตามสมมุติฐาน หลวงปู่ท่านสอนจากสัจจธรรมความจริง ทั้งหลายทั้งปวงในโลกียภูมิ และโลกุตรภูมิ)
 
เมื่อได้นำมาพิจารณาดูหลายๆรอบแล้ว  โดยเฉพาะบรรดาลูกหลาน ของ หลวงปู่ดู่และพระพุทธกัสสป ที่ได้ร่วมกันก่อสร้าง พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว และผู้ที่มีโอกาสได้กราบสักการะ และทราบข่าวเรื่องราวอันเป็นมหามงคลต่างๆ ของพระมหาธาตุเจดีย์แห่งนี้ และรอยพระพุทธบาท ทั้ง 4 รอย ในภัทรกัปนี้ บนเชิงเขาฟากตรงกันข้ามกับองคฺ์มหาพระเจดีย์ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 5.9 กิโลเมตรนั้น 
สามารถนำวิธีการสวดมนตร์และปฏิบัติภาวนา ในบริเวณโดยรอบพระมหาธาตุเจดีย์ ในแนวทางของหลวงปู่ดู่ เพื่อเพิ่มคลื่นความถี่สูง ให้แก่ตนเอง และส่งเสริมเพิ่มพลังบุญบารมี ให้แก่สรรพสัตว์ทั่วทั้ง 3 โลก ได้มีโอกาสมาร่วมสวดมนตร์ ทำกรรมฐานร่วมกัน และโมทนาบุญร่วมกัน ต่อเชื่อมเซิร์บเวอร์น้อยๆของทุกคนเข้ากับเซิร์เวอร์ที่ใหญ่ยิ่งอันประมาณไม่ได้ของ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ที่ได้อัญเชิญมาสถิตย์เหนือยอดพระมหาเจดีย์นี้นั่นเอง อันเป็นการสร้างมหากุศล ด้วยการอนุเคราะห์ของพ่อเกิดแม่เกิดของทุกๆคน ที่โอกาสดีได้เปิดขึ้นแล้ว ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ อย่างยิ่งใหญ่ยากที่จะหาสถานที่ใดปานเปรียบ ทุกๆสรรพจิตวิญญาณได้มาร่วม เพิ่มกำลัง โดยทางลัด เพื่อไปพระนิพพาน ทั้งในภาคมนุษย์ซึ่งดูไปแล้วเพียงน้อยนิด แต่ภาคพลังงาน ทุกภพภูมิในมิติต่างๆ ที่ได้รับแสงสงเคราะห์จากพระบรมโพธิสัตว์ และหลวงปู่ดู่นั้น มีมากมายเหนือคณานับทีเดียว ที่ต่างต้องการมาร่วมเพิ่มพลังด้วยในแต่ละคราว โดยเฉพาะท่านที่อยู่ตั้งแต่ชั้นจาตุมมหาราชิกาลงมา ต้องได้รับแสงสงเคราะห์ของพระบรมโพธิสัตว์รับมา อันหาได้ยากยิ่ง.....
 
ขอเชิญชวนว่า  ท่านที่ได้ค้นพบแหล่งขุมทรัพย์นี้แล้ว เข้าใจดีแล้ว ให้ทดลองอยู่กับอารมณ์ที่แยกจิตฝากไว้กับแสงทิพย์ได้แล้ว ตั้งใจฝากไว้ตลอดไปทั้ง 100 % หาโอกาสตั้งอยู่ในอารมณ์นี้ ทำถวายบูชาพ่อเกิดแม่เกิดของเราซัก 7 วันติดต่อกัน ตลอด 24 ชั่วโมง ขอให้ทดลองดู แล้วท่านก็จะรู้ได้ด้วยตนเองว่า เกิดผลดีเช่นไร แม้จะไม่ได้มานั่งอยู่โดยรอบพระมหาธาตุเจดีย์ฯตลอดเวลา ท่านนึกเอาภาพนี้มาไว้ที่จิตของท่านได้ทุกแห่งหน ที่ตัวท่านแม้จะอยู่ในสถานที่ใดๆ แม้แต่กำลังประสบเหตุเภทภัยของวิบัติกาลของโลกอยู่ก็ตาม ท่านย่อมจะเผชิญหน้ากับความตายได้อย่างสงบเยือกเย็นทีเดียว ขอตายเป็นครั้งสุดท้าย ขอคืนกลับไปสู่บ้านเดิมของทุกๆคน ด้วยความเมตตาสงเคราะห์ของสมเด็จพระพุทธกัสสป และสมเด็จพระบรมธรรมบิดา ที่ลูกๆของพระองค์ท่านได้มีโอกาสตามมาค้นพบแล้ว
 
และการที่บรรดาลูกหลานทุกท่าน ได้มีโอกาสมาร่วมทำความดีตรงนี้จะ ได้รับการโมทนาสาธุจากพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ที่มีเสด็จพ่อเกิดแม่เกิดของทุกๆท่าน และทุกๆคน คือ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา เป็นองค์ประธาน เมื่อพระองค์ท่านทรงเป็นประธานอยู่ ณ แห่งหนใด ย่อมจะมีพระพุทธเจ้า เทพพรหม ทุกชั้นฟ้า เสด็จมาเฝ้าพระองค์ท่านอย่างเนืองแน่น หรือเปิดทั้ง 3 โลกนั่นเอง และต่างก็จะได้ รับแสงทิพย์นิพพาน โดยทั่วกัน ช่วยเพิ่มพลังบุญบารมียิ่งขึ้นทวีคูณ ให้แก่ลูกหลานที่เป็นมนุษย์ และเทพพรหมทุกท่านอีกด้วย ได้บุญเพิ่มขึ้นอีกหลายเด้งพร้อมๆกัน
 
การปฏิบัติอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากสร้างความเข้าใจ เข้าถึง เกิดความศรัทธา จิตจึงน้อมเข้ามา ย่อมจะเกิดผลดีต่อบรรดาลูกหลานทุกคน ที่สะพานเดินข้ามหุบเหวมรณะ ไปยังฟากฝั่งพระนิพพาน จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แม้ในชาติปัจจุบันนี้ 
 
(ขออนุญาตแทรกความรู้สึกจากการปฏิบัติ ในทุกๆขั้นตอน ที่หลวงปู่ดู่สอนไว้ ในบริเวณโดยรอบ องค์พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ภาคมนุษย์ทุกคนที่กำลังปฏิบัติ (ไม่ว่าเราจะอยู่ ณ ที่ใด เราก็นึกถึงภาพพระมหาเจดีย์ได้) เราจะรู้สึกว่าตนเองต่างเป็นประหนึ่งตัวแทน หรือผู้ทำหน้าที่พิธีกรของงานที่สำคัญยิ่ง อยู่ท่ามกลางพระพักตร์ของ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา และของ พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ตั้งแต่สมเด็จองค์ปฐมฯ เรื่อยมาจนถึงองค์ปัจจุบัน สมเด็จพระบรมมหาจักรพรรดิทุกๆพระองค์ พระธรรม พระอริยะสงฆ์สาวกทุกพระองค์ พระบรมโพธิสัตว์ทุกพระองค์ เทพพรหม ทุกชั้น ในทุกๆมิติ และสรรพวิญญานทั่วทั้ง 3 โลก รวมทั้งชาวลับแลในภูเขาของตำบลตะเคียนปม ถัดหมู่บ้านจริญญาไปทางทิศเหนือ 
 
ทุกท่านที่มีโอกาสได้มาร่วมสวดมนตร์และทำกรรมฐาน โดยการสงเคราะห์ทางเดินแสงของหลวงปู่ดู่พระบรมโพธิสัตว์ ให้ทุกท่านได้มายังสถานที่นี้ได้ โดยไม่มีอุปสรรคขัดข้องใดๆ มาอยู่ภายในอาณาเขตอันไม่จำกัดของมหาพีระมิด ที่ตั้งขึ้นรับรองพระมหาธาตุเจดีย์ฯเป็นประธานอยู่ตรงกลาง และทุกๆท่านในทุกมิติที่ได้มาร่วมสร้างบุญกุศล เพิ่มพลังให้แก่ตนเองไปพร้อมๆกันทุกๆคราว
ซึ่งปัจจุบันได้น้อมอาราธนาพระบารมีพระเจดีย์ 80 วา ของสมเด็จองค์ปฐมฯ ที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้รับใช้ออกแบบและสร้างพระเจดีย์จำลอง มาตราส่วน 1:200 พร้อมกับได้บริจาคตั้งทุนสำรองการก่อสร้างให้ไว้กับทางวัดอีก 150,000 บาท เมื่อ 20 ปีมาแล้ว แทนองค์พีระมิด ที่ได้มาภายหลังการฝึกสมาธิด้วยพีระมิด
 
เมื่อได้มาทบทวนคุณวิเศษ ของพระเจดีย์ 80 วา ซึ่งมีอินฟินิตี้เหลี่ยม และมีมุมลาดชัน 77 องศาอีกด้วย  ซึ่งพระองค์ทรงมอบสิ่งที่ล้ำคุณค่า ยิ่งด้วยคุณสมบัติพิเศษนาๆประการทั้งโลกและธรรม ที่เพิ่งมาได้แจ้งจิตใจ เมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไปแล้ว 20 ปี ....โดยได้อาศัยองค์ความรู้ของพีระมิดรูปลักษณ์ต่างๆของพระอาจารย์รัตน์ มาช่วยปูทางไปสู่พระมหาเมตตาของสมเด็จองค์ปฐมบรมครู ที่ทรงพระราชทานให้ไว้ล่วงหน้า แต่ข้าพเจ้าไม่ทราบวิธีใช้อุปกรณ์พิเศษต่างๆเหล่านั้นไว้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ปวงท่านสาธุชน และมวลสรรพวิญญานที่มาร่วมสวดมนตร์โดยรอบพระมหาเจดีย์แสงแก้วในแต่ละคราวอีกสุดคณานับ 
 
ซึ่งเราจะได้ยินเสียงของเราที่มีสมาธิตั้งมั่น ด้วยศรัทธา ตั้งใจทำทุกสิ่งอย่างด้วยความเคารพ ต่อทุกๆพระองค์ในสถานที่นี้ ดังได้กล่าวแล้วข้างต้น จนกระทั่งจบการนั่งภาวนา หลังจากสวดบทพระมหาจักรพรรดิและบทอริยทรัพย์จบลงแล้ว ตามกำลังวัน เราก็จะขอบารมีหลวงปู่ดู่สวดบทสัพเพฯ รับพระเข้าตัว แล้วเริ่มทำกรรมฐานเสร็จแล้ว ก็อธิษฐานจิต หรือใส่โปรแกรมความต้องการของเรา ก่อนแผ่ส่วนกุศลด้วยบทสัพเพฯ โดยอาศัยบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ช่วยสงเคราะห์ เป็นการแผ่บุญกุศลไปทั่วทั้ง 3 โลกแล้วก็ตาม
 
เราก็จะน้อมฝากบุญกุศลทั้งมวลไปกับแสงทิพย์ของ พระบรมธรรมบิดา ซึ่งประดุจเป็นเซิร์บเวอร์ใหญ่สุดที่จะประมาณ สถิตย์อยู่ ณ ยอด พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ตลอดเวลาด้วยอีกช่องทางหนึ่ง...ซึ่งบรรดาลูกหลานหลายๆท่านได้เห็นแล้วด้วยตาตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือยามค่ำคืนก็ตาม หรือได้รับชมแสงทิพย์จากภาพถ่ายโดยลูกชายคนโตของคุณสุเมธ ที่ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพ และเพิ่งนำมาอัฟเดท แล้วจดจำไว้ตลอดชีวิต สำหรับเป็นที่พึ่งพิงอาศัยได้ทั้งทางโลกและทางธรรม ขึ้นอยู่กับการตั้งจิตเจตนาขอของเรา...แล้วปฏิบัติตนไปตามปกติ
 
ทีนี้ขอวกกลับมาที่การทำสมาธิ สำหรับท่านที่ยังไม่ถึงขั้นแยกจิตออกจากกาย ท่านก็มีอุปกรณ์ช่วย โดยนึกถึง ภาพมหัศจรรย์ ที่ สมเด็จพระพุทธกัสสป ได้ทรงซ้อนภาพมิติมหัศจรรย์เอาไว้ให้ บนภาพของหลวงปู่ครูบาวงศ์ ที่พ่อครูจรูญ บูชาอยู่ โดยท่านจะนึกถึงภาพนี้ เมื่อถวายตนกับพระรัตนตรัย ซึ่งในภาพมีครบทั้ง 3 ประการ สมเด็จพระพุทธกัสสป ท่านจะให้การสงเคราะห์แก่ลูกหลานที่นึกถึงพระองค์ท่าน ให้เราทำใจให้เป็นหนึ่ง เสมือนพระบรมธาตุของพระองค์ท่าน ที่มีแสงทิพย์เปล่งรัศมีแพรวพราว นั่งกำหนดจิต ในภาพต่อไปจนกระทั่ง พระมหาเจดีย์แก้ว ที่ทรงให้ไว้ในภาพ 2 องค์รวมกันเป็นพระมหาเจดีย์แก้วเพียงองค์เดียว จิตของท่านเริ่มรวมเป็นหนึ่ง และถ้าท่านโชคดีจิตของท่าน หรือตัวในของท่านอาจเข้าไปนั่งอยู่ในพระเจดีย์แก้วอยู่เพียงผู้เดียว ...หากสภาพนั้นเกิดขึ้นกับท่าน ให้ท่านจำภาพนั้นไว้ตลอดชีวิต ท่านได้ยึดหัวหาดพระนิพพานได้แล้ว ภารกิจที่ยังเหลืออยู่คือหมั่นรักษาอารมณ์นั้นเอาไว้อย่างต่อเนื่องคราวละหลายๆวัน หลายๆเดือนติดต่อกันตลอดเวลา ในทุกๆอิริยาบท ท่านก็จะได้ดี มีโอกาสจบหลักสูตรของพระพุทธศาสนา
 
จะนึกให้พระมหาเจดีย์ใหญ่เล็กอย่างใดก็ได้ตามที่เราปรารถนา หากท่านมีโอกาสเช่นนี้เกิดขึ้น ให้ท่านจำภาพนี้เอาไว้ใช้ได้ตลอดชีวิต โดยในสภาวะเช่นนั้น จิตของท่านได้แยกออกจากกายเนื้อ โดยสมเด็จฯท่านทรงให้การสงเคราะห์แก่ท่านแล้ว ให้ท่านนึกเอาไว้ตลอดเวลา การทำสมาธิของท่านก็จะบรรลุความสำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่ง  ไม่ต่างกับท่านได้ยึดหัวหาดของพระนิพพานได้แล้ว นั่นเอง
 
ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2554 ตอนเที่ยง ข้าพเจ้าได้มานั่งสวดมนตร์ในบทพระมหาจักรพรรดิ 71 จบ และบทอริยทรัพย์ 9 จบ ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าปกติ กว่าที่สวดตามเวลานัดหมายตอน 20.30 น.ทุกๆวัน ก็มีความรู้สึกแปลกๆกว่าที่เคย ปรากฏว่าตอนสวดมนตร์รอบ 20.30 น.ได้เห็นองค์พระสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ องค์ใหญ่โต หมุนตามเข็มนาฬิกา อยู่เต็มในองค์ พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว และเมื่อมองต่อไปปรากฏว่า กายใจของข้าพเจ้า (sub atomic) เข้าไปนั่งอยู่บนอาสนะธรรมชาติสีขาว หมุนอยู่ภายในองค์พระมหาจักรพรรดิ ...มาวันนี้ 11 ก.ค. 2554
 
การส่งพลังงาน จากการสวดมนตร์ผ่านพระบรมมหาจักรพรรดิทุกพระองค์ทีมีพระมหาจักรพรรดิของหลวงปู่ดู่เป็นที่สุด เป็นเกลียวพลังงานอันสว่างรุ่งโรจน์มหาศาลหนุนตามเข็มนาฬิกาขึ้นสู่ยอดพระมหาเจดีย์ สู่แสงทิพย์พระบรมธรรมบิดา เปล่งแสงทิพย์ออกไปทั่วทั้ง 3 โลก ยิ่งสอดคล้องกับพลังจักรวาลยุคใหม่ของทั้ง 3 กาแลกซี่ มี อันโดรเมดา ทางช้างเผือก ไตรแองกุลัม และของดวงอาทิตย์ ได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นพลังงานยุคใหม่พร้อมเพรียงกันทั้งหมดแล้ว ได้ทราบเรื่องนี้จากศิษย์ใกล้ชิดพระอาจารย์รัตน์ ว่าพบผลดังกล่าวเมื่อ 8 ก.ค. 2554 ทำให้การแผ่กุศล ผ่านแสงทิพย์ออกไปยิ่งผสมกลมกลืนกับพลังจักรวาลยุคใหม่ดังได้กล่าวแล้วอย่างยิ่ง ยังอยู่แต่บรรดาสัตว์โลกนี้ ที่พลังงานของโลกกำลังรอเวลาปรับเปลี่ยนให้คล้องจองกับดวงอาทิตย์ในอีกไม่นานนี้ ได้พากันปรับเปลี่ยนมาหมุนตามเข็มนาฬิกาด้วยกันทั้งหมด สัตว์โลกนาๆชนิดจะได้สติดียิ่งขึ้น หรือโลกกำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ ใน 4th density ที่เบากว่าเก่าว่องไวยิ่งขึ้น เมื่อได้เห็นแสงทิพย์ผ่านมา และจะได้รับประโยชน์แก่ตนของตนได้ว่องไวยิ่งขึ้น
 
เพิ่งจะปรากฏภาพเช่นนี้ขึ้นมา ส่วนจิตนั้นข้าพเจ้าได้นำไปฝากไว้กับ พระบรมธาตุของสมเด็จพระกัสสป เป็นการถาวร และขอพรให้จิตที่แยกออกไปฝากไว้นั้น ได้ทำวิปัสสนาต่อเนื่องกันคราวละหลายๆวัน หลายๆสัปดาห์ หลายๆเดือน (ที่ดำริเช่นนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ เคยกราบเรียนถามพระอาจารย์รัตน์ รตนญาโญ ท่านเจ้าอาวาสวัดดอยเกิ้ง ว่า ผมบวชได้แต่จิตส่วนกาย ยังต้องทำงานต่างๆไปด้วย มันแย่งกันระหว่างการเดินมรรค และงานทางโลกตลอดเวลา ได้รับคำแนะนำจากท่านอาจารย์ว่า ก็ทำมันทั้ง 2 อย่างสลับกันไปมาให้มันชำนาญ ไม่ต้องไปรอโอกาสจะทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ความตายมันไม่รอท่าเรา) ส่วนกายและใจ ก็ให้ทำหน้าที่ทางโลก หรือรับใช้งานของ พระบรมธรรมบิดา ตามแต่พระองค์จะมีพระประสงค์อันใดจนกว่ามันจะสิ้นสุดอายุขัย
 
หากท่านผู้ใดที่ตั้งใจ มาร่วมสวดมนตร์ในเวลานัดหมาย 20.30 น. ทุกๆวัน แล้ววันใดวันหนึ่งเกิดมีความตั้งใจจะสวดมนตร์มากขึ้นเป็นพิเศษ ก็ขอเป็นกำลังใจ เพื่อให้ทุกๆท่านได้ประสบโชคดี เช่นที่ได้นำแบ่งปันโดยทั่วกัน
 
หรือบางท่านที่มีความเคารพรัก หลวงปู่ครูบาวงศ์ และภาพซ้อนหลายมิติของ สมเด็จพระพุทธกัสสป จะใช้วิธีการในทฤษฎีโพเพทัสของหมอแกน ทำการกระตุ้นคลื่นเซลล์ให้ใจและกายปฏิบัติไปตามขั้นตอนในทฤษฎี ส่วนจิตยกไปจับภาพซ้อนมหัศจรรย์ของหลวงปู่วงศ์ที่พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว จับภาพทำวิปัสสนาไปด้วย กำหนดเห็นพระบรมธาตุหรือแสงทิพย์รัศมีแวววาว 
นำจิตหนึ่งของเราเข้าไปฝากไว้ตลอดกาล อยู่ภายในพระบรมธาตุของพระองค์ท่าน หมุนดอกบัวรับแสงทิพย์ตลอดเวลา พร้อมกับจ่ายออกด้วยพลังเมตตาฝากไปกับแสงทิพย์ของพระองค์ท่านถึงยังสรรพสัตว์ทั่วทั้ง 3 โลก ดุจเซิร์บเวอร์เล็กของเราได้ต่อเชื่อมกับเซิร์บเวอร์ใหญ่สุดประมาณของพระองค์ท่านอยู่ตลอดเวลา โดยมีจิตเราเป็นผู้ใส่โปรแกรมกุศลต่างๆ รักษาอารมณ์วิปัสสนานี้เอาไว้อย่างต่อเนื่อง (เดินมรรค) อย่าปล่อยให้เครื่องยนตร์ดับ ให้ติดเครื่องเดินเบาเอาไว้ตลอดเวลา หากว่างจากอารมณ์ของใจก็มาเร่งรัดความเพียรได้ทุกเมื่อ หรือมุ่งมา เดินมรรค ให้จิตเราไปถึงจุดหมายปลายทาง
เมื่อได้แยกจิตไปทำวิปัสสนา ใจที่คอยกำกับกายทำสมาธิหรือกระตุ้นคลื่นเซลล์ ไปจนครบกำหนดเวลาชีวภาพ ใจก็จะถอนออกจากการทำสมาธิ ตรงกับกำหนดเวลาที่ได้ตั้งใจไว้แต่แรกพอดีเป๊ะ  แล้วจึงน้อมนึกถึงบารมีของหลวงปู่ดู่ แล้วสัพเพฯอัญเชิญพระเข้าตัวต่อไป
 
การนึกถึงภาพนี้หรือทรงภาพนี้เอาไว้ในจิตตลอดเวลา จะช่วยสะสมพลังงานคลื่่นความถี่สูงให้แก่จิตของท่านตลอดเวลา ต่อยอดการปฏิบัติสมาธิของท่าน อยู่ภายในพระบรมธาตุ หรือเจดีย์แก้ว เพื่อเดินมรรค ต่อไปให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ส่วนพระท่านจะสงเคราะห์ให้ท่านเห็นสิ่งใด ก็กำหนดดูไปเฉยๆตลอดทั้งภาพอดีต และอนาคต จนทุกอย่างครบเป็นวงรอบ ในปฏิจจสมุปบาท รู้เหตุว่าเราจะตายอย่างไร เมื่อไรเป็นต้น เราตั้งตนเอาไว้ นึกถึงความตายเพื่อความไม่ประมาท ตั้งใจเดินมรรค/article312.html ต่อไปครั้งละนานๆหลายๆวัน หลายๆสัปดาห์ไม่สนใจว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้น ขอตายในพระเจดีย์แก้วหรือภายในพระบรมธาตุ แล้วท่านก็จะได้ดีเอง ลุถึงที่สุดในกิจอันพึงทำในพระพุทธศาสนา...หมั่นทำให้จบก่อนวิบัติกาลของโลกเกิดขึ้นได้ยิ่งดี...โมทนา
 
ส่วนท่านที่ได้เดินมาถึง มรรค หรือได้เคยแยกจิตออกจากกายแล้ว ไม่ว่าจะใช้วิธีในมหาสติปัฏฐานสูตรหมวดต่างๆก็ดี หรือ วิชชาอภิญญาใหญ่ก็ดี หรือแสงทิพย์นิพพาน ของ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ก็ตาม เวลาท่านนั่งทำสมาธิอยู่ในบริเวณโดยรอบพระมหาธาตุเจดีย์ ท่านก็นั่งเฉยๆ นึกถึงอารมณ์จิต ในครั้งที่ท่านได้ถึง 'ทาง' หรือจิตแยกออกมาจากกาย ได้แล้วนั้น ทำการต่อยอดสะสมพลังงานคลื่นความถี่สูงให้แก่จิตของท่าน เพื่อใช้ประหารกิเลสต่างๆที่จะค่อยๆทะยอยโผล่หน้ามาให้เห็นเป็นลำดับไป จนกระทั่งลุถึงความสมบูรณ์ของการบำเพ็ญมรรค
 
การตั้งใจตรงนี้จะแยกออกเป็น 2 ประเภท สำหรับผู้ที่เคยปรารถนาพุทธภูมิมาก่อน จะนึกถึงกายทิพย์ที่ฝากเอาไว้ใน พระอุทรพระบรมธรรมบิดา นั่งอยู่บนดอกบัวแก้ว ที่ขอบารมี พระบรมธรรมบิดา หมุนดอกบัวตามเข็มนาฬิกา และโคจรไปรอบองค์พระบรมธรรมบิดา ตามเข็มนาฬิกา....นอกจากแยกจิตออกมาจากกายเป็นคราวๆแล้ว ยังสามารถระลึกถึงภาพนี้ได้ตลอดเวลา ที่กายเนื้อและใจปฏิบัติหน้าที่ทางโลก ส่วนเมื่อว่างจากหน้าที่ทางโลกเมื่อไร ก็กลับมาที่จิตซึ่งแยกออกจากกายแล้วนั้นทันที ทั้งนี้เพื่อสะสมพลังงานคลื่นความถี่สูงให้แก่จิตตลอดเวลา เสมือนการเดินมรรคตลอดเวลานั่นเอง
  • เพื่อทำประทักษิณบูชาพระคุณความดีของ พระบรมธรรมบิดา
  • หมุนเพื่อรับเข้าซึ่งบุญบารมีรวมของ พระบรมธรรมบิดา หรือการโมทนาสาธุบุญกุศลทั้งมวลของพระองค์ท่านเข้าสู่จิตวิญญานของเราตลอดเวลา และพร้อมที่จะจ่ายออกตลอดเวลาด้วยเช่นกัน หากรับให้เต็มเฉพาะตัวเรา แล้วไม่ดำริจ่ายออก ไม่เกิดประโยชน์ที่ควรจะเป็นที่ควรจะได้แก่ผู้อื่นๆอีกมากมาย  พระบรมธรรมบิดา ส่งเสริมให้ลูกๆทุกคน เมื่อช่วยตนเองได้แล้ว ให้ช่วยกันทำหน้าที่ช่วยลูกๆของพระองค์ท่านอีกมากมาย มหาศาล ไปพร้อมๆกันด้วย พระองค์ท่านจึงย้ำให้ทุกคนทำหน้าที่ของตนต่อไป จนกว่าเข้านิพพาน ลูกๆที่ได้พบแสงทิพย์จึงเต็มใจยกสังขารร่างกายให้พระองค์ทรงใช้เป็นสถานีถ่ายทอดแสงทิพย์ได้ตลอดเวลาทั้งหลับและตื่น..(และตอนไปกราบลาคุณแม่เกษร ในวันไหว้ครู 8 ม.ค.2554 ซึ่งท่านกำลังทำหน้าที่เป็นองค์แทนของ พระบรมธรรมบิดา กำลังมาโปรดคลายทุกข์ให้แก่ลูกๆ ได้กราบเรียนพระองค์ท่านว่า บัดนี้ลูกได้ทำการติดตั้งสถานีลูกข่ายแสงทิพย์ ออกไปยังทุกๆสรรพสิ่งทุกๆชีวิต และวัตถุสิ่งของต่างๆทั่วอนันต์จักรวาล หลังจากได้ทราบและเข้าใจปริศนาธรรมของพระองค์ท่านที่ฝากมากับ รศ.ศุภางค์ เทียนนิมิตร ที่เป็นหนึ่งในห้าคน ที่ได้มีโอกาสไปติวเข้มจากพระองค์ท่านโดยตรง เมื่อคราวงานพิธีไหว้ครูพระบรมธรรมบิดา ที่บ้านผู้กำกับที่นครศรีธรรมราช ปี 2552 หลังเสร็จงานไหว้ครู รศ.ศุภางค์ ได้อยู่ต่ออีก 2 สัปดาห์ เพื่อรอรับการติวเข้มในคราวนั้น ซึ่งพระองค์ท่านทรงบอกว่า...พ่อรอได้ยินคำพูดนี้ออกมาจากปากของลูกมานานทีเดียว พร้อมกับหันไปหยิบมีดหมอมามาลงอักขระให้บนศรีษะ เป็นรางวัลให้กำลังใจอยู่ช่วยงานพ่อต่อไประหว่างการปฏิบัติ เป็นการเพิ่มไอคิวให้ จะได้คิดได้ทำอะไรให้ไวๆหน่อย พ่อจะได้ไม่ต้องรอฟังคำพูดจากปากของเจ้า ที่พ่อเฝ้ารอได้ยินคำนี้มาร่วม 5 ปี)
  • หมุนด้วยคลื่นความถี่สูงเพื่อตัดกิเลส โดยให้ดอกบัวแก้วกลายสภาวะเป็นจักรแก้วแทน
  • หมุนดอกบัวในสภาวะจักรแก้วตัดสังขารร่างกาย ตั้งแต่ศรีษะลงมาที่เท้า ขึ้นลงๆบ่อยๆให้ร่างกายธาตุ 4 สลายตัวคืนให้กับโลกไป...เมื่อไร้กายสังขาร วิญญานทั้ง 6 ตัวยุ่งปรุงแต่งสารพัด ก็ฉิบหายไป เนื่องจากต้นเหตุถูกขจัดทิ้งไป
  • หมุนเพื่อแผ่เมตตาจิต ในแถบคลื่นสีเหลือง ไปกับแสงทิพย์ให้แก่สรรพสัตว์ทั่วทั้ง 3 โลกตลอดเวลา แล้วยังสามารถนึกขอบารมี พระบรมธรรมบิดา โคลนนิ่งกายทิพย์ของเรานั่งบนดอกบัว ออกไปไม่จำกัดจำนวน ไปหมุนช่วยสงเคราะห์สัมภเวสี ในสถานที่ต่างๆได้เป็นครั้งคราวได้อีกด้วย เป็นประโยชน์เมื่อเกิดการเสียชีวิตเป็นหมู่ใหญ่อย่างปัจจุบันทันด่วน ผู้คนไม่ทันตั้งตัว  นำพาบุญแสงทิพย์ไปช่วยดึงจิตวิญญานพวกนี้ ได้เปลี่ยนมิติไปอยู่สวรรค์ก่อน
ดังนั้นการหมุนของดอกบัว จึงได้ทั้งประโยชน์ตนประโยชน์ท่านพร้อมกันไปในทีเดียว...อภิญญาใหญ่มีปฏิบัติการได้ครอบคลุมกว้างขวางมาก อยู่ที่จิตของเราดำริให้ยังคุณประโยชน์เกิดแก่เพื่อนๆสรรพสัตว์ผู้ร่วมทุกข์ ได้พบหนทางสว่างด้วยแสงทิพย์นั่นเอง...
  • ส่วนอีกประเภทที่มุ่งเป็นสาวกภูมิโดยแท้ อาจกำหนดความโล่งว่างด้วยแสงทิพย์นิพพาน อยู่กับสภาวะอารมณ์ที่ได้ทำสมาธิ จิตแยกออกจากกายมาถึง 'ทาง' ของตน หรือ มรรค ไร้ตัวตน ที่ได้จากการปฏิบัติในมหาสติปัฏฐานสูตรในครั้งแรกนั่นเอง เพื่อใช้อารมณ์นั้นเดินมรรค แต่เพียงอย่างเดียว จนมรรค สิ้นสุดสมบูรณ์  หากจะศึกษารายละเอียดจากผู้ที่ผ่านทางสายนี้มาแล้ว ก็แวะที่ลิงค์นี้ได้ ...ในบุคคลประเภทนี้ คล้ายคนขับรถจากตรอกซอกซอย ในเขาวงกต พอพบไฮเวย์ ก็เหยียบสุดคันเร่ง ไปตามไฮเวย์ จนกระทั่งถึงที่หมาย
คุณประโยชน์การสร้างพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ที่เป็นวัตถุธาตุก็จริง หากนำมาต่อยอดด้วยการปฏิบัติตามแนวทางของหลวงปู่ดู่ หรือพระศรีอริยะเมตไตรย์ ในอนาคตนั่นเอง ทุกท่านก็จะได้รับคุณประโยชน์ ไปพร้อมๆกับสรรพวิญญาน อีกมากมายทั้ง 3 โลกไปพร้อมๆกันกับเรา ได้รับโอกาสคืนกลับบ้านพระนิพพาน เป็นคณะใหญ่ เป็นการต่อ ยอดทำประโยชน์อเนกอนันต์ คุ้มค่าความเหนื่อยยากในการสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ฯ มานาน 6 ปีทีเดียว...และจะจัดงานเฉลิมฉลองพระมหาธาตุเจดีย์ฯ ในวันที่ 13-15 พฤษภาคม 2554 นี้ ...
ก็ขอขอบพระคุณ ผู้นำหลักทั้ง 2 ท่าน นายสัตว์แพทย์ สุรจิต ทองสอดแสง และท่านพ่อครูจรูญ สุริยวงศ์ ร่วมกันมานะบากบั่นทั้งช่วยรวบรวมศรัทธาญาติโยม และดูแลการก่อสร้างภาคสนาม จนเสร็จสิ้นเป็นผลงานเพชรน้ำเอก บนเชิงเนินน้อยๆ บนสถานที่ตรัสรู้ของ สมเด็จพระพุทธกัสสป ที่ได้ทรงทิ้งพลังงานตรัสรู้เอาไว้ ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ให้ผู้ทรงภูมิปัญญา นำมาต่อยอดการปฏิบัติแห่งตน ให้บรรลุเป้าหมายเช่นเดียวกับสมเด็จพ่อของลูกๆทุกคน
 
ที่ลูกๆได้มีโอกาสคืนกลับมาพบพานพ่ออีกวาระหนึ่ง ขอลูกๆทุกคนประสบสุขสำเร็จได้คืนกลับบ้านเดิมโดยสะดวกบริบูรณ์ด้วยกันทุกคนนะ พ่อขอบใจ และพ่อดีใจที่ได้มาพบลูกๆโดยพร้อมหน้า พลังงานตรัสรู้ของพ่อที่ได้ทิ้งเอาไว้ ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จะเป็นเครื่องช่วยนำทางการปฏิบัติจิตภาวนาของลูกทุกคน ด้วยอภิญญาใหญ่หรือแสงทิพย์นิพพานอันรวดเร็ว ยิ่งกว่าความฝันนะลูก จงอย่าได้ฉงนฉงายรีรอรีบๆทำเข้าลูก วิบัติกาล ของโลก ใกล้ตัวลูกเข้ามามากแล้ว แม้ลูกจะยังไม่เห็นมันมาปรากฏบนท้องฟ้า ในเวลานี้ก็ตาม แต่มันก็เดินทางใกล้โลกเข้ามาทุกวินาทีทีเดียวลูก เป็นข้อสอบของจักรวาลที่มนุษย์ทุกคนจะต้องพบพาน คัดคนดีเอาไว้เหลือเพียง 10 % เป็นเรื่องของธรรมชาติในแต่ละรอบ และคนดีของพ่อจะต้องผ่านมันเข้าไปในโลกใหม่ ใน 4th density ให้ได้ แล้วลูกจะพานพบสิ่งแวดล้อมใหม่  หรือสวรรค์บนดิน เพื่อการบรรลุธรรม ตลอดในช่วงเวลาอีก 100 ปีข้างหน้า  ขอให้ลูกๆของพ่อจงหมั่นขยัน พบความสำเร็จรวดเร็วฉับพลัน นะลูก
 
นับแต่นี้ต่อไปอีก 100 ปี วิญญาณอันธพาลจะถูกกักเอาไว้ชั่วคราว ยังไม่ให้ลงมาเกิดตามมติของ Council of Worlds หรือสมาพันธ์ของจักรวาล หรือตำรวจจักรวาล ทั้งนี้เพื่อทิ้งช่วงเวลาเปิดมิติให้คนดีที่ได้สอบผ่านเข้าไปได้ ได้รับความสะดวกรวดเร็วในการปฏิบัติ เพื่อคืนกลับนิพพานกัน ส่วนคนอีกพวกหนึ่งที่ยังไม่ไปก็จะถูกปรับยกขึ้นไปสู่ 4th Density ให้ชาวโลกทุกคนพึงตระหนักไว้ ณ เวลานี้ พ่อจะอยู่กับลูกๆทุกคน ช่วยเหลือการปฏิบัติจิตภาวนาที่ลูกได้พบทางลัดแล้ว ขอลูกๆทุกคน ได้พึงจดจำคำพ่อเอาไว้ตลอดเวลา แม้จะมีภัยใดๆเกิดขึ้นที่ไหนก็ตาม พ่อพร้อมอยู่กับลูกตลอดเวลา ที่ลูกนึกถึงพ่อ แล้วลูกจะพึงสำเร็จ ในเป้าหมายปลายทางที่ลูกได้ตั้งใจเอาไว้ ...พ่อรอคอยลูกๆทุกคนประสบความสำเร็จ ในวาระโอกาสดีพิเศษหนนี้
 
การปรับสมดุลโลกใหม่ครั้งนี้นั้นเพื่อนสัตว์แพทย์ของคุณหมอเก่ง อยู่สุราษฎร์ธานี พบว่าที่สะดือทะเลปรากฏภาพขึ้นในสมาธิ เป็นที่กักบริเวณมนุษย์พวกที่ยังไม่เลือกเอาทางไหนซักทาง ยังตัดสินใจไม่ได้ มาเกิดเป็นปลาหมึก ส่วนพวกที่เห็นแก่ตัว ถูกนำไปอีกโลกหนึ่ง (นรกโลก) หลังจากตายแล้วและบางส่วนถูกย้ายไปทั้งยังเป็นๆ ทั้งนี้เปิดโอกาสให้พวกที่มีจิตสาธารณะ ไปบำเพ็ญความดี คืนกลับบ้านนิพพานในโลกใหม่แดนศิวิไล
 
ซึ่งคุณ Zeta กล่าวเอาไว้ดังนี้...
This new planet is a water planet, and their next incarnation will be into a type of octopus. The Transformation is happening now, and will continue apace for about the next 100 years. Simultaneously the Earth is experiencing an Awakening to the alien presence. Mass sightings are increasing, more contactees are reaching out for contact with the aliens, and during the chaos of the pole shift conscious contact with benign aliens will occur to some extent.
 
 A switch to the next density, 4th density, will not occur until the inhabitants of Earth are almost 100% Service-to-Other, which requires many humans who will survive the pole shift to live out their lives and then leave the Earth for either a prison planet or their next home, the water planet. ..ดูจะตรงกันกับที่เพื่อนนักปฏิบัติธรรมของคุณหมอเก่งพบในสมาธินั่นเอง
 
พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว สร้างขึ้นในหมู่บ้านจริญญา ตำบลทุ่งหัวช้าง  อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน เสร็จเป็นรูปธรรมขึ้นมาสมตามคำพยากรณ์ล่วงหน้าของหลวงปู่ครูบาวงศ์ ที่ได้มาชี้ตำแหน่ง สถานที่ตรัสรู้ ของ สมเด็จพระพุทธกัสสป เอาไว้ล่วงหน้ากับพ่อครูจรูญ เปิดโอกาสให้ลูกหลานของพระองค์ท่านได้มารวมตัวกันเร่งปฏิบัติธรรม หรือเตรียมอพยพโยกย้าย มาอยู่ใกล้ๆ พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ก่อนเวลาวิบัติกาลของโลก ที่เกิดขึ้นในทุกๆรอบ 3,657 ปี เป็นที่พึ่งพาอาศัยทางกายใจไมโครชิพต่อไป
 
เตรียมตัวเตรียมจิตวิญญานก้าวเข้าสู่โลกยุคใหม่ แดนศิวิไล The Kingdom of Heaven on Earth, so to speak. ที่มีสิ่งแวดล้อมดีกว่าในปัจจุบันหลายประการ สำหรับเร่งรัดการปฏิบัติธรรม พัฒนาจิตตนเองให้เข้าถึง 4 th density อย่างแท้จริงนับว่าท่านผู้นำทั้ง 2 ท่าน ได้สร้างแหล่งสะสมบุญกุศลของตนขึ้น ร่วมกับบรรดาญาติโยมทุกคน ผู้ที่มีทำประโยชน์อันเป็นบุญกุศลทุกประเภทตลอดเวลาทั้งที่ตามองเห็นหรือไม่เห็นก็ตาม ก็จะส่งผลไปยังทุกๆท่านที่ได้ร่วมกันเปิดสถานีรับบุญไว้ตลอดเวลา ช่วยให้การปฏิบัติธรรม เร่งจิตให้บรรลุเป้าหมายของตนได้ง่ายขึ้น ขอโมทนา...ผู้ที่อยู่ใน 4 th density กล่าวว่ามนุษย์ยังเข้าใจเรื่องจิตวิญญาน ยังไม่ตรงกับความเป็นจริง
 
จะบอกข่าวดีสำหรับผู้ที่มีจิตสาธารณะ  At some point in the Earth's Transformation, the Earth will be moved, en mass, to 4th Density, as by this time 89% or better of the inhabitants of Earth will be solidly in the Service-to-Other spiritual orientation, and ready to have a lighter physical load during incarnation so that the spiritual life can proceed more easily.
 
ก็ขออนุญาตแทรกเหตุการณ์ตรงนี้เอาไว้ มอบให้แก่บรรดาญาติโยมทั้งหลาย ที่เกี่ยวข้องกับ พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว อันเป็นสถานที่ตรัสรู้ของ สมเด็จพระพุทธกัสสป ที่เคารพรักยิ่งของลูกๆหลานๆทุกคน ที่ได้ทราบรายละเอียด และที่พระองค์ท่านได้ทรงซ้อนภาพมหัศจรรย์มายืนยัน แสงแก้ว ที่รูปหลวงปู่ครูบาวงศ์ ได้ตั้งชื่อพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้วเอาไว้ล่วงหน้า ก่อนการลงมือสร้างองค์พระมหาธาตุเจดีย์มานานแล้วนั่นเอง
 
สำหรับการทำสมาธิ หรือใช้ทฤษฎีโพเพทัส กระตุ้นคลื่นเซลล์ และท่านเป็นผู้หนึ่งที่เคยได้รับดอกบัวแก้วจากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านสามารถนึกเอาดอกบัวแก้วนั้น และใส่จิตหรือกายทิพย์ของท่านเข้าไว้ในดอกบัว นำไปหมุนอยู่ในพระอุทรของ พระบรมธรรมบิดา ทำวิปัสสนาได้เลย ส่วนกายเนื้อและใจก็ทำหน้าที่ทำสมาธิหรือโพเพทัสไป)
 
 
 
สำหรับผู้ที่ได้มรรคแล้ว และมีจิตแน่วแน่ต้องการไปถึงมรรค แยกจิตออกจากกาย ลองแวะมาแลกเปลี่ยนประสพการณ์ที่ลิงค์นี้
 
เชิญทุกท่านร่วมด้วยช่วย....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html   Bookmark and Share