ทีโอที จุดพลุ 3.9 G มกราคม 2555

http://www.ainews1.com/article829.html

รายงานข่าวจากตลาดวิเคราะห์ ฉบับ 1-15 กรกฎาคม 2554

ทีโอที เริ่มจุดพลุ 3.9G ปลายปี 54 ใช้ได้พร้อมกัน 17 จังหวัด 'ทีโอที' ใส่เกียร์หนึ่งมาตั้งแต่ต้นปี 2554 เปิดประสบการณ์ใหม่ของการสื่อสารไร้สายยุคที่ 3 ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้วยเทคโนโลยี่มาตรฐานโลก ด้วยระบบ 3.9 G

เผยพร้อมให้บริการเต็มรูปแบบเดือน พฤศจิกายน 54 ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด 17 แห่ง มั่นใจครอบคลุมทั่วประเทศกลางปี 2555 แน่ แจงการเปิดตัว 3.9G ให้บริการเมื่อไหร่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นแน่

ในเวลากว่า 57 ปี ที่ ทีโอที ได้ทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักในการวางระบบสื่อสารโทรคมนาคมไทย ด้วยเทคโนโลยี่อันทันสมัย รองรับโลกการสื่อสารที่ไร้พรมแดน เพื่อตอบสนองความต้องการครอบคลุมคนไทยทั่วประเทศให้เป็น 1 ในปัจจัยที่สูงสุด และในปี 2552 ทีโอที ได้เปิดศักราชใหม่แห่งวงการสื่อสารที่ไร้สายในยุคที่ 3 เป็นครั้งแรกของประเทศไทยภายใต้แบรนด์ TOT 3G ด้วยโครงข่าย 3G ระยะที่ 1 และเป็นผู้ให้บริการระบบ 3G อย่างแท้จริงรายแรกของประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้การสื่อสาร ทั้งเสียง ข้อมูล และภาพเคลื่อนไหวที่สมจริงในทุกมิติ เพื่อให้คุณภาพที่ดีขึ้นของประชาชนคนไทย เป็นการใช้งานเทคโนโลยี่การสื่อสารอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงอย่างมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับนาๆประเทศ

โดย TOT พร้อมที่จะเปิดประสบการใหม่ของการสื่อสารไร้สายยุคที่ 3 ในการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้วยเทคโนโลยี่  มาตรฐานโลก ด้วยระบบ 3.9G โดยมีความเร็วสูงสุด 42 Mbps. เป็นรายแรกของประเทศไทยในระบบ 3.9G ที่จะทำให้การสื่อสารไร้สายของไทยก้าวล้ำนำหน้าในภูมิภาค สร้างประโยชน์ให้เศรษฐกิจและสังคมด้วยการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งอินเตอร์เน็ต การรับส่งอีเมลล์ โทรศัพท์แบบขึ้นภาพคู่สนทนา การติดต่อสื่อสารของกลุ่มโซเชียลเน็ตเวิร์ค การรับส่งข้อมูลระหว่างผู้ใช้บริการด้วยกัน การดาวน์โหลดข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด TOT พร้อมให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ภายใต้เทคโนโลยี่ 3.9G อย่างเต็มรูปแบบในเดือนพฤศจิกายน 2554 ทั้งในกรุงเทพและ 17 จังหวัดหลัก และภายในเดือนพฤศภาคม 2555 จะสามารถใช้งานได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมรองรับผู้ใช้บริการได้ไม่ต่ำกว่า 7 ล้านเลขหมาย ทั้งนี้ TOT ยังเชื่อมั่นว่าโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3.9G จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงของการสื่อสารและสนับสนุนนโยบาย บอร์ดแบนด์แห่งชาติของรัฐบาลในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชนคนไทย สมเป็นจุดยืนของ TOT 3G

3.9G อันดับที่ 24 ของโลก อันดับที่ 4 ของอาเซี่ยน

นายอานนท์ ทับเที่ยงกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปิดตัว 3.9G ขึ้นมาในครั้งนี้ จะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ 24 ของโลก ที่มี 3.9G ด้วยความเร็ว 42 Mbps. ซึ่งในอาเซี่ยนเองมีเพียง 3 ประเทศเท่านั้น ที่มีความเป็น 3.9G คือ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิบปินส์ และไทยเป็นประเทศอันดับที่ 4 ต่อจากฟิลิบปินส์

โครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G นั้น จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศ ตามแผนแม่บท ICT ฉบับที่ 2 (2552-2556) เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ทุกที่ทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้อินเทอร์เน็ตต่อประชากรให้สูงขึ้น ช่วยลดต้นทุนการผลิต พัฒนา และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ ทั้งในด้านการศึกษา เศรษฐกิจ การแพทย์ และสาธารณะสุข และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

โดย ทีโอที ได้รับสิทธิในคลื่นความถี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G เป็นรายแรกและรายเดียวที่เป็น 3G ของแท้ของประเทศ ที่ให้บริการด้วยคลื่นความถี่ที่เป็นมาตรฐานสากล 2,100 MHz. ของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ โดยที่ ทีโอที เลือกใช้เทคโนโลยี่ HSPC+ (High speed Packet Access Plus) หรือระบบ 3.9G ด้วยความเร็วสูงสุด 42 Mbps. ในพื้นที่ กรุงเทพและพื้นที่เขตภูมิภาค จะสามารถรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุด 21 Mbps. เพื่อให้สอดรับกับทิศทางการพัฒนาของเทคโนโลยี่ และแนวโน้มการเติบโตของตลาดบริการสื่อสารข้อมูลไร้สายความเร็วสูง รวมถึงต้นทุนของอุปกรณ์โครงข่ายและความคุ้มค่าในการลงทุนในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพ

เตรียมรับการเปลี่ยนแปลงความเร็วก้าวกระโดด 3.9G

3G เป็นยุคเจนเนอเรชั่น คือ เป็นยุคที่ 3 ซึ่งถือเป็นการก้าวกระโดดขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง ที่ทำให้ชีวิตคนเราต้องเตรียมพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตและสังคมอย่างสิ้นเชิง คือจะได้เห็นทุกอย่างรวดเร็วขึ้น การที่เวลาแห่งการรอคอยยาวนานมาก จนทำให้เวลาแห่งความสุขน้อยลงไป แต่ต่อไปนี้ชีวิตเราจะเร็วขึ้นใน 1 วินาที และจะทำให้ทุกคนได้รับสิ่งต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิม ฉะนั้น เราจึงต้องเตรียมพร้อมที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของประเทศไทย

จุดเด่นของ 3G คือ ความเร็วที่สูงขึ้นโดยตั้งแต่นี้ต่อไปการดาวน์โหลดอัฟโหลดจะรวดเร็วขึ้นอย่างกระพริบตาไม่ได้ เร็วจนคาดไม่ถึง โดยรูปแบบ 2G เปลี่ยนเป็น 3G และก้าวกระโดดมาเป็น 3.9G มีความเร็วสูงขึ้นอีก 20 เท่า ด้วยการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคไปสู่สังคมข่าวสารยุคใหม่ โดยเหตุที่ไม่ไปถึง 4G เพราะ 3.9G ที่ TOT นำเสนอต่อคนไทยทุกคนในเวลานี้เพราะ

  1. เกิดจากความพร้อมของเทคโนโลยี่ทั่วโลกที่เทรนด์เป็นเช่นนี้
  2. ตลาดอุตสาหกรรมที่ใช้และประชาชนคนไทยมีความต้องการในระดับนี้
  3. ไลน์ผลิตของอุปกรณ์และความเร็วที่เข้ามาซัพพอร์ตขณะนี้ 42 Mbps. ไปแล้ว หากเร็วกว่านั้นอุปกรณ์จะหายากมากอีกทั้งไลน์ผลิตยังคงน้อยอยู่ ซึ่งมีราคาที่แพง

การรับส่งข้อมูลเป็น 42 Mbps. และครอบคลุมพื้นที่ให้บริการเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่าโดยการใช้ระบบรับส่งสัญญานแบบ MIMO และการผสมผสานสัญญานที่เร็วขึ้น (DL-640AM, UL-160AM) ทำให้สามารถรองรับจำนวนผู้ใช้งานพร้อมกันเพิ่มสูงขึ้น และรวมถึงคุณภาพบริการในการรับส่งข้อมูลได้พร้อมกันในลักษณะของ Triple Play คือสามารถใช้งานโทรศัพท์ ใช้งานอินเทอร์เน็ต และใช้งานรับส่งข้อมูลอื่นได้พร้อมกัน นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงและแก้ไขปัญหาเรื่องดีเลย์ของสัญญานให้ดีขึ้น โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นที่ไวต่อการดีเลย์ อาทิ VoIP, Video Telephony,VDO Conference, Hi-Density TV และ Game Online

พ.ย. 54 ครอบคลุม 18 จังหวัด พ.ค. 55 สมบูรณ์แบบทั่วประเทศ

นายอานนท์ ทับเที่ยง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดให้บริการ TOT 3G จากระบบ 3.5G (HSDPA/HSSUPA) หรือ HSPA รับส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วดาวน์โหลด 7.2 เมกะบิตต่อวินาที และ 14.4 เมกะบิตต่อวินาที และพัฒนาต่อยอดเป็น HSPA+ หรือระบบ 3.9G ซึ่งระบบ 3.9G จะช่วยลดระยะเวลา 'การรอคอย' และเพิ่มช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับชีวิตออนไลน์ของคนไทยทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์พฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ได้โดนใจมากขึ้น

ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมและคนไทยให้ดีขึ้น และเพื่อให้คนไทยมีโอกาสใช้เร็วขึ้น ทีโอที ได้ลดระยะเวลาการติดตั้งโครงข่าย จากเดิม การติดตั้งใน กทม. ปริมณฑล และ 14 จังหวัดเศรษฐกิจกำหนดติดตั้งแล้วเสร็จภายใน 720 วัน เหลือเพียง 180 วัน และติดตั้งทั่วประเทศภายใน 1 ปี เท่านั้น ซึ่งวันนี้ ทีโอทีพร้อมที่จะนำประเทศไทยก้าวสู่โทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G เป็นครั้งแรก โดยคาดว่าประมาณเดือน พฤศจิกายนปลายปีนี้ ประชาชนคนไทยจะได้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G เต็มรูปแบบครอบคลุมใน 18 จังหวัด คือ กรุงเทพ และปริมณฑล 3 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และ 14 จังหวัดหลักได้แก่ ชลบุรี ระยอง สงขลา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พิษณุโลก อุดรธานี นครราชสีมา ขอนแก่น หนองคาย และอุบลราชธานี

หลังจากนั้นภายใน พฤษภาคม ปี 2555 จะสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยจะค่อยขึ้นสถานีฐานไปเรื่อยๆ สัญญานจะเริ่มดังชัด แรงเร็วไปเรื่อยๆ ที่เป็นการขยายโครงข่ายค่อยใช้งานได้ดีขึ้น หากมี 3G ครอบคลุมมากที่สุดแล้ว อนาคตต่อไปสังคมไทยและคนไทยจะมีความสุขสะดวกสบายมากขึ้น

ทำตลาดแบบ MVNO พร้อมขยายสถานีเรื่อยๆ

หลังเปิดบริการนำร่อง TOT 3G ครั้งแรกเมื่อ 3 ธันวาคม 2552 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สทท. สถานีฐานเดิม 548 ไซต์ มีฐานลูกค้าอยู่ประมาณ 200,000 กว่าราย ที่เป็นลูกค้า 3G ทั้งหมด มาวันนี้ ผ่านมรสุมกระบวนการจัดซื้อจัดหา จนทำให้ได้รับการประมูลโครงข่าย 3G มูลค่า 15,999.5 ล้านบาท พร้อมเป้าหมายต้องเปิดให้บริการเพิ่มเติมบางส่วนในไตรมาส 3 ปีนี้ ขยายสถานีเพิ่มขึ้นอีก 4,772 สถานี

ปัจจุบัน TOT ได้รับการสนับสนุนให้ขายส่งเป็นหลัก ซึ่งเป็นลักษณะการตลาดแบบขายปลีกร่วมกับพาร์ทเนอร์หรือพันธมิตรที่ขายปลีกให้แก่ TOT หรือ MVNO ปัจจุบันมี 5 ราย คือ สามารถ ไอโมบาย ล๊อกเลย์ ไออีซีเทคโนโลยี่ และเอ็มคอนซัลท์เอเชีย รวมทั้งบริษัทตัวแทนจำหน่ายทั้งสามารถโฟน แท็บเล็ตและเครื่องลูกข่ายต่างๆ ทั้งโนเกีย ซัมซุง และ HTC คาดว่าในอนาคตจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงระหว่างกระบวนการศึกษา การเจรจากับการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ โดยมีคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาอยู่ เพิ่มขึ้นอีกหลายราย เพราะมีปัจจัยหลายๆอย่าง ที่จะต้องครอบคลุมธุรกิจ ในระหว่างของการติดตั้งสถานีไปเรื่อยๆ

เริ่มปักธงในจังหวะที่ลงตัว 360 วันครอบคลุมทั้งประเทศ

การเปิดตลาด TOT 3G ช่วงนี้เป็นจังหวะที่ลงตัว เนื่องจากสภาพตลาดมีสภาพการเติบโตที่สูง โดยมีแนวโน้มการใช้งานดาต้าผ่านมือถือที่เพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากกระแสของการใช้สังคมออนไลน์ (Social Network) สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และดีไวซ์ต่างๆ จะเห็นได้จากการเปิดตัวรุ่นใหม่ๆออกมา ซึ่งมีกระแสความนิยมและกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยทีโอทีตั้งเป้าทำตลาด เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยได้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ TOT 3G ภายในสิงหาคมนี้

ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า TOT เริ่มปักธงดำเนินงานอย่างจริงจังแล้ว และแต่นี้ต่อไป 360 วัน จะมีพื้นที่ครอบคลุมทั้งหมดทั่วประเทศอย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งเป็นการดึงดูดลูกค้าในเชิงการตลาดอีกด้วย โดยคนที่มองหาโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ควรมองหารุ่นที่ใช้ได้กับ 3.9G คือต้องมีความถี่ 2.9 GHz. และมองว่าเครื่องสมารถซัพพอร์ต 42 Mbps. หรือไม่ หากยังไม่มีก็ยังสามารถใช้ระบบ 3.9G ได้ แต่ความเร็วต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของเครื่อง คือ หากเครื่องมีความเร็ว 7.2 Mbps. ก็สามารถใช้ได้ที่ 7.2 Mbps. 

สำหรับความแตกต่างระหว่าง TOT 3G และ CAT 3G คือ TOT จะอยู่บนคลื่นความถี่ 1.1 MHz ที่ถือเป็นมาตรฐานของโลก และถือว่าเป็น 3G พันธุ์แท้ ที่เราได้รับการจัดสรรเข้ามาเมื่อ ปี พ.ศ. 2543 ซึ่งขณะนี้ถึงเวลาของการเดินหน้าธุรกิจเพื่อเข้ามาชดเชยรายได้ส่วนที่หายไปจากสัญญาสัมปทาน และใน 3G ของ CAT นั้น คือ 3G ที่อยู่บนคลื่นความถี่เดิม คือ 850 MHz ซึ่ง TOT มีความเร็วอยู่ที่ 15 MHz ซึ่งสามารถรองรับได้ถึง 84 Mbps. ในอนาคตซึ่งขณะนี้เราใช้เพียงแค่ 10 MHz รับได้ถึง 42 Mbps. 

ตระหนักถึงอนาคต เตรียมยืนด้วยลำแข้ง

ปัจจุบัน บจม.ทีโอที มีลูกค้าผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ TOT 3G ประมาณกว่า 200,000 เลขหมาย โดยตั้งเป้าภายใน 1 ปีจะมีลูกค้าประมาณ 1.3 ล้านเลขหมาย และเพิ่มขึ้นเป็น 7 ล้านเลขหมายภายใน 3-4 ปีข้างหน้า มีส่วนแบ่งการตลาดไม่น้อยกว่า 8 % โดยจะมีรายได้เฉลี่ยประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท ใน 7-8 ปี ตลอดอายุของแผนธุรกิจ

ทั้งนี้ 3.9G จะไม่มีผลกระทบใดๆ กับปัญหาความวุ่นวายใดๆทางการเมืองของไทยที่เกิดขึ้น เพราะในโครงการนี้เป็นโครงการที่ผ่านมาทุกยุคทุกรัฐบาลแล้ว ขณะนี้อยู่ในช่วงของการนำเสนอติดตั้ง ซึ่งเชื่อว่าในเมื่อประชาชนคนไทย รอคอย 3G มาอย่างยาวนานมาก ขณะนี้จึงได้เริ่มดำเนินการแล้ว และจะครบกำหนดใน 360 วัน ปีหน้า 2555 เดือน พฤษภาคม จะได้ครบพื้นที่ทั้งประเทศ และจะเป็นผลดีแก่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยจากโครงการนี้ตั้งเป้าว่าจะได้พื้นที่ครอบคลุม 70 % ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่ง ณ ขณะนี้เฉพาะในกรุงเทพฯ มีสถานีฐานเพียง 548 สถานีฐาน จาก 2 ปีที่แล้ว ซึ่งไม่เพียงพอ จึงขยายโครงข่ายนี้ขึ้นมาเพื่อรองรับ

นอกจากนี้ทาง TOT คาดการณ์ว่า 3.9G ตามแผนธุรกิจแล้วจะเป็นรายได้หลักที่มาชดเชยรายได้ ที่คาดว่าจะสูญหายไปจากสัญญาสัมปทานในอนาคต อันเนื่องมาจาก พรบ. กสทช. ใหม่ ที่บอกว่าใน 3 ปี TOT จะต้องส่งรายได้ที่ได้มาจาก AIS เข้าสู่รัฐบาลโดยผ่าน กสทช. แต่อย่างไรก็ตาม มีการหักค่าใช้จ่ายจำนวนหนึ่งก่อนนำส่งรายได้เข้าสู่ภาครัฐ TOT จึงตระหนักถึงอนาคตที่เป็นภัยคุกคามเหล่านั้น ด้วยการเตรียมความพร้อมที่จะเลี้ยงตนเองให้อยู่ได้ ให้อยู่ในสภาพที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้ โดยยืนบนลำแข้งของตัวเองด้วยการเดินหน้าของ 3.9G  

หากท่านอ่านแล้วมีข้อข้องใจ ผู้คัดลอกนำข่าวมาบอก มีเบอร์โทร อยู่ท้ายหน้า ด้านซ้ายมือ หากสะดวกตอบ ยินดีไขข้อข้องใจให้ครับ

ส่วนข่าวดีสำหรับปวงชนชาวไทยทั่วประเทศที่ จะเข้าร่วมช่วยชาติ สามารถเลือกติดตั้งกระเป๋าเศรษฐี ใบใหม่ให้แก่ตนเองได้อีกด้วย

เชิญทุกท่านร่วมด้วยช่วยกัน....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share