เอาสมบัติพ่อแม่คืนมา

http://www.ainews1.com/article840.html

       กำลังเกิดอะไรขึ้นกับพี่น้องชาวอเจนติน่า และชาวบราซิล ที่คนส่วนใหญ่ของประเทศไม่มีกินมีใช้ ไม่มีบ้านจะอยู่ ต้องนอนข้างถนน ไม่มีน้ำจะอาบ ไม่มีไฟฟ้าจะใช้ โทรศัพท์นั้นไม่ต้องพูดถึง...น่าสงสารประชาชนเหล่านี้อย่างยิ่ง ไม่สามารถช่วยตนเองให้มีชีวิตอย่างปกติสุขได้ ชีวิตไม่มีความหวัง ไม่รู้จะนอนที่ไหน ไหนอากาศยังหนาว ท้องก็หิว

ต้นเหตุที่พี่น้องร่วมโลกใน 2 ประเทศนี้ต้องผจญชะตากรรมที่น่าสงสารเหล่านี้ เนื่องจากผู้บริหารประเทศคอร์รัปชั่นกันอย่างมโหฬาร จนเศรษฐกิจประเทศล่มจม ต้องขายสมบัติชาติ เช่น น้ำ ไฟ โทรศัพท์ ต่างๆเหล่านี้ ออกไปให้แก่นายทุนข้ามชาติ เข้ามาซื้อในราคาถูกๆ แล้วนำไปบริหารขึ้นราคาค่าบริการตามชอบใจ ทั้งๆที่สมบัติเหล่านี้เป็นสมบัติของชาติของแผ่นดินแท้ๆ รัฐจะต้องเก็บเอาไว้ในรัฐวิสาหกิจ ช่วยให้ประชนของตนมีใช้ในราคาไม่แพง ไม่ต้องเอากำไรมาก เพียงพอให้องค์กรรัฐวิสาหกิจนั้นทรงตัวอยู่ได้ ก็เพียงพอแล้ว ประชาชนทั่วไปส่วนใหญ่จะได้เข้าถึงในปัจจัยสี่ ได้ทั่วถึง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในเมืองใหญ่ๆ จะไปอาศัยน้ำในลำธารที่ใสสะอาดอย่างในต่างจังหวัดได้ที่ไหน ต้องพึ่งพาแต่น้ำประปาเท่านั้น เมื่อน้ำประปาต้องมีราคาแพง เกินความสามารถของประชาชน จะซื้อหามาใช้ได้ จึงสร้างความทุกข์อย่างยิ่งให้เกิดแก่ประชาส่วนใหญ่ที่ปกติก็มีสภาพเศรษฐกิจไม่มั่นคงอยู่แล้ว.....แล้วกิจการโทรศัพท์ก็เป็นสิ่งจำเป็นของประชาชนทั้งประเทศ ที่ควรเป็นของรัฐวิสาหกิจ เช่น บจม.ทีโอที ที่กระทรวงการคลังถือหุ้น 100% ไม่ต่างจาก ทีโอที เป็นสมบัติพ่อแม่ของทุกคนในชาติ

ท่านอ่านมาถึงตรงนี้ จะนึกถึงพี่น้องชาวไทย 60 กว่าจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมอยู่หลายเดือน บ้านไม่มีจะอยู่ หลังน้ำลดลงเป็นปกติแล้ว จะเอาเงินทองที่ไหนมาซ่อมแซม เกิดความทุกข์อย่างยิ่งทีเดียว อาหารการกินที่เพาะปลูกไว้ก็ถูกน้ำท่วมเสียหายสิ้น ปลูกผักก็ต้องรออีก 45 วันจึงจะได้รับประทาน ข้าวล่ะ ต้องใช้เวลาปลูกใหม่อีก 4 เดือนเป็นอย่างน้อย แล้วพันธุ์ข้าวล่ะ ปุ๋ยล่ะ เงินทั้งนั้น ส่วนปากก็ต้องหาให้กินทุกมือ

หวังพึ่งใครไม่ได้ นอกจากช่วยตนเองให้อยู่รอดและดีขึ้นเท่านั้น ผู้ที่ไม่ถูกน้ำท่วมทั้งหลายให้พากันเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องเหล่านี้โดยด่วน ให้ทุกๆครอบครัวมองเห็นแสงสว่างที่จะมีชีวิตสืบไป และยังมีส่วนเข้ามาช่วยชาติ นำสมบัติของแผ่นดินกลับมาอยู่ในหมู่ชาวไทย เพื่อลูกหลานภายหน้าจะได้มีกินมีใช้ ไม่เป็นอย่างลูกหลานประชาชน ที่น่าสงสารอย่างในอาเจนติน่าและบราซิล

มีเสียงแย้งขึ้นมาทันทีว่า แล้วจะเอาอะไรไปช่วยเขา....ถูกต้อง จะไปช่วยเขาให้มีรายได้เลี้ยงปากท้อง ให้มีชีวิตที่พอเพียงแก่อัตภาพ ต้องมีอุปกรณ์ไปบอกให้เขาได้มีโอกาสใช้อย่างง่ายๆ ให้เขาลงทุนเล็กน้อยสัก 2-3 เดือน พอพ้นเดือนแรกไป เขาก็จะค่อยๆมีรายได้คืนกลับมา 3 เดือนไปแล้วเขาก็พอจะหายใจคล่องขึ้น มีความหวังในชีวิตมากขึ้น...โดยให้พวกเขามาเข้าระบบการตลาด 3.9G กับ SSN ซึ่งมีท่านพลเอก พิเชษฐ์ วิสัยจร เป็นประธาน

เปิดโอกาสให้เขามาเป็นสมาชิกกับ SSN ลงทุนครั้งแรก 750 บาทเป็นสมาชิกตลอดชีพและรับซิมโทรศัพท์เอาไว้ใช้ได้ตลอดไป 1 ซิม และชำระค่าแอร์ไทม์ของเดือนนั้นอีก 500 บาท ตกลงการเข้าระบบครั้งแรกกับ SSN เขาจะจ่าย 1,250 บาท แล้วช่วยให้เขาบอกต่อเพื่อนๆอีกข้างละซัก 10 คน ให้ทุกคนทำอย่างเดียวกันต่อๆไปทุกสัปดาห์ สัปดาห์ที่ 3 ที่ 4 เขาก็จะเริ่มมีรายรับเข้าบัญชี ในขณะที่เราใช้อินเทอร์เน็ต อยู่ในฐานะที่มีความสะดวกกว่า ก็ช่วยกันเพิ่มจำนวนสมาชิกเข้ามาหนุนเนื่องให้แก่สมาชิกน้ำท่วมเหล่านี้ ให้เขามีรายได้เต็มเพดานเร็วๆ มีสมาชิกเข้ามาข้างละ 200,000 ซิม จากจำนวนที่ยังไม่ได้เข้ามาทั้งประเทศอีกนับ 90 ล้านซิม เขาก็จะได้รับเงินจากระบบการตลาดของ SSN เดือนละ 4 ล้านบาททุกๆเดือน โดยย้ำให้เขาทราบว่าจะต้องใช้เงิน 500 บาทกระตุ้นระบบทุกเดือน และใช้ค่าแอร์ไทม์ในการกระตุ้นระบบนี้ สำหรับโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ต  ระบบการตลาดของ SSN จึงจะทำงานคิดเงินปันผลให้ในแต่ละเดือน

ส่วนใหญ่พี่น้องประชาชนเหล่านี้ จะไม่มีโอกาสที่จะทราบข่าวทางอินเทอร์เน็ต แต่ทุกๆสถาบัน ทุกๆองค์กร ที่ได้เป็นสมาชิกของ 'วาระแห่งชาติกับ 3.9G' โดยเจาะจงเลือกมาช่วยกันทำภารกิจชาติ จะได้ทราบข่าวนี้ก่อน ว่าใน กูเกิล มีเงินค่าการตลาดมือถือทั้งประเทศอยู่ประมาณเดือนละ 8,000 ล้านบาท รอให้ทุกคนเข้าไปกอบไปโกยเอาตามที่ใจตนต้องการ จะเป็นผู้นำโอกาสไปให้พี่น้องที่ถูกน้ำท่วมในจังหวัดนั้นๆอย่างทั่วถึงรวดเร็ว โดยปากต่อปาก หมู่บ้านต่อหมู่บ้าน ตำบลต่อตำบล อำเภอต่ออำเภอ จังหวัดต่อจังหวัด นำรายได้และช่องทางแก้ปัญหาปากท้องใครเลยจะไม่ยินดียอมรับ ตัดสินใจเข้ามามีส่วนแบ่งค่าการตลาดเดือนละ 8,000 ล้านบาทกับเขาบ้าง ในยุค Transformation ของโลก อะไรๆที่คนคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

ตามธรรมดาสมาชิกขององค์กรใดๆก็ตาม ย่อมจะคิดถึงองค์กรของตนให้มีความมั่นคงทางการเงินพอสมควร ก็สามารถเอาโอกาสนี้ใน กูเกิล ไปหารือกับ คณะกรรมการ หรือผู้บริหารองค์กรนั้นๆให้ทราบ และศึกษาให้เข้าใจว่าโอกาสเช่นนี้ จะช่วยกันนำเอาทรัพย์สมบัติของพ่อแม่คืนกลับมาอยู่ในมือของคนไทยได้อย่างไร ให้พากันมาใช้มือถือของ 3.9G ของ ทีโอที ให้ครบ 90 ล้านซิมโดยเร็ว ก่อนสิ้นเดือนพฤษภาคม 2555 นี้ยิ่งวิเศษ แล้วบอกต่อเพื่อนๆรอบตัวเรา ให้เร่งเข้ามาทำวาระแห่งชาติกับ 3.9G โดยด่วน ให้ทั่วประเทศ ใครอยู่จังหวัดไหน เป้าหมายขั้นแรกให้ทราบโอกาสเข้ามา ใช้ 3.9G ทั้งหมู่บ้าน ทั้งตำบล แล้วขยายไปทั้งอำเภอ และแล้วทั้งจังหวัดโดยเร็ว ในวิธีการต่างๆร่วมกับอินเทอร์เน็ต ปฏิบัติภารกิจชาติร่วมกับพันธมิตรอย่าง กูเกิล แล้วกำชับว่าเมื่อทราบรายละเอียดต่างๆที่ต้องการแล้ว ให้ส่งข่าวกลับมาที่เรา จะได้แนะนำต่อว่าจะสมัครได้อย่างไร มาอยู่ร่วมทีมเดียวกับเรา ช่วยกันทำภารกิจชาติร่วมกันเป็นทีม 

ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังไม่สะดวกในการสมัครออนไลน์ก็ตาม เราก็ไม่รั้งรอ เช่นถ้าอยู่ต่างจังหวัด ก็ใช้ตัวแทนมาซัก 1รถตู้ มาสมัครก่อนที่ กทมที่ SSN ชั้น 4 อาคารวินวินทาวร์เวอร์ ถนนรัชดาภิเษกเยื้องๆกับตึกช้าง มาทางด้าน ม.จันทร์เกษม มาบันทึกเสียงการบรรยายของที่ปรึกษาของ บริษัทไปให้คนทางบ้านฟังพร้อมกับรับฝากมาซื้อใบสมัครกลับไปให้ด้วย แล้วค่อยส่งมาให้บริษัททำการคีย์รหัสเข้าระบบต่อไป  

หากท่านเลือกมาบ่ายวันอังคาร หรือพฤหัสฯ ให้มาถึง SSN ซักบ่าย 4 โมงเย็นทานข้าวเย็นมาให้เรียบร้อย นำสำเนาบัตรประชาชน 2 ใบ และสำเนาสมุดเงินฝากหน้าแรก ธนาคารใดธนาคารหนึ่งในสี่แห่ง เช่น ไทยพาณิชย์ กสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ และทหารไทย แห่งใดแห่งหนึ่ง 1 สำเนา ตกลงใช้เอกสาร 3 ชิ้นต่อการสมัคร 1 รหัสของตัวเรา หากเราเป็นลูกกตัญญู เราก็เอาหลักฐานของคุณพ่อคุณแม่มาสมัครพร้อมกับเราด้วย ในรหัสที่ 2 รหัสที่ 3 มีตัวเราเป็นผู้แนะนำ (ใช้รหัสในชั้นบนแนะนำรหัสใหม่ๆในชั้นล่างของแต่ละชั้น 1แนะนำ 2 เพื่อกระจายรายได้ในองค์กรส่วนตัว และทำคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของ SSN) โดย SSN ยอมให้เราจัดตั้ง Platform รองรับรายได้ ได้เพียงครั้งเดียวเมื่อตัดสินใจสมัคร เป็นกลุ่มก้อนสำหรับครอบครัว หรือตั้ง Platform รองรับรายได้ขององค์กรขนาดใหญ่ ที่ต้องการรายได้เดือนละเป็นร้อยๆล้านบาทขึ้นไป ลงทุนน้อยใช้เวลาคืนทุนเร็ว และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากเงินค่าการตลาดมือถือ มาให้แก่องค์กรของตน เป็นค่าตอบแทนในการมาร่วมทำภารกิจช่วยชาติเอาสมบัติของพ่อแม่คืนกลับมา

ดีกว่าปล่อยให้บริษัทข้ามชาติมากอบโกยทั้งค่าการตลาด และค่าแอร์ไทม์ออกไปนอกประเทศทุกๆเดือน ...หากปล่อยเอาไว้เช่นนี้ โอกาสอย่างที่ประชากรส่วนใหญ่ของอาเจนติน่า และบราซิล ต้องเผชิญชะตากรรม มันก็มีโอกาสมาถึงประเทศย่านตรงข้ามโลกเช่นแถบเอเชียนี้ได้เช่นเดียวกัน หากประชาชนภายในชาติ เอาแต่ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างใช้โทรศัพท์ของบริษัทข้ามชาติที่มาซื้อสัมปทานไปจากคนไทยบางคน หรือแอบขายสัมปทานที่คนไทยได้รับนำไปขายต่อให้แก่บริษัทข้ามชาติ.....โดยคนไทยส่วนใหญ่ไม่มีส่วนได้รับรู้มาก่อน

องค์กรขนาดใหญ่ที่ทราบโอกาสแล้ว รวมทั้งบริษัทต่างๆ ที่มีสำนึกรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สามารถสมัครเข้ามาจัดเตรียม Platform รองรับรายได้รหัสละ 4 ล้านบาทได้มากถึง 63 รหัสให้ครบ 5 ชั้นลึก แล้วจึงขยายงานจากใต้ชั้นที่ 5 ลงไปให้เต็มที่ละชั้น โดยให้ยอดจำนวนซิมสองข้างของแต่ละรหัสในชั้นที่ 5 มีจำนวนเท่าๆกัน หรือใกล้เคียงกันทั้ง 32 รหัสในชั้นที่ 5 ต้องการเพิ่มเครือข่ายสมาชิกข้างละ 200,000 ซิม จากความต้องการซิมในประเทศที่เหลืออยู่อีกประมาณ 90 ล้านซิม โดยแจกจ่ายภารกิจ ให้รหัสซ้ายสุดและขวาสุดทีละคู่ ไล่เข้าหาตรงกลาง ให้เต็มทีละชั้น หากทำอย่างมืออาชีพมีอุปกรณ์ช่วยขยายงานหลายอย่างพร้อมๆกัน ทุกรหัสก็จะมียอดผู้ใช้ครบ 200,000 ซิม แต่ละข้างใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน

ให้เวลา 3 เดือนบางท่านก็อาจจะบอกว่านานไปเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากทุกๆองค์กรและทุกๆคนสามารถนำเอาโอกาสเช่นนี้ไปบอกกับเจ้าของกิจการต่างๆ องค์กรขนาดใหญ่ต่างๆที่มีสมาชิกภายในองค์กรของตนอยู่มากมายทั่วประเทศอยู่แล้ว ระดมบอกโอกาสออกไปพร้อมๆกันทางอินเทอร์เน็ต ใครๆก็ต้องการโอกาสเข้ามาใช้โทรศัพท์ฟรี และมีรายได้เป็นกอบเป็นกำกลับมาทุกคน และยังได้มีโอกาสช่วยชาติอีก ช่วยกันเอาสมบัติพ่อแม่กลับคืนมาในเวลาที่รวดเร็วดุจสายฟ้า ด้วยพลังสามัคคีของคนในชาติ ที่ได้เข้าใจผลดีผลเสีย ที่เกิดขึ้น

ยากที่ทุกคนจะปฏิเสธผลดีที่เกิดขึ้นแก่ชาติ แก่ตนเอง และแก่ครอบครัวได้อย่างรวดเร็วก่อนที่ ทีโอที จะติดตั้งโครงข่ายกระจายสัญญานเสร็จครอบคลุมทั้งประเทศด้วยซ้ำไป ยกเหตุผลที่จะรอจนกว่าให้เครือข่ายสัญญานของ ทีโอที เสร็จเรียบร้อยทั้งประเทศ แล้วจึงค่อยเข้ามาใช้ 3.9G นั้น คนที่ความคิดเช่นนี้มีนับหัวได้เท่านั้น ไม่ควรปล่อยให้บริษัทข้ามชาติมากอบโกยค่าใช้มือถือของคนไทยออกไปทุกเดือน เดือนละหลายหมื่นล้านบาท...จากที่เคยใช้ถนน 2 เลนที่แน่นขนัดระบบล่มไปหลายคราว แล้วทำไมไม่หันมาใช้ถนน 12 เลนที่การจราจรคล่องตัว ทำความเร็วได้ 42 Mbps เล่า 

คนในองค์กรเดียวกันจะเข้าใจกันได้รวดเร็วมาก เปิดโอกาสให้ทุกคนในองค์กร มาทำ วาระแห่งชาติกับ 3.9G กันอย่างน้ำไหลไฟสว่างกันเลยทีเดียว ส่วนในรายละเอียดของผู้ที่ชอบค้นหาทุกซอกมุมว่า บทบาทของ 3.9G นั้นเป็นมาอย่างไร และจะมีบทบาทสำคัญต่อประเทศชาติต่อไปอย่างไร พันธมิตรธุรกิจอย่าง กูเกิล ก็พร้อมให้เข้าไปศึกษารายละเอียดอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว แต่ว่ากันที่จริงผู้ที่ทราบโอกาสแล้วตัดสินใจเข้ามาลุยเดินหน้าโดยทันที จะไปเร็วกว่าประเภทคนช่างค้น กว่าตนเองจะตั้งต้นได้ พวกแรกๆไปไกลแล้ว ไม่ต่างกับผู้ที่เห็นฝูงปลาอยู่เต็มทะเลอยู่ตรงหน้า คว้าอุปกรณ์มาได้ก็ลงมือจับปลาทันที ส่วนประเภทที่กำลังวางแผนหลายๆอย่างอยู่ อาจไม่มีโอกาสจะจับปลาฝูงนั้นแล้ว ต้องรอโอกาสใหม่ เนื่องจากเฝ้าแต่สงสัยอยู่ว่าจะใช้อุปกรณ์ชิ้นไหนจับปลาดี และสงสัยว่ามันจะใช้ได้ผลดีจริงหรือไม่

โดยไม่ได้เฉลียวใจว่า คนคิดออกแบบติดตั้งอุปกรณ์การตลาดอย่าง SSN ที่มีท่านพลเอก พิเชษฐ์ วิสัยจร อดีตรอง ผบทบ. เป็นประธานนั้น ได้ทำงานอย่างหนักมาล่วงหน้านานแล้ว จึงออกมาเป็นอุปกรณ์ใช้ง่ายๆได้ผลดีอย่างกว้างขวางแก่ทุกๆคน และได้ลงทุนไปหลายสิบล้านแล้ว ย่อมต้องแน่ใจว่าเครื่องมือต่างๆใช้ได้ผลอย่างแน่นอน มิฉะนั้นทาง ทีโอที ก็จะไม่พิจารณาเซ็นสัญญาแต่งตั้งให้เป็นตัวแทน ขยายเครือข่ายลูกค้า 3.9G ให้แก่ ทีโอที ไปทั่วประเทศ แล้วนำรายได้ค่าการตลาดส่วนหนึ่งมาแบ่งให้แก่ SSN และสมาชิก แทนที่จะนำไปลงทุนตั้ง Shop หรูๆที่เห็นอยู่ทั่วประเทศไล่ต้อนลูกค้าเข้าในค่ายของตน 

ปัจจุบันมีข่าวดี สำหรับผู้ที่ต้องการเข้ามาช่วยชาติ สามารถเลือกติดตั้ง กระเป๋าเศรษฐี ใบใหม่ ให้แก่ตนเองได้แล้ว

เชิญทุกท่านร่วมด้วยช่วยกัน....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพของตนเอง ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share